ศาสนาคริสต์เป็นแค่การหงายการ์ด ‘ไม่ตกนรก’ ใช่ไหม?

วันที่ 18-3-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

Is-Christianity-just-a-Get-Out-Of-Hell-Free-Card
เรื่อง James Bunyan (ต้นฉบับภาษาอังกฤษ http://wp.me/p5q8EW-dLI)
แปล อุ้ย วิจิตรา
เรียบเรียง แจ็ค นันท์, จิ๊ก สิริวรรณ

เพราะพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์
เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
ยอห์น 3:16

เป็นคริสเตียนนี่ง่ายดีเนอะ?

ดั่งที่พระคริสตธรรมคัมภีร์ยืนยันไว้ในพระธรรม ยอห์น 3:16 ขอเพียงคุณเชื่อพระเจ้าตอนนี้ เมื่อคุณตาย คุณจะได้ขึ้นสวรรค์ (ภพภูมิที่ดี) แทนการตกนรก (ภพภูมิที่ไม่ดี) ที่จริงแล้วการเป็นคริสเตียนก็ไม่ต่างกับการทำประกันชีวิตในโลกฝ่ายวิญญาณที่จะส่งผลต่ออนาคต (ที่หวังว่าจะยังอีกยาวนาน) ของผมใช่หรือไม่?

เอาแบบสั้นๆ เลยละกันนะฮะ คำตอบคือทั้ง ‘ใช่’ และ ‘ไม่ใช่’

จาก ยอห์น 3:16 ท่านยอห์นอธิบายไว้ว่า ข่าวประเสริฐของพระเยซูเริ่มต้นด้วยความจริงที่ว่า “ทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะไม่พ่ายแพ้ต่อความตายแต่จะมีชีวิตนิรันดร์” และเราจะต้องไม่ลืมความจริงที่แสนอัศจรรย์นี้เด็ดขาด

ศาสนาคริสต์ไม่ได้เป็นแค่การเอาตัวรอดจากนรก แต่ผมอยากจะบอกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น

ที่จริงแล้ว การตัดทอนข่าวประเสริฐของพระเยซูจนเหลือแค่จุดสำคัญเพียงจุดเดียวนั้นอันตราย เพราะคุณได้ละทิ้งของขวัญที่น่าอัศจรรย์ทั้งหลายที่พระเจ้าทรงประทานให้คุณไปด้วย

แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระคัมภีร์ไม่ได้ปล่อยให้คุณทำแบบนั้น!
พระกิตติคุณยอห์นก็ไม่ได้ปล่อยให้คุณคิดเช่นนั้น!
แม้กระทั่งในพระธรรม ยอห์น 3:16 เองก็ไม่ได้ปล่อยให้คุณเข้าใจอย่างนั้น!

หากเราเชื่อว่าการเอาตัวรอดจากนรก คือความจริงข้อเดียวที่สำคัญในการเป็นคริสเตียนแล้วละก็ เรากำลังโยนหลายสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในพระธรรม ยอห์น 3:16 ทิ้งไป (โดยต่อไปนี้ผมขอเรียกความเชื่อแบบนั้นว่า เชื่อเพื่อเอาตัวรอด หรือ ช.พ.อ.ต.ร.)

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก…”

ถ้าความเชื่อแบบ ช.พ.อ.ต.ร. เป็นจริงละก็ มองในแง่ดีหน่อยพวกคริสเตียนก็เป็นพวกปัจเจกบุคคล หรือหากจะมองในแง่ร้ายก็เป็นพวกเห็นแก่ตัว เพราะในท้ายที่สุด ความรอดนั้นก็เป็นของผมคนเดียวและเพื่อความสบายใจของผมเท่านั้น ใช่ไหมฮะ? พระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อผมและผมก็ไม่จำเป็นจะต้องสนใจคนอื่นแล้ว

และเมื่อเราคิดอย่างนั้น เราจะไปโบสถ์ทำไมล่ะ? สิ่งเดียวที่ผมมีเหมือนคริสเตียนคนอื่นคือ เราซื้อประกันชีวิต​ (ความรอด) ที่มีความคุ้มครองเหมือนกัน คล้ายๆ กับการที่เราไปซื้อเสื้อยืดตราห่านฟ้าเหมือนคนกลุ่มหนึ่งที่ช้อปยื่ห้อนี้เหมือนกัน ใช่เลยฮะ คุณเป็นคนมีรสนิยมมากที่ใส่เสื้อยืดยี่ห้อนี้ แต่นอกจากนั้นแล้วเราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนะฮะ

แต่น่ายินดีที่ลักษณะความเป็นปัจเจกบุคคลนั้นไม่ได้เป็นตัวเลือกของคริสเตียน ยอห์น 3:16 บอกไว้ว่า พระเจ้าทรงรักโลก พระเจ้าไม่ได้ส่งพระเยซูลงมาเพื่อให้เรายึดติดกับความเป็นปัจเจกบุคคลของเรา แต่จุดประสงค์จริงๆ คือทรงต้องการให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง พระองค์มาเพื่อที่คนทั้งโลกจะมีโอกาสได้รับชีวิตนิรันดร์ ทุกคน ทุกวัย ไม่ว่าจะมีพื้นเพเช่นไรก็ตาม

และจากจำนวนผู้คนที่มากมายเหล่านี้ พระเจ้าได้สร้างคริสตจักรให้เป็นครอบครัว ดังที่ จอห์น สต๊อท บาทหลวงจากลอนดอน ได้เขียนไว้ว่า “พระประสงค์ของพระเจ้า… ไม่ใช่แค่ช่วยคนที่แยกตัวออกมาจากคนอื่นและให้เรามีชีวิตโดดเดี่ยวอยู่อย่างนั้น แต่เพื่อให้คนเหล่านั้นสร้างคริสตจักรของพระองค์

ศาสนาคริสต์ไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียว แต่มันเกี่ยวกับผู้คนในทุกหนทุกแห่ง พวกเขาต้องการโอกาสเหมือนที่คุณได้รับ และก็ไม่ใช่แค่เพื่อเป็นทางหลบหลีกนรก แต่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่พระเจ้าสร้างขึ้นในพระเยซู เป็นที่ที่มอบความรัก การต้อนรับ และการยอมรับให้กับทุกๆ คนที่เชื่อในพระเยซู

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก

“…จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์…”

ถ้าคุณคือผู้เชื่อในแบบ ช.พ.อ.ต.ร. คุณก็คงรู้อยู่แล้วว่าพระเจ้าได้ประทานพระเยซูแก่คุณ พระองค์คือผู้ที่จะพาคุณไปสู่สวรรค์ และหน้าที่ของพระองค์ก็สิ้นสุดแค่นั้น เพราะเมื่อพระเยซูสิ้นพระชนเพื่อคุณแล้ว พระองค์ก็ไม่มีความจำเป็นต่อคุณอีกต่อไป

ขอบคุณพระเจ้าที่พระคัมภีร์ไม่ได้เล่าว่าเรื่องราวของพระเยซูจบลงเพียงแค่ในอดีต หรือเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่นานมาแล้วได้ทำการเสียสละอันใหญ่หลวง แต่พระเยซูยังคงทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบัน พระองค์คือพระเจ้าผู้ฟื้นขึ้นจากความตาย ผู้ทรงรัก ทรงสร้าง และปั้นแต่งผู้คนของพระองค์โดยพลังแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

และมันไม่ได้จบเพียงแค่นั้นนะครับ!

ผู้เชื่อในแบบ ช.พ.อ.ต.ร. ก็คงรู้อยู่อีกว่าสวรรค์คือสถานที่ที่คริสเตียนจะได้พบกับประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่จักรวาลนี้จะสามารถมอบให้ได้ แต่อะไรกันแน่ที่ควรจะเป็นสิ่งมีค่าที่สุดสำหรับคริสเตียน? ไม่ใช่ ‘ผู้นั้น’ ซึ่งพระคัมภีร์บอกว่า เป็นผู้ทรงสร้างและทำให้ความเชื่อของพวกเราสมบูรณ์หรอกหรือครับ?

แท้จริงแล้ว พระคัมภีร์ได้บอกไว้ว่า ในท้ายที่สุดนั้นเหล่าผู้เชื่อ จะเข้าถึงสถานที่อันชอบธรรมใกล้พระบัลลังก์ของพระเยซู และนมัสการพระองค์อย่างลึกซึ้งตราบชั่วนิรันดร์ สวรรค์ไม่ใช่สถานที่สะดวกสบายสำหรับบั้นปลายชีวิตของคุณ แต่มันคือสถานที่ที่คุณจะได้พบกับบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคุณต่างหาก!

คุณเคยคิดไหมครับว่าสักวันหนึ่ง คุณจะไม่จำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์เพื่อจินตนาการว่าพระเยซูเป็นแบบไหนอีกต่อไป ในท้ายที่สุด คุณจะได้พบพระพักตร์ของพระองค์ด้วยตัวคุณเอง!

ถ้าสิ่งที่ผมพูดมาไม่ได้ทำให้คุณตื่นเต้นล่ะก็ ผมว่าคุณอาจยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความเชื่อของคริสเตียนสักเท่าไหร่ เพราะพระเยซูไม่ใช่หนทางที่จะไปยังจุดจบ แต่พระองค์คือเหตุผลของทุกสิ่งอย่างเลยต่างหากละครับ!

“…เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

ศาสนาคริสต์ไม่ได้เป็นประกันชีวิตที่เริ่มคุ้มครองเฉพาะตอนที่คุณตายจากโลกนี้ไปเท่านั้นนะฮะ ในทางกลับกัน เมื่อคุณตัดสินใจที่จะติดตามพระเยซูแล้ว ไม่มีส่วนไหนเลยของคุณทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่จะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นสัญชาตญาณ เป้าหมายในชีวิต หรือบุคลิกภาพของคุณ ทุกอย่างจะได้รับการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เกินจินตนาการตั้งแต่ระดับอนุภาค ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในอนาคตของคุณที่จะไม่เป็นของพระเยซู เพราะเมื่อคุณเชื่อในพระองค์ ชีวิตนิรันดร์ของคุณก็ได้เริ่มต้นแล้ว!

มันน่าอึดอัดใจใช่ไหมฮะ ที่จู่ๆ การเป็นคริสเตียนก็ดันมีข้อเรียกร้องสูงมาก มันจะเป็นไปได้ยังไง? คุณต้องสงสัยแน่ๆ ว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่า?

ดังนั้น จากพระกิตติคุณยอห์น พระเยซูนิยามชีวิตนิรันดร์ไว้ว่าคือ “การรู้จักพระบิดาและพระบุตรที่พระองค์ส่งลงมา” แค่นั้น! หมายความว่า ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่าการได้รู้จักผู้ที่ทรงสร้างจักรวาล ผู้ที่จัดวางดวงดาวไว้อย่างสวยงาม และยังเป็นผู้ที่คิดถึงคุณก่อนคนอื่นๆเสมอ

ทำไมความเชื่อแบบ ช.พ.อ.ต.ร. จีงไม่สมบูรณ์ ก็เพราะมันละเลยความจริงที่แสนอัศจรรย์ว่า คุณถูกสร้างให้รู้จักและติดตามพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรัก และพระองค์ก็อยากรู้จักคุณด้วยเช่นกัน!

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง