ทำไงดีถ้าคนที่เรารักไม่ได้รับความรอด

วันที่ 4-3-2016 • บทความ • admin • 1 ความคิดเห็น »

What-if-a-Loved-One-is-Not-Saved-

เรื่องโดย Joawen Ho [ต้นฉบับภาษาอังกฤษ http://wp.me/p5q8EW-dc4]
แปลโดย บี สายสมร
เรียบเรียง จิ๊ก สิริวรรณ

ในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 ครอบครัวของฉันเผชิญหน้ากับความตายเป็นครั้งแรกจากอุบัติเหตุของคุณอาของฉันที่ถูกรถชนจนเสียชีวิต ทำให้คุณป้าของฉันต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกเล็กๆ ทั้ง 5 คนเพียงลำพัง

ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เป็นคริสเตียนจึงสงสัยว่า ในกรณีแบบนี้พ่อที่เป็นที่รักของลูกและเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ต้องมาจบชีวิตลงในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ถ้าชีวิตมันไม่จีรังยั่งยืนขนาดนี้ แล้วอะไรคือความหมายและวัตถุประสงค์ของการมีชีวิตที่แท้จริงละ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหาเป้าหมายในชีวิตของฉัน

ฉันเติบโตมาในวัฒนธรรมที่มีหลายศาสนาจึงเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง เพียงแต่ไม่แน่ใจเท่านั้นว่าพระเจ้าองค์ไหนที่เป็นพระเจ้าจริงๆ ดังนั้นในคืนหนึ่งฉันจึงเริ่มอธิษฐานต่อพระเจ้าที่ไม่รู้จักว่า “ถ้าพระองค์มีอยู่จริงโปรดแสดงตัวและบอกหนูหน่อยว่าอาของหนูตอนนี้อยู่ไหน และเขาเป็นยังไงบ้าง

หลังจากนั้นไม่นาน ฉันได้รับหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มหนึ่งจากเพื่อน หนังสือพูดถึงความทุกข์ทรมาน ไม่รู้เพราะอะไร แต่ฉันกลับรู้สึกอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น ฉันเลยขอเพื่อนไปร่วมในชั้นศึกษาพระคัมภีร์ด้วยกับเพื่อนคนอื่นๆ ในคริสตจักร

ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2007 ฉันอธิษฐานต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต แต่พูดตรงๆ เลยว่าตอนนั้นฉันยังไม่ได้เข้าใจว่าพระเจ้าเป็นใครสักเท่าไหร่ อันที่จริงฉันไม่ได้เห็นด้วยกับทุกคำตอบที่ได้รับด้วยซ้ำ แต่ฉันก็รู้ว่าไม่ว่าจะเรียนมากแค่ไหนก็ไม่ทำให้ฉันเข้าใจพระเจ้าได้ทั้งหมด มันมีคำถามเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับโลก เกี่ยวกับชีวิต และเกี่ยวกับพระเจ้าที่ฉันไม่สามารถหยุดถามได้ ฉันจึงตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงเชื่อพระเจ้าดู เพราะพระเยซูคริสต์อ้างว่าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าและทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน สิ่งนี้เป็นที่ติดตรึงใจฉันเกินกว่าที่จะปฏิเสธได้

ถึงแม้จะมีคนแย้งว่าการยอมมอบชีวิตตัวเองให้กับพระเจ้าอาจไม่คุ้ม ถ้าหากพิสูจน์ได้ทีหลังว่าพระองค์ไม่ใช่พระเจ้าที่แท้จริง แต่ถ้าหากพระองค์เป็นพระเจ้าจริงๆ ตามที่อ้างไว้ว่าทรงเป็น “ทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต” การไม่ติดตามพระองค์คงจะต้องจ่ายราคาที่แพงกว่านั้นมากนัก

ขณะที่ฉันเติบโตในความเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้ามากขึ้น ฉันก็เริ่มซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่ของพระองค์มากขึ้น พระองค์เป็นผู้สร้างฟ้าสวรรค์ โลก และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในแผ่นดินโลก แต่เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อมนุษย์ พระองค์ทรงเลือกที่จะไถ่เราออกจากความบาป และให้ความหวังในความรอดแก่เรา ฉันจึงเริ่มมองเห็นความรักที่พระองค์มีต่อคนของพระองค์โดยสำแดงผ่านชุมชนแห่งความรักของพระองค์นั่นเอง

แต่ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2010 ความเชื่อที่ฉันมีต่อพระเจ้าถูกสั่นคลอนอย่างมาก เพราะอาของฉันอีกคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถชนแล้วหนีเหมือนกัน คุณอาริชาร์ดเป็นเหมือนพ่อคนที่สองสำหรับฉัน เขารักฉันเหมือนลูกสาวของเขาเอง และคอยอยู่เคียงข้างในหลายเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของฉัน แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคริสเตียน

หลังจากเข้าใจเรื่องความรอดมากขึ้นทำให้ฉันรู้ว่า การตายของอาริชาร์ดหมายความว่าเราจะจากกันไปชั่วนิรันดร์ ฉันเสียใจที่ไม่ได้แบ่งปันความเชื่อของฉันในขณะที่อายังมีชีวิตอยู่ ฉันโกรธพระเจ้าที่พระองค์ไม่ให้ฉันมีเวลามากกว่านี้ จึงตั้งคำถามกับพระองค์ว่า “ทำไมพระเจ้าถึงปล่อยให้คนดีๆ ตายไปแบบนี้ ถ้าพระเจ้ายุติธรรมจริง ทำไมพระองค์จึงอนุญาตให้เกิดความทุกข์ทรมานและความอยุติธรรมแบบนี้ขึ้น” ขณะที่ฉันยังพยายามหาคำตอบอยู่นั้น ฉันรู้สึกว่าฉันพร้อมแม้แต่จะเลิกเชื่อพระเจ้า

ในเดือนเดียวกันนั้นเอง ฉันได้ไปค่ายคริสตจักรพอดี และได้อ่านพระธรรมยอห์น 3:16-18 ขณะเฝ้าเดี่ยว

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรคนเดียวของพระองค์
เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก
มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น
ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว
เพราะเขามิได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า”

ขณะที่ฉันใคร่ครวญข้อพระคัมภีร์นี้อยู่ ในที่สุดฉันก็เข้าใจความรักอันลึกซึ้งของพระเจ้าที่มีต่อเรา เป็นความรักที่ทำให้พระองค์ยอมเสียสละบุตรที่รักของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อเรา ซึ่งพระองค์ก็ทรงเจ็บปวดและรวดร้าวไม่ต่างกัน ฉันจึงเข้าใจแล้วว่าพระองค์รู้ดีว่าฉันรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องสูญเสียคุณอา

ด้วยความซาบซึ้งกับสิ่งที่เพิ่งค้นพบในสิ่งที่พระเจ้าทรงทำ ฉันเลยอธิษฐานต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ฉันมุ่งมั่นว่าจะตั้งใจทำความรู้จักพระเจ้าใหม่อีกครั้ง และเมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มเข้าใจหัวใจของพระองค์ต่อคนที่หลงหาย อย่างเช่นจากพระธรรมยอห์น 10:16 ฉันได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าทรงปรารถนาแกะตัวอื่นที่หลงหายเพื่อนำกลับเข้ามาในคอกแกะ “แกะอื่นซึ่งมิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย และแกะเหล่านั้นจะฟังเสียงของเรา แล้วจะรวมเป็นฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว

และในพระธรรมลูกา 15:5-7 ฉันรู้ว่าพระเจ้าเปรมปรีดิ์ในทุกความรอด “เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ เมื่อมาถึงบ้านแล้ว จึงเชิญพวกมิตรสหาย และเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า ‘จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้า ที่หายไปนั้นแล้ว’ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่มากกว่า เพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่”

คำอธิษฐานของฉันที่ขอต่อพระเจ้าตอนนี้ก็คือว่า ฉันจะเดินไปอย่างใกล้ชิดกับพระบิดาบนสวรรค์มากขึ้น และฉันจะฟังเสียงของพระองค์อย่างตั้งใจมากขึ้น ติดตามพระองค์ และขอให้การดำเนินชีวิตของฉันจะสามารถนำผู้อื่นมาติดตามพระองค์ด้วยเช่นกัน

Tags: ,

One Response

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง