การต่อสู้ของฉันในการเป็นคริสเตียนรุ่นลูก

วันที่ 4-11-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

my-struggles-as-a-second-generation-christianผู้เขียน : Ellen, China
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันเป็นคริสเตียน “รุ่นลูก” ชีวิตของฉันส่วนใหญ่จะติดอยู่ในกรอบของคำๆนี้ และฉันเชื่อว่าทุกคนที่เป็นคริสเตียนรุ่นลูกคงจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังจะแบ่งปันนี้

เมื่อครั้งฉันยังเด็กฉันจะไปคริสตจักรกับพ่อแม่ของฉัน คริสตจักรเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน มันเป็นสถานที่ที่ฉันได้วิ่งเล่นกับเพื่อน ๆและร่วมร้องเพลงด้วยกัน คริสตจักรเป็นที่ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพื่อจะให้ได้เป็นเด็กที่ทุกคนชื่นชอบ ฉันเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนในห้องเรียนรวีเมื่อใดก็ตามที่คุณครูมีคำถามฉันก็จะร่วมตอบคำถามอย่างตั้งใจและฉันยังเป็นส่วนหนึ่งของงานคริสต์มาสประจำปีของคริสตจักร ฉันได้ใส่ชุดเจ้าหญิงที่น่ารักและได้ร่วมขับร้องเพลงอย่างเต็มที่อยู่บนเวทีนั่นมันคือความภาคภูมิใจของฉัน

แต่คุณรู้ไหมว่าในช่วงเวลาที่ฉันได้ร่วมกิจกรรมนี้การแสดงของฉันที่อยู่บนเวทีนั้นฉันทำมันได้ดีและเป็นธรรมชาติมาก แต่เรื่องราวที่ฉันได้แสดงออกไปนั้นมันไม่เคยเข้ามาสัมผัสในหัวใจของฉันอย่างแท้จริงได้เลยและฉันก็ยังคงเก็บความรู้สึกแบบนั้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจฉัน

ฉันรู้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริงและพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งโลกและจักรวาล ทรงมอบบุตรชายเพียงคนเดียวของพระองค์มาตายแทนเรา แต่ส่วนตัวของฉันเองนั้นไม่สามารถจะอธิบายได้ว่ามันมีความสำคัญกับฉันอย่างไร
ดังนั้นฉันจึงเป็นเพียงคนที่นับถือศาสนาคริสต์แต่ในนามเท่านั้น ถึงแม้ว่าฉันจะทำหน้าที่รับใช้พระเจ้าในโบสถ์แต่ฉันก็ยังห่างไกลจากพระเจ้ายิ่งนัก ฉันจะทำได้แค่เพียงจดจำคำพูดของคุณครูรวีและพ่อแม่ของฉันเท่านั้นและบ่อยครั้งที่ฉันทำตามคำพูดของพวกเขาโดยปราศจากความเชื่อมั่นที่แท้จริงของตัวเอง

เมื่อใดก็ตามที่มีผู้เชื่อใหม่เข้ามาแล้วบอกเล่าเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นของพวกเขาที่ได้สัมผัสความอัศจรรย์แห่งความรักของพระเจ้าและพระคุณของพระองค์ซึ่งเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงใดๆทั้งสิ้น ฉันได้กลายเป็นคนที่ชาชินและไม่มีความรู้สึกอะไรกับความหมายสำคัญในพระวัจนะของพระเจ้าเลย
ช่วยไม่ได้นี่นา! ฉันรู้สึกอิจฉาที่พวกเขาสามารถเข้าถึงพระเจ้าและมีความเชื่อมั่นในพระเจ้าได้มากมายขนาดนั้น แต่ตัวฉันเองกลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ฉันเริ่มรู้สึกกังวลใจที่ฉันมีรู้สึกเฉยเมยและชินชาเกี่ยวกับความเชื่อในพระเจ้า ฉันรู้ว่าถึงเวลาที่ฉันต้องเปลี่ยนแปลง ฉันอยู่เกรด 12 ฉันรู้สึกเหนื่อยและกดดันตัวเองเพื่อให้สามารถสอบผ่านและเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีได้ ฉันจำได้ว่าฉันเดินเข้าไปในโบสถ์ในวันคริสต์มาส ฉันรู้สึกหดหู่กับปัญหาชีวิตของตัวเองและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของฉัน แม้ว่าศิษยาภิบาลและพ่อแม่ของฉันจะอธิษฐานเผื่อฉันอย่างสม่ำเสมอก็ตามแต่สำหรับฉันแล้วฉันเหมือนคนกำลังจะสิ้นหวัง

คืนนั้นฉันตัดสินใจที่จะอธิษฐานกับพระเจ้า แต่ฉันนั่งนิ่งเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี ฉันทำได้แค่หลับตาลงและหวังว่าพระเจ้าจะเผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวฉันบ้าง ทันใดนั้นก็มีบทเพลงหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของฉัน “หลายสิ่งหลายอย่างของวันพรุ่งนี้ฉันอาจจะไม่เข้าใจ แต่ฉันรู้ว่าวันพรุ่งนี้อยู่ในมือของใคร และฉันรู้ว่าใครเป็นคนจับมือของฉันไว้” เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นน้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาของฉัน ตอนนั้นเองที่ฉันตระหนักได้ว่าพระเจ้ารู้ว่าฉันผ่านอะไรมาบ้างและพระเจ้ารู้ด้วยว่าฉันกำลังจะผ่านอะไร ถึงแม้ว่าฉันจะมีปัญหาแต่ฉันรู้ว่าพระเจ้าจะช่วยให้ฉันผ่านมันไปได้

นอกจากนี้ฉันยังเคยคิดว่าฉันกำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่คนเดียว แต่ความจริงแล้วพระเจ้ายังอยู่กับฉันเสมอ พระเจ้าใช้เพลงเตือนใจฉันถึงแม้ว่าในอนาคตจะยังไม่มีอะไรชัดเจนแต่ทุกอย่างก็อยู่ในมือของพระเจ้า มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันเข้าใจความสัมพันธ์ของฉันกับพระเจ้าที่ฉันสัมผัสได้ด้วยตัวของฉันเอง ที่ไม่ได้มาจากคำบอกเล่าของครูรวีหรือพ่อแม่ของฉัน

พระเจ้ารักฉันเพราะฉันเป็นลูกของพระเจ้า พระเจ้าจะคอยให้คำแนะนำและชี้ทางสว่างให้กับฉัน พระเจ้ารู้ทุกความคิดของฉัน พระเจ้าทรงมีแผนการที่ดีและสมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตของฉันเสมอ ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนรุ่นลูกเรามีสิทธิ์ในการที่จะทำความรู้จักความน่าอัศจรรย์ของพระเจ้าด้วยตัวของเราเอง พระเจ้าให้เราเกิดมาในที่ที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด เราไม่จำเป็นต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายเพื่อให้ได้รู้จักพระเจ้า ฉันได้เรียนรู้ที่จะขอบคุณพระเจ้า ที่ทำให้ฉันได้รู้จักกับพระเจ้าตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ถึงแม้ว่าพ่อแม่ของฉันจะมีบทบาทสำคัญในการแนะนำฉันได้รู้จักกับพระเจ้า แต่ฉันจะต้องเป็นคนสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยตัวของฉันเอง

สุดท้ายแล้วฉันได้รู้ว่ามีแค่วิธีเดียวที่เราจะทะลายกำแพงคำว่า “คริสเตียนรุ่นลูก” นั่นคือการได้รู้จักและเข้าถึงพระเจ้าด้วยตัวของเราเองแล้วจะได้สัมผัสถึงความรักอันงดงามของพระเจ้าที่มีต่อเรา

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง