ผมไม่ได้เลือกที่จะเป็นเกย์

วันที่ 31-10-2016 • บทความ • admin • 2 ความคิดเห็น »

i-didnt-choose-to-be-gay
ผู้เขียน : Raphael Zhang, Singapore
ผู้แปล-ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาเป็นภาษาอังกฤษ

“ผมไม่ได้อยากชอบเพศเดียวกัน”
ผมมีชีวิตวัยเด็กที่แสนจะเรียบง่ายและอาศัยอยู่ในบ้านที่แสนจะธรรมดา มีพ่อแม่ และคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน พวกท่านรักและดูแลทะนุถนอมผมเป็นอย่างดี ผมมีน้องชาย 1 คน แต่ตลอดเวลาผมฝันว่าอยากจะมีพี่ชายมาเสมอ เมื่อผมโตขึ้น ประมาณชั้นประถมปลาย ผมมองภาพรุ่นพี่ผู้ชายในโรงเรียนเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่งของตัวเอง

ครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าชอบผู้ชายด้วยกัน ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงวัยแรกรุ่นคือช่วงมัธยมต้น ผมหลงรักเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องของผมเอง ผมหลงเสน่ห์เพื่อนผู้ชายคนนี้มาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผมจึงรู้ว่า ผมเป็น “เกย์”

ในเวลานั้น ผมไม่สามารถจะบอกเรื่องราวของผมให้ใครฟังได้ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนของผมหรือ แม้แต่ครอบครัวของผมเอง ผมจึงเสาะแสวงหากลุ่มคนที่เป็นเกย์ทางสังคมออนไลน์ แล้วผมก็เจอกลุ่มแชทของคนที่เป็นเกย์ ผมยังจำได้อย่างชัดเจนครั้งแรกที่ผมเริ่มแชท ทางอินเตอร์เน็ต กับคนที่เป็นเกย์เหมือนกัน ผมรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นมาก

ในเบื้องต้น มันเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของผมเองที่นำผมไปสู่สังคมออนไลน์นี้ จนเวลาล่วงเลยมาซักพัก ผมยังมีความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ความรู้สึกนั้นนำให้ผมค้นหาคน ที่เป็นเหมือนกันกับผม เมื่อความเหงาของผมเริ่มมีมากขึ้น ผมก็เริ่มที่จะค้นหาคนที่เป็นเกย์ เหมือนกันและเริ่มที่จะมีความสัมพันธ์แบบแฟนกับเขา

ผมรับเชื่อเป็นคริสเตียนตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่ชั้นประถม ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ได้ไปโบสถ์เลย และผมก็ไม่ได้ติดตามพระเจ้าหรือศึกษาถึงความจริงเกี่ยวกับความเชื่อของ “คริสเตียนกับเรื่องเพศ” เลย ผมตัดสินใจผิดพลาดโดยคิดไปเองว่าพระเจ้าก็โอเค กับการตัดสินใจของผม ผมดำเนินชีวิตตามความปรารถนาที่จะเป็นเกย์ อยู่ 10 ปี และพยายามที่จะมีความสัมพันธ์กับเกย์ด้วยกัน จนผมต้องล้มลงในความบาปเกี่ยวกับเรื่องเพศ ครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อ 2-3 ปีก่อน พระเจ้าทำให้ผมเห็นว่า การดำเนินชีวิตตามใจปรารถนาที่จะเป็นเกย์ของผมนั้น ไม่ใช่พระประสงค์ของพระองค์ จากนั้นพระองค์ทรงเยียวยารักษาผม นำผมให้เข้าใกล้และ ติดสนิทกับพระองค์มากยิ่งขึ้น

ผมคิดว่าอีกไม่นาน ผมคงจะเลิกเป็นเกย์ แต่ผมก็ยังคงสนใจและหลงเสน่ห์เพศเดียวกันอยู่เช่นเคย ผมรู้ตัวเองว่าผมไม่ได้ระวังและไม่ได้หักห้ามใจตัวเองไม่ให้รู้สึกอย่างนั้น แม้ว่าผม เลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้าแต่ความรู้สึกของผมมันออกมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นสัญชาตญาณที่เคยทำมา

ถ้าผมเลือกได้ ผมอยากจะให้ลบความเป็นเกย์นี้ออกไปให้หมด มันคงจะทำให้ผมใช้ชีวิตง่ายขึ้น ผมไม่รู้ว่าผมจะสามารถหายจากการเป็นเกย์ได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่หรือผมจะได้รับการเยียวยารักษาฟื้นฟูได้มากน้อยเพียงใด ผมรู้แต่เพียงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถเป็นไปได้ ผ่านทางการฟื้นคืนพระชนม์คือโดยทางพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดเท่านั้น

ขอยืมคำพูดของนักเขียนชื่อ Wesley Hill (เวสลี่ย์ ฮิลล์) คริสเตียนที่เคยชอบเพศเดียวกันและ ตอนนี้เลือกที่จะถวายตัวรับใช้พระเจ้า ตอนนี้ผมอยู่ในสถานะที่พระเจ้าทรง “ชำระและกำลังรอคอย” ในฐานะคริสเตียน “ผมได้รับการชำระ,พ้นจากบาป และ ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรม ในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์และพระวิญญาณบริสุทธ์ของพระเจ้าของเรา” (1 โครินธ์ 6:11)แต่ผมก็ยังคง “รอ (รอคอย) การที่พระเจ้าจะทรงให้เป็นบุตรคือที่จะทรงให้กายของเรา ทั้งหลายรอดตาย” (โรม 8:23-25)

ขณะที่ผมไม่สามารถเลือกเพศของตัวเองได้ ผมรู้ว่ามีทางเลือกทางเดียวที่ผมจะต้องเลือกคือการเลือก ที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ผมเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผมเคยชอบเพศเดียวกัน ไม่ใช่เป็นความผิดบาปจากตัวมันเอง แน่ทีเดียวว่าพระเจ้าจะไม่ทรงนับว่าสิ่งนั้นเป็นความบาป จากการที่ผมไม่สามารถเลือกเพศของตัวเองได้ แต่ในทางกลับกันจากการกระทำที่ผมเลือกที่จะเป็น มันสามารถเป็นประตูที่นำผมไปสู่ความบาป หรืออีกทางหนึ่งก็สามารถนำผมเข้าใกล้พระเจ้า ด้วยความเชื่อว่าพระองค์จะทรงรักษาให้ผมหายจากการเป็นเกย์นี้ได้

ผมมีความเชื่อว่าสิ่งที่ผมแบ่งปันในวันนี้จะสามารถช่วยให้คุณที่กำลังจะตัดสินใจในทางเลือกที่คุณมีอยู่นั้น ที่จะเลือกทางที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับตัวคุณเองเมื่อคุณพบว่า คุณอยู่ในสถานการณ์ที่คุณไม่สามารถเลือกได้

เลือกที่จะเชื่อในน้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเรา

มีครั้งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่า ผมโกรธพระเจ้ามากที่ปล่อยให้ผมชอบเพศเดียวกัน ทำให้ผมไล่ตามสิ่ง ที่น่ากลัวและเหมือนกับว่าพระเจ้าใจร้ายกับผมมาก ผมโทษพระเจ้าที่ทำให้ผม ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้

เวลาผ่านไปหลายปี ผมเริ่มที่เข้าใจว่าพระเจ้าคือใคร พระเจ้าทรงแสนดีเพียงใดด้วยความรัก อันมากมายของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นเพื่อน และการเสียสละขององค์พระเยซูตคริสต์ ที่ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ทำให้รู้ว่าความรักของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
และรู้ว่าพระองค์ทรงปลอบประโลมจิตใจให้แก่ผู้ที่ไว้วางใจในพระองค์ เมื่อรู้ดังนี้แล้วความโกรธของผมก็ค่อยๆเจือจางไป แต่กลับกลายเป็นความทราบซึ้ง , ยำเกรงในพระองค์ และความรักของผมที่มีต่อพระเจ้าค่อยๆทวีคูณมากยิ่งขึ้น

ผมยังคงไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมพระเจ้าปล่อยให้ผมหลงรักเพศเดียวกัน ผมจะรู้ความจริง ก็คงจะเป็นเมื่อตอนที่ผมได้ไปอยู่กับพระองค์แล้ว ผมเลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้าผ่านทางพระวจนะคำ ของพระองค์ “เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวง ที่พระองค์ได้ทรงเรียก ตามพระประสงค์ของพระองค์” (โรม 8:28) ผมรู้ว่าพระเจ้า ทรงใส่พระทัยในชีวิตของผม และพระองค์ก็ทรงเดินอยู่เคียงข้างผมในทุกเส้นทางของชีวิตผม และเป็นการดีสำหรับตัวผม

เลือกที่จะพึ่งพาพระเจ้ามากขึ้น

ทุกครั้งที่สายตาของผมเหลือบไปเห็นหรือจิตใจของผมจดจ่อไปที่ผู้ชายที่ผมคิดว่าผมคงจะตกหลุม รักเค้าและอยากจะมีความสัมพันธ์กับคนคนนั้น ผมจะคอยเตือนตัวเองให้หันกลับมาจดจ่อ อยู่ที่พระเจ้า ช่วงเวลาอันยากลมบากที่ผมจะต้องต่อสู้กับตัวเองและคอยบังคับสายตา ไม่ให้มองหาเพศเดียวกัน ผมอธิษฐานถามพระเจ้าว่าทำไม่ผมต้องเผชิญกับปัญหาแบบนี้ และผมก็ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ว่า “สายตาของเจ้ามองหาสิ่งเหล่านั้นก็เพราะจิตใจของเจ้า ไม่ได้ยึดมั่นอยู่ในเรา”

และแน่นอนที่สุด, เมื่อไหร่ที่ผมใช้เวลาอย่างตั้งใจกับพระเจ้ามากขึ้น ร้องเพลงนมัสการสรรเสริญพระเจ้า และอธิษฐานเป็นการส่วนตัวกับพระองค์ มีโอกาสร่วมสามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียนด้วยกัน ผมสามารถใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้น และหันหนีจากทางของการเป็นเกย์ได้อย่างง่ายดาย ผ่านสิ่งเหล่านี้ผมเริ่มจะเข้าใจใน พระวจนะคำของพระเจ้ามากขึ้น ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้บอกกับเราว่า “จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณและพระวิญญาณก็ต่อสู้กับเนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกันดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้ ”(กาลาเทีย 5:16-17)

และผมก็คอยเตือนตังเองอยู่เสมอว่า “ผู้ที่หว่านในย่านเนื้อหนังของตน ก็จะเกี่ยวเก็บความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่ผู่ที่หว่านในย่านพระวิญญาณก็จะเกี่ยวเก็บ ชีวิตนิรันดร์จากรพะวิญญาณนั้น” (กาลาเทีย 6:8) เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องเผชิญกับความยากลำบากนี้ ผมเลือกที่จะเดินในทางของพระวิญญาณบริสุทธิ์และทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อที่ผมจะได้เก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์

ผมได้เรียนรู้อย่างตั้งใจที่จะนำเอาความเจ็บปวดและความต้องการของผมวางไว้ที่พระเจ้า พระเจ้ายังทำให้ผมเข้าใจอีกว่า ภายใต้ความสัมพันธ์ที่หลอกลวง ท่ามกลางความชอบ และคลั่งใคล้เพศเดียวกันแล้ว ผมรู้ว่าผมควรที่จะเลือกรับความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและ มันทำให้ผมเติบโตขึ้นในทางของพระเจ้า (ถึงแม้ว่าในกรณีของผมมันอาจจะไม่จำเป็น สำหรับคนอื่นก็ตาม)

ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเผชิญกับปัญหาในการชอบเพศเดียวกัน ผมเลือกที่จะอธิษฐาน ต่อพระเจ้าก่อน เหนือสิ่งอื่นใด ทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และทูลขอพระเจ้า ให้ปลอบประโลมผมและขอพระองค์ที่จะทรงรักษาบาดแผลนั้นให้หาย ผมคอยเตือนตัวเองเสมอว่าความเป็นชายของผมถูกกำหนดจากมาตรฐานของพระเจ้าที่ปรากฎ ผ่านทางพระวจนะคำของพระองค์ และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเองผ่านทางวัฒนธรรมการใช้ชีวิต ของเราเอง และทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่ผมจะมองเพศเดียวกันในทางที่ถูกต้องเหมาะ สมและสำแดงความรักของพระเจ้าผ่านทางความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเท่านั้น

และโดยทางนี้ การตัดสินใจในการเลือกคบเพื่อนเพศเดียวกันทำให้ผมพึ่งพาพระเจ้าในการที่จะ ช่วยผมมากยิ่งขึ้น ผมเลือกที่จะเข้าใกล้พระเจ้าและรับการรักษาเยียวยาจากพระองค์ และเลือกที่จะเชื่อฟังพระเจ้า และปฎิบัตติตามทางของพระองค์มากกว่าตามใจตนเอง

เลือกที่จะใช้ประสบการณ์ส่วนตัวนี้เพื่อพระประสงค์ของพระเจ้า

เมื่อไม่นานมานี้ พระเจ้าทรงนำฉันผ่านทางประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องราวที่ฉันหลงชอบ เพศเดียวกันนี้ เพื่อพระประสงค์ของพระองค์

พระเจ้าทรงนำฉันให้ได้พบกับคริสเตียนที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับผม ทำให้ผมได้มีโอกาส ช่วยเหลือพวกเขาและเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเป็นอย่างดี ผมเต็มใจเป็นอย่างมากที่จะรับภาระ ในการที่จะเข้าถึงพวกเขาเหล่านั้น และผมก็รู้ว่าประสบการณ์ส่วนตัวของผมจะทำให้พวกเขา เปิดใจกับผมมากขึ้นในเบื้องต้น

อีกนัยหนึ่ง ประสบการณ์ของผมก็ทำให้ผมเข้าถึงพวกเค้าได้มากขึ้น และเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจ ความเจ็บปวดจากการชอบเพศเดียวกันนั้น และรู้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร นั่นเป็นการสร้างสะพานที่ผมจะเข้าไปถึงพวกเขา และพระเจ้าก็อนุญาต ให้ผมได้มีโอกาส แบ่งปันคำพยานส่วนตัวในการเดินกับพระเจ้าท่ามกลางปัญหาเหล่านี้กับพวกเขา และอีกนัยหนึ่งก็ทำให้ผมมีความตั้งใจที่จะสร้างความสัมพันธ์ของผมกับพระเจ้าให้เข้มแข็ง และกำหนดขอบเขตของอารมณ์ของตังผมเอง ที่ผมหรือคนที่กำลังเผชิญปัญหาแบบเดียวกันกับผม ที่จะไม่ตกเป็นทาสของความบาปนั้นอีก

จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้มานี้ทำให้ผมรู้จักที่จะรักษาสมดุลจากสองสิ่งนี้ในการที่จะช่วยผู้อื่นและตัวผม เองด้วยชัยชนะที่มาจากพระเจ้า และนำพวกเขาเหล่านั้นที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน นำเขากลับมาหาพระเจ้าเพื่อเขาเหล่านั้นจะไม่หลงไปและมีชีวิตอยู่เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า

เลือกที่จะยึดมั่นในพระคำของพระเจ้า

วัฒนธรรมของโลกที่เราอยู่ในทุกวันนี้มักจะทำให้เรารู้สึกว่าการมีตัวตนของเรานั้นไม่มีอยู่จริง เราจะต้องพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ทำตามเสียงหัวใจของตัวเองให้มากขึ้น และทำอะไรก็ได้ที่เป็นไปตามอารมณ์และความรู้สึก จึงจะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นตัวของตัวเอง มากพอ และพวกเค้าก็เชื่อว่าคนทุกคุณมีอิสระที่จะเลือกเพศของตัวเองได้โดยการแสดงออก จากความรู้สึกของตัวเองว่าเราเลือกที่จะเป็นเพศไหน

ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับศาสนศาสตร์ชาวอเมริกัน ชื่อ Erik Thoennes (เอริก โทเอนเนส) ได้กล่าวไว้ว่า “ความคิดที่ว่าการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับความรู้สึกนั้นว่าเป็นความเสแสร้ง นั่นคือความหมายที่ไม่ถูกต้องของคำเสแสร้ง แต่จะมีชีวิตอยู่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผมเชื่อ ว่าแม้ในสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าเสแสร้ง แต่การใช้ชีวิตตามความรู้สึกมันหมายถึงความซื่อสัตย์”

แต่พระเจ้าสอนผมว่าสิ่งที่ผมเป็นไม่ได้มาจากความรู้สึกของผมเอง แต่มาจากพระวจนะคำ ของพระองค์ ผมเลือกที่จะมีความสัตย์ซื่อจากความจริงที่มาจากพระเจ้า และปฏิเสธความรู้สึก จากเนื้อหนังของตนเอง นี่คือสิ่งที่ผมเลือก คือเลือกอยู่กับความเป็นจริงของพระเจ้า “ตามประเพณีของคริสเตียน” นักเขียนชื่อ Richard John Neuhaus (ริชาร์ด จอห์น นิวฮุส)ได้กล่าวว่า “การอยู่อย่างสัตย์ซื่อต่อตัวเอง คือการทรงเรียกที่จะให้เราเป็นเช่นนั้น”
พระเจ้าทรงมีอำนาจสูงสุดและพระวาทะของพระองค์มีอำนาจเหนือชีวิตของเรา และผมมีมีความเชื่อในพระองค์เพราะความรักมั่นคงของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของผม ทรงตกแต่งชีวิตผม และทรงเรียกผมให้เป็นผู้ที่ดีที่สุดในสายพระเนตรของพระองค์

เลือกพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของเรา

หลายครั้งที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ทำอะไรเพื่อพระองค์เลย ผมสงสัยว่าผมจะเชื่อฟังและทำตาม พระเจ้าได้อย่างง่ายดายหรือไม่เพียงใดหากผมไม่ได้ติดอยู่ในสถานการณ์ที่ชอบเพศเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าอันที่จริงแล้วพระเจ้าทรงรักและห่วงใยในตัวผม มากกว่าที่พระองค์ จะสนใจว่าผมได้ทำอะไรเพื่อพระองค์มากน้อยเพียงใด

มีพระวจนะคำของพระเจ้าอยู่สองบทที่ผมยึดถือและจำไว้จนขึ้นใจ เรื่องหนึ่งคือเรื่อง “เงินถวายของหญิงม่าย” (มาระโก 12:41-44 , ลูกา 21:1-4) และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง “พระเยซูทรงรับการชโลมที่เบธานี” (มัทธิว 26:6-13 , มาระโก 14:3-9) พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “เพราะว่าคนทั้งปวงนั้นได้เอาเงินเหลือของตนมาใส่ไว้ แต่ผู้หญิงนี้ขัดสนที่สุด ยังได้เอาเงินที่มีอยู่ สำหรับเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จนหมด” (มาระโก 12:44) และ พระเยซูก็ได้ตรัสกับคนเหล่านั้นอีกว่า “อย่าว่าเขาเลย กวนใจเขาทำไม เขาได้กระทำการดีแก่เรา” (มาระโก 14 :6) พระเยซูทรงเห็นคุณค่าความสำคํญของหญิงม่ายที่ถวายเงินเพียงน้อยนิดกับผู้หญิงที่มีผอบน้ำมัน ราคาแพงนั้นเท่าๆกัน

พระวจนะคำสองตอนนี้ได้บอกกับผมว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยในสิ่งที่ผมถวายแก่พระองค์ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นสิ่งที่มีราคาแพงหรือมีปริมาณมากน้อยเพียงใด พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าสิ่งที่ผมถวายเพื่อพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่สวยงามในสายพระเนตร
ของพระองค์เสมอ สิ่งที่พระองค์ต้องการจากผมนั้นคือการเชื่อฟังพระองค์ และรักพระองค์ด้วย สิ้นสุดใจสุดกำลังของผม และมอบปัญหานั้นไว้กับพระองค์

การเดินในความเชื่อกับพระเจ้านั้นต้องยอมรับพระองค์ในทุกทางเดินชีวิตของเรา และผมรู้ว่าพระองค์ทรงจัดเตรียมหนทางชีวิตของผมไว้ (สุภาษิต 3:5-6) ถึงแม้ว่าผมไม่ได้เลือก ที่จะอยากเป็นเกย์ แต่ผมสามารถเลือกที่จะเชื่อฟังและทำตามพระเจ้าและรักพระองค์ และเช่นนั้นเองชีวิตของผมจึงเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีในพระเจ้า และยังทรงนำผมให้มีชีวิตที่เต็ม ไปด้วยการนมัสการสรรเสริญพระองค์ และผมได้รับการรักษาเยียวยาจากพระองค์ และผมยังมี โอกาสช่วยผู้อื่นที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับผมอีกด้วย

ผมเฝ้ารอคอยวันนั้นที่ผมจะได้อยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระองค์ และอยากจะใช้ชีวิตอยู่อย่างมี ความหมายเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์เพื่อเวลาที่พระองค์ทอดพระเนตรลงมาที่ผม พระองค์จะบอกว่า “ดีแล้ว! เจ้าเป็นทาสที่ดีและสัตย์ซื่อ” (มัทธิว 25:23) “และยังให้สิ่งที่ดีที่สุด ที่เจ้ามีทั้งหมดในชีวิตแก่เรา” (มาระโก 12:44) และได้กระทำการดีที่สุดแก่เรา (มาระโก 14:6)”

ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ช่างคุ้มค่าและควรค่าแก่พระองค์ผู้ทรงสมควรที่จะได้รับคำสรรเสริญ และถวายเกียรติแด่พระองค์ในที่สูงสุด

Tags: , ,

2 Responses

  1. gg

    คำแปลมีทั้งแปลว่าผมและฉันในบางจุด ทำให้อ่านแล้วสะดุดอ่ะค่ะ ถ้าแก้ใหม่ได้จะดีมากเลยค่ะ

    • โอเคค่ะ ถ้าตกหล่นยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ
      แก้ไขแล้วนะคะ ลองเช็คดูอีกที
      ขอบคุณมากค่ะ พระเจ้าอวยพรค่ะ :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง