คริสตจักรไม่ใช่สถานที่สำหรับคนที่สมบูรณ์แบบ

วันที่ 14-11-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

church-no-perfect-people-allowedผู้เขียน : Charles Christian, Indonesia
ผู้แปล : ลูกหยี
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาภาษาอังกฤษ

“ไม่ต้อนรับคนท่ีไม่สมบูรณ์แบบ” ผมเห็นป้ายนี้แขวนอยู่หน้าคริสตจักร ซึ่งทำให้ผมแปลกใจ มันช่วยเตือนใจผมว่าไม่มีใครในโลกนี้ทีดีและสมบูรณ์แบบเลยรวมท้ังคนเหล่านั้นที่อยู่ในคริสตจักรด้วย ถ้าคริสตจักรต้อนรับแต่คนที่ดีสมบูรณ์พร้อมแล้วละก็คริสตจักรนั้นจะว่างเปล่าแน่นอน

หลายๆคนอาจจะรู้สึกอึดอัดในความจริงที่ว่า ในคริสตจักรเต็มไปด้วยคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผมมีเพื่อนที่ออกจากคริสตจักรเพราะว่าคนที่นั่นไม่เป็นดังที่เขาคาดหวัง พ่อของเพื่อนคนหนึ่งเป็นถึงผู้ช่วยศิษยาภิบาลในคริสตจักร แต่ไม่อนุญาตให้เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงาน ในคริสตจักรเพราะว่าเขาเห็นถึงเนื้อแท้ของคนในคริสตจักร และเชื่อว่าในคริสตจักรมีแต่คนที่เสแสร้ง มันน่าเศร้าใช่ไหม?

เมื่อเรามาเข้าร่วมคริสตจักรใหม่ๆ มันง่ายที่จะคิดว่าคริสตจักรมีแต่คนที่ดี, รักพระเจ้า, รักผู้อื่นและเกลียดความบาป แต่นั่นเป็นเพราะเรามองคริสตจักรแต่เพียงเปลือกนอก เมื่อเรารู้จักคริสตจักรดีขึ้นเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่เลย ไม่มีที่ไหนเลยที่จะเป็นคริสตจักรที่ดีสมบูรณ์แบบ เพราะในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ล พระธรรมโรม 3:23 ได้กล่าวไว้ว่า “เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” ในคริสตจักรจึงเต็มไปด้วยคนบาป ใช่แล้ว! แต่ละคนในคริสตจักรนั้นล้วนเป็นคนบาปทั้งสิ้น

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วคุณอาจจะคิดว่า “แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรระหว่างคนบาปที่อยู่ในคริสตจักรและคนบาปที่ไม่ได้อยู่ในคริสตจักร?” คำตอบของผมก็คือ ผมเชื่อว่าคนบาปที่อยู่ในคริสตจักรมีลักษณะดังนี้

1.คนบาปในคริสตจักรยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนบาป

ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ไบเบิ้ล พระธรรมลูกา 18:9-14 นั้นพระเยซูทรงเล่าเรื่องเกี่ยวกับฟาริสี (คนเคร่งศาสนาแต่ภายนอก) และคนเก็บภาษีว่า “สำ‌หรับบาง‍คนที่ไว้ใจในตัวเองว่าเป็นคนชอบ‍ธรรม และได้ดู‍หมิ่นคนอื่นนั้น พระ‍องค์ตรัสคำอุป‌มานี้ว่า มีสองคนขึ้นไป อธิษ‌ฐานในบริ‌เวณพระ‍วิหาร คน‍หนึ่งเป็นพวกฟา‌ริสีและคน‍หนึ่งเป็นพวกเก็บภาษี คนฟา‌ริสีนั้นยืนนึกในใจของตน อธิษ‌ฐานว่า ‘ข้า‍แต่พระ‍เจ้า ข้า‍พระ‍องค์โม‌ทนาขอบ‍พระ‍คุณของพระ‍องค์ ที่ข้า‍พระ‍องค์ไม่เหมือนคน‍อื่น ซึ่งเป็นคนโลภ คนอธรรม และคนล่วงประ‌เวณี และไม่เหมือนคนเก็บภาษีคน‍นี้ ในสัป‌ดาห์หนึ่งข้า‍พระ‍องค์ถืออดอา‌หารสองหน และของสาร‌พัดซึ่งข้า‍พระ‍องค์หาได้ข้า‍พระ‍องค์ได้เอาสิบชักหนึ่งมาถวาย’ ฝ่ายคนเก็บภาษีนั้นยืนอยู่แต่ไกล ไม่แหงนดูฟ้า แต่ตี‍อกของตนว่า ‘ข้า‍แต่พระ‍เจ้า ขอทรงโปรดพระ‍เมตตาแก่ข้า‍พระ‍องค์ผู้เป็นคน‍บาปเถิด’ เราบอกท่านทั้ง‍หลายว่า คน‍นี้แหละเมื่อกลับลงไปยังบ้านของตนก็นับ‍ว่าชอบ‍ธรรม มิ‍ใช่อีกคน‍หนึ่งนั้น เพราะ‍ว่าทุก‍คนที่ยกตัวขึ้นจะต้องถูกเหยียดลง แต่ทุก‍คนที่ได้ถ่อมตัวลงจะต้องถูกยกขึ้น”

ในเรื่องนี้มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนหนึ่งเป็นครูสอนศาสนาที่เคร่งและเป็นที่นับถือของคนทั่วไป ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นคนที่สังคมดูหมิ่นและไม่ยอมรับ นอกจากความแตกต่างทางสังคมแล้วยังอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ท่าทีที่ตอบสนองของทั้งสองคน พระเยซูทรงต้องการเน้นให้เห็นว่า คนเก็บภาษีรู้และสารภาพว่าเขาเป็นคนบาป ส่วนฟาริสีนั้นคิดว่าตนเองดีแล้ว พระเยซูทรงยกย่องการตอบสนองของคนเก็บภาษี และทรงบอกว่า “เขาเป็นคนชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้า” ฟาริสีที่หลงคิดว่าตัวเองดีแล้วนั้นทำให้เขามองไม่เห็นตัวเองว่าเป็น”คนป่วย”ที่ต้องการหมอ (มาระโก 2:17 และ มัทธิว 9:12-13) และสิ่งนี้เองที่เป็นอันตรายอย่างมาก บางคนในคริสตจักรอาจจะตกลงไปในกับดักทางความคิดนี้ได้ถ้าไม่ระวัง เรารู้ไหมว่าความบาปของเราต้องมาคู่กับการสำนึกผิดต่อพระพักตร์พระเจ้า

2. คนบาปในคริสตจักรพึ่งพาพระเจ้า

คนบาปในคริสตจักรเชื่อในพระเจ้าและรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถช่วยตัวเองได้ มีแต่พระเจ้าเพียงเท่านั้นที่สามารถช่วยเขาให้รอดได้ เรามีชีวิตอยู่โดยพึ่งพาพระองค์ ซึ่งรวมไปถึงการเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่และสิ่งที่กำลังดิ้นรนต่อสู้อยู่ในใจกับพระองค์ด้วย ส่ิงที่สำคัญที่สุดคือต้องแสวงหาพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อขอการช่วยเหลือดูแล,การจัดเตรียมและการยกโทษที่มาจากพระเจ้า

ในศตวรรษที่16แม่ชีเทเรซาแห่งเมืองอวิลลาในประเทศสเปนได้อธิษฐานกับพระเจ้าด้วยใจจริงว่า “โอ้พระเจ้า ฉันไม่รักพระองค์และไม่อยากที่จะรักพระองค์เลย แต่ฉันอยากที่จะอยากรักพระองค์” เราได้เทหัวใจของเราออกต่อพระเจ้าและพึ่งพาพระองค์ในแต่ละวันในชีวิตหรือเปล่า?

3. คนบาปในคริสตจักรต่อสู้กับความบาปทุกวัน

เราไม่ได้มีภูมิคุ้มกันความบาป แต่เราพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะสำนึกผิดและต่อสู้กับความบาป นี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ง่ายเลย พระเจ้าทรงเตือนเราให้เฝ้าระวัง “ท่านทั้งหลายจงสงบใจ จงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้” (1เปโตร5:8)

เพียงแต่เราพึ่งพาในพระเจ้าและติดสนิทกับพระองค์ เราก็สามารถเอาชนะการล่อลวงในชีวิตประจำวันของเราได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราล้มลงในความบาป เราสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งโดยพระคุณของพระองค์ เรายังดิ้นรนต่อสู้อยู่กับความบาปในแต่ละวันหรือเปล่า? ขอกำลังจากพระเจ้าที่จะสามารถเอาชนะสิ่งนั้นสิ

4. คนบาปในคริสตจักรรักคนอื่นๆด้วย

คนบาปในคริสตจักรรู้ว่าพระเจ้าทรงรักคนบาปคนอื่นๆเท่ากับที่พระองค์ทรงรักเขา และเพราะว่าพระองค์ทรงรักคนบาปคนอื่นๆเราจึงรักพวกเขาด้วย เราไม่ตัดสินพวกเขาจากความผิดพลาดหรือการเพิกเฉยของเขา แทนที่จะทำเช่นนั้นเราอธิษฐานเผื่อพวกเขา ตักเตือนพวกเขาด้วยความรัก ช่วยเขาให้สำนึกบาปและกลับมาเป็นคนที่ดีขึ้นได้ เรารักผู้อื่นเหมือนที่พระเจ้าทรงรักเราหรือเปล่า?

มอร์ตัน เคลซี นักเขียนผู้หนึ่งเคยพูดไว้ว่า คริสตจักรไม่ใช่พิพิธภัณฑ์สำหรับนักบุญแต่เป็นโรงพยาบาลสำหรับคนบาป สิ่งนี้เป็นความจริงใช่ไหม? แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะสิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำเพื่อเราแล้วนั้นเราจึงไม่เป็นเพียงคนบาปในคริสตจักรเท่านั้น แต่เราเป็นคนบาปที่ได้รับการไถ่ให้รอดแล้วในคริสตจักร

Tags: , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง