คริสเตียนเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี (K-Pop) ได้รึเปล่า?

วันที่ 30-6-2016 • บทความ • admin • 7 ความคิดเห็น »

fans-k-pop

เขียนโดย ลี ซู ยี  , ประเทศมาเลเซีย (ต้นฉบับในภาษาจีน)

ในปี 2007 เพื่อนของฉันคนหนึ่งได้แนะนำให้ฉันรู้จักกับโลกของศิลปิน K-Pop และสิ่งนั้นก็ทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปตอนนั้นฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่สาม ฉันซื้อสินค้าทุกอย่างที่เกี่ยวกับK-Pop: สนใจในความเท่ห์และมีเสน่ห์ของพวกเขา  การแต่งกายที่อินเทรนด์,เสียงร้องที่น่าทึ่งและท่าเต้นที่พริ้วไหวจากจุดนั้นฉันจึงได้กลายมาเป็น แฟนพันธุ์แท้ของศิลปิน  K-Pop

ฉันหมกมุ่นอยู่กับการคลั่งไคล้กลุ่มศิลปินK-Popยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มศิลปินวงบิ๊กแบง นอกเหนือจากนั้น ฉันยังจ่ายเงินจำนวนมากในการซื้ออัลบั้มเพลงสินค้าต่างๆที่เกี่ยวกับวงและการไปชมคอนเสิร์ตฉันสามารถนั่งคุยกับเพื่อนๆได้ทั้งวันเกี่ยวกับความน่ารักของวงนี้ต่อมาตอนเรียนมหาวิทยาลัยฉันต้องจ่ายเงิน จำนวนเกือบ 7,000 ดอลลาร์ไต้หวัน(เท่ากับประมาณ 216 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อที่จะได้ชมการแสดงของพวกเขา ฉันยังจำความรู้สึกในคืนนั้นได้อย่างชัดเจนอารมณ์อัน สุดเหวี่ยงจิตวิญญาณที่ลิงโลดเกินบรรยายทุกคนต่างกรีดร้องและร้องเพลงไปตามที่หัวใจเรียกร้อง รู้สึกราวกับว่าเราไม่สนใจสิ่งต่างๆในโลกใบนี้อีกต่อไปจากจุดนั้นเป็นต้นมาฉันรู้สึกว่าตนเองยิ่ง ดำดิ่งลึกลงไปกับการคลั่งไคล้ศิลปิน K-Pop มากขึ้น โดยเฉพาะกับวงบิ๊กแบง

ฉันไม่สามารถปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปโดยไม่ได้เช็คข่าวคราวอัพเดทของวงในโทรศัพท์ มือถือฉันตั้งใจฟังเพลงของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อและใช้เวลาท่องไปตามเว็บบอร์ดต่างๆ ของแฟนคลับเพื่อจะได้รู้รายละเอียดข่าวคราวล่าสุดเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขาฉันถึงขนาดเคยถูกเรียกว่า”เป็นสารานุกรมของศินปินK-Pop”  เพราะฉันรู้รายละเอียดทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับศิลปิน K-Pop และก็เป็นเช่นนั้นเรื่อยไปจนถึงชั้นปีที่สองของฉันในมหาวิทยาลัยเมื่อฉันได้มอบถวายชีวิตของฉัน ให้กับพระเจ้าอีกครั้ง

ในตอนแรกฉันมีความร้อนรนอย่างมากเกี่ยวกับความเชื่อ  ฉันได้ตัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ K-Popออกไปเพราะฉันอยากจดจ่ออย่างสุดหัวใจให้กับพระเยซูคริสต์แทนแต่ก็เป็นเช่นนั้นได้ ไม่นาน ความกระตือรือร้นของฉันค่อยๆหมดไป และก่อนที่ฉันจะรู้ตัวอีกทีK-Pop ก็เข้ามาครอบครองชีวิตของฉันอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ฉันได้พยายามต่อสู้กับปัญหาที่ว่าทำอย่างไรความเชื่อและสิ่งที่ฉันสนใจจะไป ด้วยกันได้ฉันตัดสินใจที่จะเข้าหาผู้นำคริสตจักรของฉันพร้อมกับคำถามนี้  “คริสเตียนสามารถเป็นแฟนคลับของศิลปิน K-Pop ได้รึเปล่า?”    ซึ่งพวกเขาได้อธิบายให้ฉันฟังว่า มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะชื่นชมสิ่งสวยงามของวัฒนธรรมเกาหลีแต่เราก็ต้องระมัดระวังที่จะไม่เทิดทูน บูชาเหล่าซุปเปอร์สตาร์เกาหลีจนเอามาแทนที่พระเจ้าในหัวใจของเรา ในขณะที่คำแนะนำเหล่านี้ดูจะเข้าใจง่ายแต่ฉันไม่รู้เลยว่ามันหมายความว่าอย่างไรในทางปฏิบัติ ขอบเขตที่ฉันจะสามารถชื่นชอบศิลปินเหล่านั้นได้แค่ไหน?ฉันจะยังคงซื้ออัลบั้มเพลงของพวกเขา ต่อไปอีกได้หรือไม่  จะเข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตหรือการพบปะกับแฟนเพลงของเขาได้อีกหรือไม่? และถ้าชีวิตและการกระทำของพวกเขาขัดกับพระวจนะของพระเจ้า ฉันจะยังคงชอบเพลงของพวกเขาได้อีกหรือไม่?

ดังนั้นฉันยังคงพยายามที่จะต่อสู้กับสิ่งนี้ไปเรื่อยๆเมื่อใดก็ตามที่ต้องเลือกระหว่างพระเจ้า และวงบิ๊กแบงเป็นต้นว่าถ้ามีคอนเสิร์ตของวงเล่นในวันอาทิตย์ฉันไม่รู้ว่าควรจะไปคริสตจักรหรือ ไปชมคอนเสิร์ตดีและฉันก็พบอีกว่าตัวเองกำลังต่อสู้กับการจัดสรรเวลาในการอ่านพระวจนะ ของพระเจ้าและอธิษฐานในเมื่อสิ่งที่ฉันอยากจะทำในเวลานั้นจริงๆก็คือการชมมิวสิควิดีโอเพลงล่าสุดของพวกเขา

ลึกๆแล้วฉันรู้ดีว่าวงบิ๊กแบงกำลังเข้ามาแทนที่พระเจ้าอย่างช้าๆในใจฉัน และฉันเองก็ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไปในขณะที่ฉันรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดที่ควรทำ ฉันจึงพยายามต่อสู้อย่างมาก และในตอนนั้นเองฉันตัดสินใจที่จะทำสิ่งเหล่านี้:

1. อธิษฐานต่อพระเจ้า

ฉันหลงติดอยู่กับการเสพติดศิลปินK-Popและพยายามที่จะหลุดจากสิ่งเหล่านี้เท่าที่ฉันจะทำได้ ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และก็ไม่รู้เลยว่าจะออกจากจุดนี้ได้อย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ ฉันตัดสินใจหันกลับมาหาพระเจ้าในคำอธิษฐาน วางความกังวลและการต่อสู้นั้นไว้กับพระองค์ ฉันอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงปลดปล่อยฉันจากการเสพติดศิลปินK-Popและช่วยฉันให้พบความพึงพอใจที่แท้จริงในพระองค์ ฉันยังอธิษฐานขอสติปัญญาให้ฉันรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำในฐานะแฟนคลับของศิลปิน K-Pop

2. ให้รู้ว่าซุปเปอร์สตาร์ K-Pop ก็เป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

เป็นธรรมดาที่คริสเตียนจะมีงานอดิเรกมีสิ่งที่ชอบและไม่ชอบเรามักจะชื่นชม คนที่ดีกว่าเราหรือยกย่องคนที่ได้รับการยอมรับจากสังคม แต่พระคัมภีร์ได้บอกกับเราว่าในปฐมกาล1:26-27 “…พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์”(TH1971) —รวมถึงเหล่าศิลปินดัง  K-Pop อีกด้วยพวกเขาได้ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้าเหมือนกันกับเราทุกคน เป็นมนุษย์ธรรมดา(แตกต่างเพียงแค่ว่าพวกเขาเป็นบุคคลสาธารณะ) และพวกเค้าเคยผ่านความล้มเหลวมาเหมือนกับเราทุกคนเมื่อฉันมองเห็นความจริงเช่นนี้แล้วฉันก็สามารถที่จะมองพวกเขาในมุมมองที่ถูกต้องด้วยความพอดีและไม่ยกย่องพวกเขามากจนเกินไปเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เราจะยกบุคคลหรือวัตถุใดๆขึ้นให้อยู่เหนือกว่าพระเจ้าไม่ว่าจะด้วย ความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามเช่นในพระธรรมอพยพ20:3ได้กล่าวว่า “อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา”(TH1971)—พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่คู่ควรแก่การ สรรเสริญ,ทรงเป็นผู้เดียวที่เราควรจะยึดมั่นในความเชื่อด้วยสิ้นสุดดวงใจของเราและทรง เป็นผู้เดียวที่จะเติมเต็มหัวใจของเราให้มีสันติสุขได้ โดยไม่มีใครเหมือน

3. ให้สิ่งที่เราสนใจเป็นประโยชน์ในทางของพระเจ้า

ตอนแรกฉันพยายามจะหักดิบคือหลีกเลี่ยงทุกอย่างที่เกี่ยวกับK-Pop ฉันทำเหมือนกับว่า K-popเป็นบาปที่ชั่วร้ายไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนสิ่งที่ฉันทำอยู่มันนำมาซึ่งความเจ็บปวดและสิ้นหวังวันหนึ่งฉันคิดขึ้นมาได้ว่าฉันจะอธิษฐานกับพระเจ้าและขอให้พระองค์ทรงประทาน สติปัญญาให้ฉันสามารถใช้สิ่งที่ฉันสนใจนี้เป็นประโยชน์ในการรับใช้พระองค์ อันที่จริงฉันไม่ค่อยคบหาสมาคมกับใครโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าหาคนแปลกหน้าเพื่อที่จะแบ่งปันข่าวประเสริฐให้แก่พวกเขาแต่ฉันได้รับมอบหมายจากผู้นำในคริสตจักรให้ร่วมงานกับ กลุ่มอนุชน ซึ่งมันทำให้ฉันต้องเปลี่ยนตัวเองจากสิ่งที่ฉันเคยเป็นฉันไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นอย่างไร แต่ฉันรู้มาว่ายังมีวัยรุ่นที่นี่หลายคนชื่นชอบศิลปินK-Popเหมือนกันกับฉัน ทำให้ฉันใช้สิ่งที่ฉันสนใจนี้ในการเริ่มต้นพูดคุยกันอย่างสนุกสนานและเป็นสะพานในการสร้าง ความสัมพันธ์จนในที่สุดก็สามารถแบ่งปันข่าวประเสริฐให้กับพวกเขาได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันรู้ถึงความสำคัญที่ว่า “ทุกสิ่ง” สามารถนำมาเพื่อใช้ในงานของพระเจ้าได้ แม้กระทั่งเรื่องของ K-Pop  แต่มีข้อแม้อยู่อย่างเดียวคือ: ฉันไม่ได้บอกว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับ K-Pop นั้นอนุญาตให้ทำได้ เมื่อพิจารณาถึงพระกิตติคุณของพระเจ้า เรายังคงจำเป็นจะต้องยึดถือพระคำของพระองค์ในพระธรรม1โครินธ์10:23ได้กล่าวไว้ว่า—“เราทำสิ่งสารพัดได้แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์เราทำสิ่งสารพัดได้แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำให้เจริญขึ้น”(TH1971)—สิ่งนั้นจะเป็น ประโยชน์ก็ต่อเมื่อฉันพึ่งพาพระเจ้าในการมอง ศิลปินK-Popที่ฉันชื่นชอบผ่านทางมุมมองของ พระองค์ เท่านั้น

4. จงตั้งใจใช้เวลากับพระเจ้า

นอกเหนือจากการขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า ที่จะให้เราหลุดพ้นจากสิ่งที่เรา หมกมุ่นอยู่นั้นเรายังสามารถที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆเพื่อที่จะสร้างเกราะกำบังให้กับหัวใจของเรา  หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือของเราและทดแทนสิ่งเหล่านี้ด้วยการ ออกไปข้างนอกชื่นชมการทรงสร้างของพระเจ้าซึ่งสะท้อนถึงพระวจนะของพระองค์และต่อชีวิตของเรา ลองฟังสิ่งนี้ในพระธรรมยากอบ4:8ได้กล่าวไว้ว่า“ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน….(TH1971)”—ฉันรู้แล้วว่าการเข้าใกล้พระเจ้านำมาซึ่งความ ชื่นชมยินดีและสันติสุขในจิตใจอย่างล้นเหลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ไม่ว่าจะกี่คอนเสิร์ตที่ฉันเคยชมมาก็ตาม เราจะรู้จักกังวลน้อยลง และถูกล่อลวงจากสิ่งต่างๆในโลกนี้น้อยลงก็ต่อเมื่อเราเข้ามาติดสนิทอยู่ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เท่านั้น

5. อธิษฐานเผื่อ ศิลปิน K-Pop ที่คุณโปรดปราน

อย่างที่ฉันได้กล่าวมาแล้วข้างต้นศิลปิน K-Pop ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา พวกเขาต่างอ่อนแอและต้องการพระเจ้ามากเท่ากันกับเราทุกคนดังนั้นขอให้เราอธิษฐานเผื่อพวกเขาอย่างร้อนรนและจริงจัง เพื่อให้พวกเขาได้มารู้จักกับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของเรา และเพื่อที่พวกเขาจะได้เป็นแสงสว่างของพระองค์ ก่อนหน้านี้ฉันยังจำได้ว่า ฉันรู้สึกได้รับการหนุนใจอย่างมากจาก แทยัง(TaeYang) สมาชิกคนหนึ่งในวงบิ๊กแบง ขณะที่เขากำลังแสดงอยู่นั้นเขาได้ประกาศถึงความเชื่อในพระเจ้าต่อหน้าสาธารณะชน  และฉันก็แน่ใจว่าฉันไม่ใช่แฟนเพลงเพียงคนเดียวที่รู้สึกได้รับการหนุนใจแบบนั้น เมื่อพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้แล้วขอให้เราอธิษฐานเผื่อนักร้องที่เราชื่นชอบ เพื่อให้พวกเขาได้มารู้จัก พระเจ้าเพื่อพวกเขาจะได้สะท้อนถึงความงามของพระองค์ และสิ่งที่ดีผ่านทางชีวิตพวกเขา เพื่อคนอื่นจะได้เห็นและเข้ามารู้จักพระเจ้าเป็นการส่วน ตัวเช่นกัน

ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าถึงความยากลำบากและการทรงนำฉันให้ต่อสู้กับปัญหาต่างๆของฉันได้ และขอบพระคุณที่ทรงนำฉันออกมาจากการถูกครอบงำของK-Pop ถึงแม้ฉันจะยัง เป็นแฟนพันธุ์แท้ของศิลปินK-Popอยู่ โดยเฉพาะวงบิ๊กแบง แต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกถูกครอบงำ หรือรู้สึกไม่สบายใจถ้าไม่ได้ดูมิวสิควิดีโอของพวกเขาทุกวันเหมือนแต่ก่อน ในทางกลับกัน ฉันรู้สึกไม่สบายใจถ้าฉันไม่ได้อ่านพระวจนะคำของพระเจ้าหรือใช้เวลากับพระองค์

ลึกๆแล้วในใจของฉันรู้ถึงความจริงที่ว่า พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียว ในชีวิตของฉัน และจะไม่มีสิ่งใดมาแทนที่พระองค์ได้เลย

7 Responses

  1. เรื่องพวกนี้ อยู่ที่ตัวบุคคล ถึงจะติ่งเกาหลี พระเจ้าก็สำคัญเสมอ อาเมน

  2. เราเป็นคริสเตียน เราก็เป็นติ่งBigBangมานาน ตั้งแต่13ยันตอนนี้25 เราฟังเพลง ดูภาพยนต์ที่เขาเล่น(บางคนที่เล่น) ซื้อเพลงผ่านitune บางครั้งก็ซื้ออัลบั้ม ไปดูคอนเสิร์ต สาระพัดสิ่ง แต่เราไม่เคยคลั่งมากจนทำให้มาแทนที่พระเยซูคริสต์ เรามีสติดี แยกแยะออกระหว่างความชอบ กับความคลั่งบ้าเสียสติ รักชื่นชอบในความสามารถไม่ได้รักคลั่งใคร่ฝักใฝ่เรื่องความเป็นเจ้าของ *เห็นแฟนคลับหลายคนเป็นลักษณะหลัง ฉะนั้น เรารักได้แต่มาแทนที่พระเยซูคริสต์ไม่ได้ #สติคะ

  3. Bwhy Alys มันโดน

  4. ว๊าวยังพี่แท&G D yo want up Man

  5. ผมเคยหมกมุ่นในสิ่งหนึ่งจนถอนตัวไม่ได้ จนผมลืมคิดถึงพระเจ้าไปเลย และในที่สุดเหตุการณ์ร้ายแรงเกินกว่าที่ผมจะใช้ชีวิตต่อไปได้เกิดกับผม พระเจ้าให้ผมสามารถผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ จนต้องมอบทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ให้พระองค์ และในชีวิตนี้จะไม่ยอมให้สิ่งไหนมาล่อหลอกเราให้ออกจากทางพระเจ้าได้อีก “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลกความรักของพระบิดาก็ไม่มีในผู้นั้น”

  6. การที่เราจะวินิจฉัยว่า..ตอนนี้ เรากำลังให้สิ่งใดมาสำคัญกว่าพระเจ้าหรือเปล่าคือ

    เราได้มอบทรัพย์ เวลา และการจดจ่อในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ ให้กับอะไรมากที่สุด

    ชีวิตคริสเตียนมีเสรีภาพโดยพระเยซูคริสต์แล้ว… ควรใช้ชีวิตอย่างสมดุล โดยให้พระองค์เป็นศูนย์กลางของชีวิตครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *