เราไม่ใช่ผลรวมจากสิ่งที่แย่ที่สุด

วันที่ 25-10-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

we-are-not-the-sum-of-our-bad-choices2
ผู้เขียน : Ruth Lawrence, ประเทศสหรัฐอเมริกา
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

คุณอาจจะเคยเจอพวกเขามาแล้วตามท้องถนน สำหรับคนเร่ร่อนไร้ที่อยู่อาศัยและคนติดยาเสพติด ในตอนแรกพวกเขาก็เหมือนพวกเรานี่แหละแต่เขาอาจจะเลือกทางเดินผิดจึงทำให้ชีวิตของพวกเขาตกต่ำลงไป แบบนั้น และคิดว่ามันอาจจะสายเกินไปสำหรับพวกเขาที่จะกลับตัวกลับใจแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือบางที พระเจ้าอาจจะไม่ต้องการพวกเขาแล้ว

คุณเองก็อาจจะมีเพื่อนหรือเคยได้ยินเรื่องราวของคนอื่นมาบ้าง ที่ผู้หญิงตัวคนเดียวจะต้องเป็นคนเลี้ยง ดูลูกของเธอโดยลำพังหลังจากที่เธอได้ทำผิดพลาดมาแล้ว สำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะมีอยู่จริง แต่พระเจ้าก็ไม่ต้องการจะรับรู้ถึงสถานการณ์หรือ เป็นห่วงอะไรเธอเลย นี่จะเป็นสิ่งที่เธอพยายามจะบอกให้เรารับรู้

รอบข้างตัวเราอาจจะเต็มไปด้วยคนเหล่านี้ก็ได้ ซึ่งความจริงแล้วเพื่อนบ้านของฉันบางคน ก็ตั้งใจทำเหมือนคนไร้ที่อยู่อาศัยหรือคนเร่ร่อนเหล่านั้นฉันคิดว่ามันน่าเศร้ามากที่พวกเขาเลือกใช้ชีวิตให้จมดิ่ง อยู่ในความพ่ายแพ้เช่นนี้

นั่นคือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จาก (เนหะมีย์ 9) ว่าคนอิสราเอลใช้ระยะเวลายาวนานถึง 70 ปีในการสร้างหนทางเพื่อให้เขาได้กลับไปยังดินแดนแห่งอิสราเอลหลังจากถูกเนรเทศให้ออกจากบา บิโลนนั่นทำให้ทุกคนได้กลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งพวกเขาและเนหะมีย์ได้ร่วมกันตัดสินใจบูรณะกำแพงแห่งเยรูซาเล็มขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง : พวกเขาได้ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าหรือไม่?

คำตอบ คือใช่ พวกเขาต้องการที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า (เนหะมีย์ 9) จึงเป็นคำอธิษฐาน ของการกลับตัวกลับใจของพวกเขามันเป็นคำอธิษฐานที่ยาวนานและครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่พระเจ้าได้ทรง กระทำกับพวกเขาให้พวกเขาเป็นประเทศแห่งความผิดพลาดนั่นคือสิ่งที่ชาวอิสราเอลสร้างทางเลือกที่น่าเศร้า เช่นนี้

เช่นเดียวกับคนที่อยู่รอบข้างตัวเรา พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธพระเจ้าและทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ จนกระทั่งพวกเขาได้ประจักษ์แจ้งแล้วว่าพระเจ้าได้ทรงสร้างความอัศจรรย์ให้แก่พวกเขาโดยการช่วยปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระจากการเป็นทาส

พวกเขาจะต้องรู้สึกเสียใจและอับอายในสิ่งที่พวกเขาได้ทำผิดพลาดลงไปในอดีต ไม่ใช่เป็นเพราะคำอธิษฐานสารภาพถึงความผิดบาปของพวกเขาหรอกนะ แต่เป็นเพราะพระเจ้า ได้ช่วยเหลือพวกเขาทุกครั้งที่พวกเขาล้มเหลว ดังในเนหะมีย์ 9 ที่มีวลีแห่งความสวยงามและไพเราะเช่นนี้

“แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่พร้อมจะทรงให้อภัย มีพระทัยเมตตาและกรุณา ทรงพระพิโรธช้า และทรงอุดมด้วยความรักมั่นคงและมิได้ทรงละทิ้งเขาทั้งหลาย ”(เนหะมีย์ 9:17)

“ด้วยพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์ พระองค์ก็มิได้ทรงละทิ้งเขาในถิ่นทุรกันดาร” (เนหะมีย์ 9:19)

“เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงมอบเข้าไว้ในมือศัตรูของเขา ผู้ซึ่งกระทำให้เขาทนทุกข์และในเวลาแห่งการทนทุกข์ของเขานั้น เขาร้องทูลต่อพระองค์ และพระองค์ทรงฟังเขาจากฟ้าสวรรค์ พระองค์ได้ประทานบรรดาผู้ช่วยแก่เขา ผู้ได้ช่วยเขาให้พ้นจากมือศัตรูของเขา ตามพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์” (เนหะมีย์ 9:27)

“พระองค์ทรงฟังเขาจากฟ้าสวรรค์ และพระองค์ทรงช่วยกู้เขาไว้หลายครั้งหลายหน ตามพระกรุณาของพระองค์” (เนหะมีย์ 9:28)

“ถึงกระนั้นด้วยพระกรุณาซับซ้อนของพระองค์ พระองค์มิได้ทรงกระทำให้เขาพินาศหรือละทิ้งเขาเสีย เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระเมตตา และพระกรุณา” (เนหะมีย์ 9:31)

และนั่นทำให้ฉันคิดว่า โอ้โห! พระเจ้าช่างอัศศจรรย์มาก ที่พระองค์มีความเห็นอกเห็นใจและยังคงรักเรา ถึงแม้ในบางครั้งเราอาจจะไม่สนใจหรือละเลยในพระเจ้า ในชีวิตส่วนตัวของฉันเองก็ ยังไม่ได้รับคำตอบ หรือคำแนะนำ จากพระเจ้าเช่นเดียวกันกับคนอิสราเอล ฉันรู้สึกรำคาญตัวเองที่ฉันเลือกจะไม่บอกคนอื่น เกี่ยวกับเรื่องราวของพระเยซูเพราะฉันกลัวว่าเขาจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กลับมาอย่างไรบ้าง

ในประเทศอังกฤษ คนมักจะอยู่แบบส่วนตัวไม่ค่อยได้พูดคุยหรือทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านเท่าได้นัก แถวบ้านฉันก็เช่นกันถ้าเราจะออกจากบ้านในช่วงเวลาเดียวกัน อาจจะมีพูดจาทักทายสวัสดีกันบ้าง แต่การสนทนาของเราไม่เคยไปไกลเกินกว่าเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศเลย ดังนั้น ถึงแม้ว่าฉันจะเห็นว่า เพื่อนบ้านของฉันต้องการพระเจ้า ฉันก็ไม่สามารถที่พูดอะไรมากไปกว่า คำว่า “สวัสดี” เพราะฉันกลัวว่าพวกเขาจะคิดว่าฉันบ้า

เมื่อฉันคิดถึงสิ่งที่ฉันได้ทำพลาดในครั้งนี้ ฉันรู้สึกผิดมาก ฉันรู้ว่าฉันได้ละเลยและเพิกเฉย ในคำสั่งที่พระเจ้าอยากให้ฉันทำ : คือให้ฉันประกาศและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซู แต่ฉันก็ทำไม่ได้

ดังนั้นฉันจึงกลับมาอ่านพระวจนะของพระเจ้าอีกครั้ง และการอ่านพระคำในครั้งนี้ ช่วยทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกเหมือนมีคนยกของหนักออกจากไหล่ของฉัน เพราะนั่นคือสิ่งที่พระเจ้าสัญญาว่า ถ้าเราใช้เวลาในการอธิษฐาน,สารภาพความผิด และขอให้พระองค์ทรงอภัยให้เรา แล้วพระองค์จะทรงปลดปล่อยเราจากความรู้สึกผิดและจะทรงชำระเราจากความผิดบาปนั้น

และแน่นอนที่สุด ฉันทำหน้าที่ในการประกาศเรื่องราวของพระเจ้าให้กับผู้คนได้รับรู้ ที่ฉันทำได้เช่นนั้นไม่ใช่เพราะเกิดจากความรู้สึกผิดของฉัน แต่ที่ฉันสามารถทำได้เพราะฉัน เชื่อฟังในพระเจ้านั่นเอง

ดังนั้นนี่คือสิ่งที่บางครั้งคุณอาจจะเคยทำในสิ่งที่ผิด เลือกคบคนผิดหรือเกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย คุณรู้ไหมว่าการกระทำของคุณจะทำให้พระเจ้าไม่ได้รับเกียรติ มันเป็นทางที่จะทำให้ คุณรู้สึกว่างเปล่า และรู้สึกผิด หรือบางทีทางที่คุณเลือกอาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าเสแสร้งหรือรู้สึกผิด ถ้าคุณไม่รู้จักลำดับความคิด และมัวแต่คิดว่าพระเจ้าไม่มีทางยกโทษให้เราแน่นอน หากเป็นเช่นนั้นให้เราดูที่พระวจนะของพระเจ้า ว่าพระองค์ตรัสว่าอย่างไร แล้วมองไปที่ไม่กางเขนนั้น ว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำอะไรให้เรา

ให้เรากลับมาหาพระเจ้า “ผู้ทรงสง่างามและทรงมีพระเมตตา,ทรงกริ้วช้าและ ทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก” พระเจ้าจะไม่ทรงหันหนีไปจากเรา เพราะฉะนั้น อย่าให้เราจมปลักอยู่กับอดีต

Tags: Ruth Lawrence, , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง