ประกาศนียบัตรแห่งความสูญเสีย

วันที่ 16-3-2016 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

How-I-Dealt-With-The-Loss-of-a-Loved-One

เรื่อง นายคนนั้น (นามปากกา)
เรียบเรียง จิ๊ก สิริวรรณ

คุณเคยเห็นรูปผู้คนที่ติดอยู่บนผนังบ้านของใครสักคนรึเปล่า รูปเหล่านั้นเป็นที่ระลึกถึงสมาชิกในครอบครัวผู้ล่วงลับ คล้ายกับประกาศนียบัตรที่คนเอามาติดที่ฝาบ้านให้สมาชิกในบ้านได้ชื่นชม แต่ต่างตรงที่รูปบุคคลที่จากไปบนผนังนั้น เป็นเหมือนกับประกาศนียบัตรแห่งความสูญเสีย ที่ยิ่งมีแขวนที่ฝาบ้านมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าใจมากเท่านั้น และทุกครั้งที่มีแขกมาเยี่ยมบ้านเขาก็มักจะถามถึงคนในรูปเหล่านั้นให้เจ้าของบ้านได้หวนรำลึกเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้ที่จากไป 

บนผนังบ้านของผมมีกรอบรูปแบบนั้นอยู่ 7 รูป แต่เดิมมีเพียง 2 คนที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้รู้จัก ท่านทั้งสองคือพ่อและคุณทวดซึ่งเสียชีวิตไปก่อนผมเกิดหลายสิบปีนัก  รูปสองรูปแขวนอยู่นานหลายปีจนผมเริ่มเติบโต แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีต่อมาก็มีรูปเพิ่มมาอีก 5 ใบ ถูกแขวนไว้ในเวลาใกล้ ๆ กัน และนั่นคือความสูญเสียในชีวิตของผม…

พี่ชายของผมรถคว่ำตอนผมอยู่ .4 ซึ่งในตอนนั้นผมพึ่งเริ่มรู้จักพระเจ้า สมาชิกที่คริสตจักรต่างช่วยกันอธิษฐานเผื่อ แต่อาการของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้น หลังจากผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง ผมก็สูญเสียเขาไป ก่อนหน้าเหตุการณ์รถคว่ำของพี่ชาย ผมได้สูญเสียคุณย่าให้กับโรคเบาหวานเรื้อรัง อาการของคุณย่านั้น เป็นเรื่องที่ครอบครัวได้เตรียมใจเอาไว้บ้าง แต่การสูญเสียบางครั้งก็เป็นเรื่องที่เราคาดไม่ถึง หรือมาอย่างปัจจุบันทันด่วน เช่นเหตุการณ์ของคุณพ่อของผมที่เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันและเสียชีวิตในไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เหตุการณ์นั้นนับเป็นการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวครั้งแรก ซึ่งร้ายแรง และสะเทือนใจที่สุดในชีวิตของผม

การสูญเสียคือเรื่องน่าเศร้า และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ความจริงก็คือ วันหนึ่งเราจะต้องเผชิญกับความสูญเสียแน่นอน การที่เรามีพระเจ้าในชีวิตไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับการสูญเสียคนที่เรารัก หรือไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเราจะไม่ตาย แต่การที่เรามีพระเจ้าจะทำให้เรามีสันติสุขในการดำเนินชีวิต และผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นได้โดยไม่สิ้นหวัง ในพระคำของพระเจ้า กล่าวว่าเรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (โรม 8:28)  เวลาที่ผมได้อธิษฐานและสงบอยู่ต่อพระเจ้าในช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า แม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามในชีวิต หรือเราจะพบความความสูญเสียอะไรก็ตาม ตราบใดที่เรายังมีพระเจ้า ชีวิตของเราจะยังมีความหวังอยู่

การสูญเสียคนที่เรารัก อาจนำมาซึ่งความเสียใจ แต่พระเจ้าเป็นผู้เล้าโลมใจของเราเมื่อความกังวลในใจของข้าพระองค์มีมาก การเล้าโลมของพระองค์ก็หนุนจิตใจของข้าพระองค์ให้ชื่นบาน สดุดี 94:19 ซึ่งบ่อยครั้งที่พระเจ้าหนุนใจผมผ่านพี่น้องคริสเตียนที่มาเยี่ยมเยียนหรือมาหนุนใจ “ขอพระเจ้าทรงอยู่ด้วย” “ขอพระองค์เล้าโลมใจ” “ขอความรักของพระองค์ปกคลุมเขาไว้” คำอธิษฐานเหล่านี้คือคำที่ผมมักได้ยินในเวลาที่มีพี่น้องคริสเตียนมาอธิษฐานเผื่อที่บ้าน การได้ยินคำอธิษฐานที่พี่น้องเหล่านั้นทูลขอต่อพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เหมือนกับได้รับการย้ำเตือนจากพระเจ้าว่า พระองค์ยังทรงอยู่เคียงข้างผม และพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งในวันยากลำบาก ไม่เพียงแต่ผมซึ่งเป็นคริสเตียนคนเดียวในบ้านที่ได้รับการปลอบประโลมเท่านั้น  แต่คนในครอบครัวของผมซึ่งยังไม่รู้จักกับพระเจ้าก็ได้รับการปลอบประโลมจากพี่น้องคริสเตียนด้วย เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ความรักของพระเจ้าผ่านพี่น้องคริสเตียนเปรียบเสมือนความหวังที่เปล่งแสงออกมาอย่างชัดเจนในช่วงเวลาแห่งความมืดมิด และความรักของพระเจ้าสามารถเยียวยาความเศร้าสลดในจิตใจของผู้คนได้

ครั้งหนึ่งเมื่อผมมองดูรูปบนผนังเหล่านั้น ความคิดถึงผู้คนเหล่านั้นและเรื่องราวในอดีตมักย้อนกลับมาเตือนความทรงจำจนน้ำตาไหล ผมเคยถามพระเจ้าว่า “ทำไมผมต้องพบกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วย” ในเวลาซึ่งผมยังคร่ำครวญอยู่ในความทุกข์ใจ ผมเปิดอ่านพระคัมภีร์ทั้งน้ำตาและพบกับข้อความหนึ่งในนั้น พระองค์ทรงนับการระหกระเหินของข้าพระองค์ ทรงเก็บน้ำตาของข้าพระองค์ใส่ขวดของพระองค์ไว้ น้ำตานั้นไม่อยู่ในบัญชีของพระองค์หรือ” (สดุดี 56:8) ผมก้มหน้าลง ร้องไห้หนักกว่าเดิม แต่ไม่ใช่เพราะความเสียใจ หากเป็นเพราะความตื้นตันใจอย่างมากที่ได้รู้ว่า พระเจ้าพระบิดาทรงรักผมมากมายขนาดนี้ พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งผม และผมยังคงเป็นลูกของพระองค์อยู่ การได้รับรู้ว่าพระองค์ทรงสนพระทัยในทุกเรื่องราว ทุกรายละเอียดในชีวิตของเรานั้นมันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจมากจริง ๆ

เราอาจไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ แต่เราต้องเป็นผู้เลือกว่า เราจะจมอยู่กับความสูญเสีย และเฝ้าคิดถึงแต่ความสูญเสียเหล่านั้น หรือเราจะมองที่พระคุณและพระกรุณาของพระเจ้าแล้วก้าวเดินต่อไป สุดท้ายนี้ผมอยากจะบอกกับคุณว่า ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับสิ่งไหน หรือจะต้องสูญเสียอะไรไปก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จะอยู่กับคุณเสมอและคุณไม่มีวันสูญเสียมันไปจากชีวิตของคุณได้ ก็คือความรักของพระเจ้า เพราะพระเจ้าได้บอกกับเราไว้ในพระคัมภีร์ว่าเราได้รักเจ้า ด้วยความรักนิรันดร์” (เยเรมีย์ 31:3) และนั่นเป็นความจริงแท้แน่นอน พระเจ้าจะอยู่กับเราแน่ และไม่ทอดทิ้งเรา แม้ในวันแห่งความสูญเสียก็ตาม

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง