ข้อความบนเสื้อยืด

วันที่ 6-10-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

how-a-message-on-a-t-shirt-convinced-me-to-break-up

ผู้เขียน : Noni Elina, Indonesia
ผู้แปล : ศิริอรทัย ลู
ผู้เรียบเรียง : ทิพย์สุพร ชาน

ที่มาภาษาบาฮาซา,ประเทศอินโดนีเซีย

ฉันก็เหมือนเด็กผู้หญิงอีกคนอื่นๆที่อยากจะมีแฟนตั้งแต่ตอนเรียนประถม
แต่ทว่าฉันเป็นคนตั้งใจเรียนเป็นหนอนหนังสือที่ขี้อาย ฉันทำได้แค่เพียงแต่แอบชอบเขาฝ่ายเดียวเท่านั้น

จนถึงวันที่ฉันได้เข้าโรงเรียนมัธยมศึกษามีเพื่อนคนนึงเข้ามาพูดคุยกับฉัน เขาชื่อคือไซนูเขาเป็นนักกีฬาโรงเรียนมีรูปร่างสูงโปร่ง ขนตาของเขายาวและมีเสนห์มากจนเป็นที่อิจฉาของสาวหลายๆคน แล้วฉันก็แอบชอบเขาตั้งแต่ตอนนั้นพอฉันเริ่มเข้าสู่มัธยมศึกษา เราสองคนเรื่องออกเดทกันอย่างเปิดเผย(เป็นทางการ) ตอนเราเรียนอยู่เกรด 11

ในช่วงเวลานั้นฉันเป็นคริสเตียนที่ไม่ได้เข้าถึงพระเจ้า แต่ฉันก็ได้ร่วมเข้าค่ายอนุชนประจำปีของคริตจักรของฉันที่ได้จัดขึ้น พระเจ้าทรงใช้ค่ายในการเปลี่ยนแปลงฉัน พระเจ้าทรงเปลี่ยนมุมมองของฉันเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ฉันเรียนรู้ที่จะตอบสนองพระวัจนะของพระเจ้า และได้สัมผัสประสบการณ์ความรักของพระเจ้าที่สวยงาม

ฉันได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้นจากการอ่านพระคัมภีร์ประจำวันของฉัน ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเมื่อฉันอยู่กับไซนู พระวิญญาณบริสุทธิ์คอยย้ำเตือนฉันว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องของฉันและ ไซนู เขาเป็นคนดีและเขาก็เป็นมุสลิมที่ดีด้วย เขาเข้าร่วมการละมาดทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรที่ทำร้ายฉัน แต่ดูเหมือนเราจะห่างเหินกันมากขึ้น เพราะความเชื่อที่แตกต่างกันของเรา ฉันไม่สามารถที่จะพูดดุยกับเขาในสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากพระวจนะของพระเจ้าในแต่ละวันของฉันได้ ดังนั้นมันจึงทำให้ช่วงเวลาที่เราสนทนากันมันน่าเบื่อมากฉันได้ตระหนักว่า เราทั้งคู่อาจจะไม่เหมาะสมกัน หลังจากที่ฉันได้อธิบายว่าเราสองคนไม่สามารถที่จะมีอนาคตร่วมกันได้ เราจึงเลิกกัน

อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปล่อยให้คนที่มีความจริงใจและซื่อสัตย์อย่าง ไซนู ไป ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบที่จะได้รับการดูแลเอาใจใส่และได้รับการชื่นชม และฉันก็ชอบมันมากด้วย ความรักของฉันกับเขาไม่ได้หายไปไหน และฉันรู้สึกเจ็บมากที่ต้องห่างจากไซนู ถึงแม้ว่าเราจะเลิกกันไปแล้ว แต่เราก็ยังคงใช้เวลาด้วยกันแต่มันก็เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ชัดเจนอะไร เราปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือแบบนั้นไปจนถึงเกรด 12 ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันต่อรองกับพระเจ้าว่า “ฉันเป็นลูกสาวของพระเจ้าและจะเชื่อฟังและปฎิบัติตามพระเจ้าอย่างเต็มที่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ฉันขอเวลาที่มีความสุขกับไซนูอย่างน้อยจนกว่าเราจะจบการศึกษา”

การเข้าร่วมค่ายอนุชนและการรับใช้ในคริตจักรไม่ได้เปลี่ยนชีวิตของฉันแบบอัตโนมัติ ฉันยังคงประนีประนอมที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันกับ ไซนู เพราะฉันคิดว่าฉันยังรักเขาอยู่

จนวันหนึ่ง ไซนู ได้ชวนฉันได้ชวนฉันไปช้อปปิ้งกับเขาในห้างสรรพสินค้าในเมือง เขาต้องการซื้อเสื้อยืด เราก็เลือกดูอยู่นาน ในที่สุดเข้าก็หยิบขึ้นมาสองตัว ให้ฉันช่วยเลือกหนึ่งตัว ฉันที่เหนื่อยจากการดูเสื้อเป็นจำนวนมากและอยากจะกลับแล้ว ฉันจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ฉันเลือกเสื้อยืดสีขาวมีตัวอักษรที่มีสีสัน ที่ดูเหมือนจะเป็นประโยคภาษาอังกฤษ แต่ฉันก็เหนื่อยเกินไปที่จะอ่านมัน

วันต่อมา ไซนู มาที่บ้านของฉันตามปรกติ เขาได้ใส่เสื้อยืดสีขาวที่เราไปเลือกซื้อด้วยกัน ในระหว่างที่เราได้คุยกันนั้น ฉันพยายามที่จะอ่านตัวอักษรบนเสื้อของเขา ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ว่านี่เป็นสิ่งที่ถูกพิมพ์ลงบนเสื้อของเขา

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ (ยอห์น3:16)

ฉันบอก ไซนูว่าบนเสื้อยืดของเขาพูดถึงอะไร แล้วเขาก็นิ่งเงียบไปสักครู่ ที่ฉันเลือกเสื้อตัวนี้เพราะว่าฉันชอบดีไซน์ของมัน ฉันไม่ได้อ่านข้อความนั่น และฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ ไซนู ใส่เสื้อยืดตัวนี้ เพราะที่ร้านมีเสื้อยืดหลายร้อยตัวมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เราจะเลือกตัวนี้มาแค่ 1 ตัว

แล้วการพบเจอกันของเราก็จบลงได้ข้อความที่แปลกนั่น วันต่อมา ไซนู เขานำเสื้อยืดตัวนั้นมาให้ฉัน เขาคิดว่าเสื้อยืดตัวนี้มันเหมาะกับฉันมากกว่า ฉันจึงรับมัน และใช้เวลาคิดถึงสถานการณ์นี้

นั้นทำให้ฉันตระหนักได้ว่า เสื้อยืดตัวนั้นเป็นหนทางของพระเจ้าที่คอยย้ำเตือนฉัน ว่าพระเจ้ารักเราอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเขาคือพระเจ้าที่สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อช่วยฉันจากความผิดของฉัน พระเจ้าอยากให้ฉันได้มีชีวิตนิรันดร์ แต่ฉันได้สร้างความเจ็บปวดให้กับพระเจ้าด้วยการเลือกไปรักคนอื่นมากกว่าพระองค์ คืนนั้นฉันร้องไห้ในห้องของฉันและขอให้พระเจ้าทรงอภัยสำหรับทุกอย่างที่ฉันได้ทำลงไป

ด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า ฉันก็ได้ยุติความสัมพันธ์ ที่มันไม่ชัดเจนกับ ไซนู ลง ถึงแม้ว่าจะยังคงส่งข้อความสั้นมาหาฉันก็ตาม ฉันไม่ตอบกลับเขา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับเขาอีกต่อไป แต่ฉันรู้จุดอ่อนของฉัน ว่าฉันจะตอบสนองเขา ซึ่งมันจะทำให้ฉันตกอยู่ในความเสี่ยงอีกครั้ง ฉันอธิฐานและพบกำลังใจที่อยู่ในพระวัจนะของพระเจ้าและด้วยความศรัทธาพระเจ้าทรงเปลี่ยนใจของฉัน เมื่อฉันจดจ่ออยู่กับพระองค์ ความรู้สึกของฉันที่มีให้กับ ไซนู มันก็เริ่มหายไปอย่างช้าๆ มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำไรได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธ์พระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถปลดปล่อยเราจากความรักที่เรามีกับคนๆนึงได้ถ้าเราพึ่งพาพระเจ้า(2โครินธ์12:9)

การเข้ามหาวิยาลัยเปิดโอกาสให้ฉันได้เจอเพื่อนชายที่ไม่เชื่อพระเจ้ามากขึ้น แต่กฎในเรื่องความสัมพันธ์ของฉันได้เปลี่ยนไป ฉันจะไม่เปิดโอกาสหรือตกหลุมรักกับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าหรือคนที่ไม่เคยรู้จักพระเจ้า หลักการนี้ช่วยนำทางฉันในตอนนี้ และฉันก็เป็นคนโสดที่มีความสุขและมีช่วงเวลาที่สวยงามกับพระเจ้า

กฎนี้ที่ทำให้ฉันเติบโตขึ้นเมื่อฉันเชื่อฟังพระเจ้า และการออกเดทกับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าไม่เคยทำให้เราเติบโตในทางของพระเจ้าได้เลย ฉันอยากจะมีความสัมพันธ์และจดจ่อกับพระเจ้า ที่จะช่วยให้ฉันมีชีวิตกับพระองค์ได้

วันนี้ ฉันปรารถนาที่จะเชื่อฟังพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดความคิดของฉัน
(มัทธิว22:37) ดังนั้น ฉันต้องเอาชนะความรู้สึกเกี่ยวกับความรักทั้งหมดไม่ว่าจะกับใครออกไปจากใจฉันเพื่อที่จะไม่เปรียบเทียบความรักเหล่านั้น กับความรักที่มีต่อพระเจ้า รวมถึงการตกหลุมรักคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าด้วย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง