พระเจ้าไม่ทรงยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ

วันที่ 28-11-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

god-is-not-a-perfectionist
ผู้เขียน : Raphael Zhang, Singapore
ผู้แปล-เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“เป็นอีกเช้าที่ตื่นมาด้วยความรู้สึกกระหายหาสิ่งดีๆที่ผมไม่มี” บทกวีที่เขียนโดยนักประพันธ์ชาวอเมริกัน แมรี่ โอลิเวอร์ (Mary Oliver) นี่เป็นท่อนหนึ่งที่ดังก้องอยู่ในหัวผมมาหลายปี

เป็นเวลายาวนานที่สุด ที่ผมได้ต่อสู้กับความรู้สึกผิดและอับอาย ผมอยากจะเดินในทางอันชอบธรรมของพระเจ้าใจจะขาด แต่ผมก็รู้สึกว่าทำให้พระองค์ผิดหวังทุกครั้ง ไม่ว่าหลายครั้งผมจะบอกกับพระเจ้าว่าผมจะไม่ล้มลงในความบาปอีกแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานผมก็ล้มลงในความบาปอีก

ผมพยายามจะจัดการกับความรู้สึกที่ไม่ต้องการนี้โดยการพยายามที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบให้ได้ ผมคิดว่าถ้าผมพูดและทำ ในสิ่งที่ถูกต้อง คนอื่นๆก็จะมีความเห็นชอบไปกับผมและรักผม ผมรู้สึกว่าผมต้องการฟังความคิดเห็นจากคนอื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าผมก็ไม่ได้เป็นคนที่แย่นักและก็คงจะทำให้ผมเป็นคนดีมากพอ

ครั้งหนึ่ง ผมได้แบ่งปันประสบการณ์กับกลุ่มพี่น้องคริสเตียนกลุ่มหนึ่งว่า ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่มีที่สิ้นสุดและเหนื่อยล้า จากการตามหาความดีที่ผมเพ้อหาเสมอ ผู้นำกลุ่มจึงพูดกับผมว่า “คุณสามารถเลือกที่จะยึดตามพระวจนะคำของพระเจ้า หรือเลือกที่ยึดตามความรู้สึกของตัวเอง” ตลอดหลายปีมานี้ผมได้เห็นความจริงและเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ผู้นำคนนั้น ได้บอกกับผม

พระเจ้าไม่ทรงยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ
วันหนึ่งของหลายปีที่ผ่านมา ความจริงนี้ได้เกิดขึ้นกับผม “พระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบแต่ไม่ใช่ผู้ทรงยิดติดกับความสมบูรณ์ แบบ”

พวกลัทธิที่ยึดความสมบูรณ์แบบกล่าวว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็คคือสมบูรณ์แบบและดีตลอดเวลา และไม่ว่าเกิดข้อบกพร่องใดๆขึ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงข้อบกพร่องที่เล็กนิดเดียว ก็จะทำให้ทุกอย่างที่ทำมาทั้งหมด ถูกทำลายกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบขึ้นมาทันที”

ผมตระหนักว่าถ้าพระเจ้าทรงยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ พระองค์คงจะต้องล้มล้างมนุษยชาติออกทันที ที่อดัมและเอวา ล้มลงต่อบาป เพราะพระองค์คงจะทนไม่ได้ต่อความบกพร่องที่มีอยู่ในสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างอย่างแน่นอน และพระองค์ คงจะสร้างเราขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ให้เรามีทางเลือกใดๆเพื่อที่จะได้ขจัดข้อเสียที่อาจจะเกิดความบกพร่องผิดพลาดได้อีก พระเจ้าคงจะเป็นผู้ควบคุมและจัดการทุกอย่างด้วยพระองค์เอง เพื่อที่จะไม่อนุญาตให้เกิดความไม่สมบูรณ์แบบใดๆขึ้น นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม พระเจ้าไม่ทรงเป็นอย่างนั้นในทางกลับกันพระเจ้า “ทรงอดกลั้นพระทัยไว้เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไมได้ทรงประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลยแต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่” (2 เปโตร 3:9) พระเจ้าทรงให้ศักดิ์ศรีของอิสระในทางเลือแก่เรา ถึงแม้มันจะไม่รับรองว่าเราจะใช้สิ่งนั้นเพื่อรักพระองค์

พระเจ้าไม่ทรงมีอคติต่อความบกพร่องผิดพลาด ความจริงแล้ว ความสมบูรณ์แบบเป็นเพียงไอเดียที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำให้ได้เท่านั้น (มัทธิว 5:48) “เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบเหมือนอย่างพระบิดาของท่าน ผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ”

พระเจ้าทรงมองหาความทุ่มเทจากเรา
เราทั้งหลายต่างก็ชื่นชมกษัตริย์ดาวิด ชายผู้ที่พระเจ้าทรงให้คำจำกัดความด้วยพระองค์เองว่า “เราได้พบดาวิดบุตรของเจสซี เป็นคนที่เราชอบใจ เป็นผู้ที่จะทำให้ความประสงค์ของเราสำเร็จทุกประการ” (กิจการของอัครทูต 13:22) แต่ชีวิตของเราช่างไกลห่างจากคำว่าสมบูรณ์แบบ เค้าต้องตกเป็นชู้และฆาตกรและนำประชาชาติเข้าสู่การไม่เชื่อฟังพระเจ้า

ผมจำได้ว่าผมมีความคิดที่เห็นแย้งกับกับสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสเกี่ยวกับดาวิดว่า “หัวใจของดาวิดทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อพระองค์” (1 พงศ์กษัตริย์ 11:4)คืออย่างไร “ถึงกระนั้นเจ้าก็ไม่เป็นเหมือนดาวิดผู้รับใช้ของเรา ผู้ได้รักษาบัญญัติทั้งหลายของเราและติดตามเราด้วยสุดจิตใจของเขา กระทำสิ่งซึ่งเป็นที่ถูกต้องพอตาของเรา”(1 พงศ์กษัตริย์ 14:8) มันจะเป็นไปได้ยังไง? หลังจากสิ่งเลวร้ายทั้งหมดที่ดาวิดได้ทำขึ้น?

มันเกิดขึ้นกับผมในเวลานั้นว่าทำไมพระเจ้าทรงเห็นความสมบูรณ์แบบแตกต่างจากสิ่งที่ผมเห็น ผมคงไม่กล้าพูดยกย่องอะไรขนาดนั้นเกี่ยวกับชีวิตของดาวิด แต่นั่นหมายถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงมองเห็นในชีวิต ของกษัตริย์ดาวิดนั่นเอง

แม้ว่าชีวิตของดาวิดจะไม่สมบูรณ์แบบแต่เขาก็เต็มใจที่จะสารภาพบาปต่อพระเจ้าในทุกๆครั้งที่เค้าได้ล้มลงในความบาป (สดุดี 51 , 2 ซามูเอล 24:10) นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าดาวิดได้รักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจของเขา เพราะทรงเห็นคุณค่าของพระเจ้า

พระเจ้าทรงมองหาการตัดสินใจที่จะเดินในทางอันชอบธรรม
เพื่อความแน่ใจ ไม่มีใครที่ไม่มีบาป 1 ยอห์น 1:8 กล่าวว่า “ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาป เราก็ลวงตนเอง และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย” พระวจนะคำของพระเจ้าบอกกับเราอย่างชัดเจนว่าเราทุกคนต่างก็เป็นคนบาป ถ้าพระเจ้าทรงยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ ก็คงจะตัดสิทธิ์เราทุกคนในการยอมรับจากพระเจ้า

อย่างไรก็ตาม พระวจนะของพระเจ้ายังบอกอีกว่า “ให้เราดำเนินอยู่ในความสว่าง เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิต ในความสว่าง” (1ยอห์น 1:7) จะเป็นไปได้อย่างไรที่เราจะรู้ว่าเราจะล้มลงในความบาปในอีกไม่ช้า แถมยังต้องสามารถเดินในความสว่างอีก? ผมเชื่อว่านี่จะเป็นทางเดียวที่จะเป็นไปได้ คือทางที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้ สำหรับเรา และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราล้มลงในความบาป เราจะลุกขึ้นได้และเดินไปในทางอันชอบธรรมกับพระองค์

มันเหมือนกับการเป็นนักวิ่งในการแข่งขัน นักวิ่งมีโอกาสที่จะล้มในขณะที่วิ่งอยู่ได้หลายครั้งแต่แค่เพราะว่านักวิ่งล้ม ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะต้องถูกตัดสิทธิ์ เค้ายังสามารถที่จะลุกขึ้นและวิ่งต่อได้จนกว่าจะถึงเส้นชัย ผมเชื่อว่าคุณค่าความคู่ควรของพระเจ้าจะทำให้เราตัดสินใจลุกขึ้นและมุ่งหน้าวิ่งไปให้ถึงหลักชัยคือพระเจ้า

พระเจ้าทรงยกโทษให้กับเราผ่านทางพระเยซูคริสต์
เราสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งเพราะว่าการยกโทษอภัยบาปจากทางพระเยซูคริสต์เท่านั้น ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ล ได้บอกกับเราว่า “ถ้าเราทั้งหลายสารภาพบาปของเราพระองค์ทรงสัตย์ซื่และเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:9)

ในอดีต ผมเคยต่อสู้กับการที่จะยอมรับในการให้อภัยของพระเจ้า เมื่อผมต้องล้มลงในความบาป ผมรู้สึกผิด, เหมือนถูกตราหน้า และไร้ค่า ผมมีความรู้สึกอายมากจนไม่กล้าหรือไม่ต้องการที่จะเข้าใกล้พระเจ้า เพราะพระองค์ ทรงเป็นที่น่าสรรเสริญและผมก็รู้สึกแปะเปื้อนเกินกว่าที่จะเข้าหาพระองค์ แต่เมื่อใดก็ตามที่ผมซ่อนจากพระเจ้า เหมือนกับที่อาดัมและเอวาทำเมื่อพวกเขาล้มลงในความบาป นั่นมักจะดึงให้ผมกลับไปนึกถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หลังจากพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่พักใหญ่

ผมได้เรียนรู้ว่าที่แรกที่ผมจะต้องไปเมื่อผมล้มลงในความผิดบาปคือ “พระที่นั่งแห่งพระคุณของพระเจ้า” และนั่นจะทำให้ผม “ได้รับพระเมตตาและจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ” (ฮีบรู 4:16) และมันคือที่ที่ผมได้รับการปลดปล่อย ให้เป็นอิสระจากความรู้สึกผิดของผม

ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่ผมล้มลงในความบาป ผมจะหันไปที่กางเขนของพระเยซูคริสต์ ที่ที่ผมจะได้รับการอภัยบาป โดยพระโลหิตของพระองค์ แทนที่จะเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ผมเลือกที่จะเชื่อในความจริงตามพระสัญญาของพระเจ้า ว่าเมื่อเราสารภาพบาปของเราต่อพระองค์ พระเจ้า พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม จะไม่ทรงชำระเราเท่านั้น แต่จะทรงล้างใจเราให้สะอา ขึ้นใหม่จากความอยุติธรรมทั้งสิ้น “ข้าพระองค์จึงจะ “สะอาด” และ “ขาวกว่าหิมะ” (สดุดี 51:7)

พระเจ้าทรงแสนดีอยู่เสมอ
เพราะพระองค์ทรงแสนดี ผมจึงได้รับการเติมเต็มความรู้สึกอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระคุณของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าองค์ใดที่จะยอมสละพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อคุณและผม พระองค์ทรงปรารถนาที่จะเป็น พระบิดาของเรา (2โครินธ์ 6:18) ซึ่งมันทำให้ผมประทับใจทุกครั้งที่นึกถึง

ผมจะไม่เลือกที่จะทำดีเท่านั้น แต่ผมจะยึดมั่นในความจริงว่าพระเจ้าทรงแสนดีเสมอ ในการตอบสนองต่อความน่าอาย แทนที่จะบอกว่า “มีอะไรบางอย่างที่ผิดพลาดเกิดขึ้นกับผม” ให้เราจำไว้เสมอว่า เพราะว่าพระเยซูได้ทรงสิ้นพระชนม์ บนไม้กางเขนและพระบิดาทรงยอมรับเราเพราะว่าพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์ (เอเฟซัส 1:6) “จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า…” (1 ยอห์น 3:1)

การตอบสนองต่อความรู้สึกผิด แทนที่จะบอกว่า “มีอะไรบางอย่างที่ผิดพลาดเกิดขึ้นกับผม” ให้เราจำไว้เสมอว่า มีการให้อภัยเสมอผ่านทางพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า ตอนนี้ผมก็เป็นบุตรของความสว่างเช่นกัน (1 เธสะโลนิกา 5:5) ถึงแม้ว่าเราจะสะดุดหกล้มครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ผมก็รู้ว่าพระเจ้าคือพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง ทรงให้พระคุณกับผมและทรงทำให้ผมเดินไปในความสว่างของพระองค์

อย่างไรก็ดี ผมขอใช้คำพูดของอัครทูตเปาโลที่ว่า “ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่งคือ ลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัลซึ่งในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้ทรงเรียกจากเบื้องบนให้เราไปรับ” (ฟิลิปปี 3:13-14)

ดังนั้น ผมจึงไม่ต้องติดอยู่กับบทกวีของ แมรี่ โอลิเวอร์ (Mary Oliver) อีกต่อไป แน่นอนว่าอาจจะมีซักวันที่ผมต้องเผชิญ กับปัญหาที่พยายามจะไม่ต่อสู้กับความรู้สึกอายและรู้สึกผิดของตัวเองที่พยายามจะสมบูรณ์แบบให้ได้ แต่เมื่อผมเติบโตขึ้นกับพระเจ้า ตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่า “ทุกๆเช้าที่ตื่นมา ผมตื่นมาด้วยความรู้สึกที่ หิวกระหายหาพระเจ้า ผู้ทรงแสนดีต่อผมอยู่ตลอดเวลา” (สดุดี 42:1)

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง