รักแท้ “โสด” รอได้

วันที่ 12-2-2016 • บทความ • admin • 5 ความคิดเห็น »

รักแท้โสดรอได้2

เขียนโดย Worarak
เรียบเรียง jicktui

ขึ้นชื่อว่า กุมภาพันธ์ คงหนีไม่พ้นที่ต้องนึกถึงวัน ‘วาเลนไทน์ ‘  บางคนอาจไม่ได้อินกับมันเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ฉันแน่ๆ 

เพราะฉันเติบโตมากับความทรงจำวัยเด็กที่ชอบติดสติ้กเกอร์รูปหัวใจบนเสื้อนักเรียน ชอบซื้อช็อกโกแล็ตกับลูกอมฮาร์ทบีทไปแจกเพื่อนๆ ชอบเห็นคนที่เค้าชอบกันรักกันเอาของขวัญให้กัน และเพราะฉันเติบโตมากับวัฒนธรรมในประเทศที่สอนฉันว่า วันวาเลนไทน์เป็นวันของคู่รัก เป็นวันแถลงการณ์ความรักต่อกัน มันจึงทำให้ฉันมีความหวังมาตลอดตั้งแต่เด็กเลยว่า พอโตขึ้น ฉันจะได้มีคนรักที่ดี จะได้มีโมเมนต์พิเศษ และจะได้ฉลองวาเลนไทน์กับเค้าด้วย…. แต่นี่ก็จะเป็นอีกปีแล้วที่วันวาเลนไทน์กำลังจะผ่านไปและฉันก็ยังคง ‘โ-ส-ด’ 

มันดูตลกดีที่พบว่า สิบนิ้วที่มีไม่พอนับจำนวนปีที่ไม่ใช่วาเลนไทน์ของฉันอีกต่อไป พอนึกถึงความโสดทีไรมันก็อดรู้สึกหวิวๆ  ขึ้นมาในใจไม่ได้ นั่นเลยนำให้ฉันได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองกับพระเจ้าว่า ไอ้สิบกว่าปีที่ผ่านมาเนี่ย ฉันได้ผ่านอะไรมาบ้าง? 

จะว่าไปแล้วสิบกว่าปีมานี้ ถึงแม้ฉันจะไม่เคยอัพสเตตัสว่า ‘In relationship’ แบบจริงๆ  จังๆ   แต่ฉันก็ไม่ได้โสดสนิทซะทีเดียว เพราะก็เคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ ไหนจะเคยแอบรักเค้าข้างเดียวตั้งหลายปี เคยอยู่ในความสัมพันธ์แบบติดจรวดเริ่มเร็วจบเร็ว หรือแม้แต่อยู่ในช่วงที่กราฟความรักนิ่งสนิทไม่มีใครมาชอบและไม่ได้ไปชอบใครก็พักใหญ่ ๆ   แม้จะผ่านความรักมาหลายรูปแบบ แต่ไอ้แบบที่ยังไม่เคยผ่านเลย ก็คือ “ความรักที่สมหวัง

ความรักที่ไม่สมหวังเนี่ย ทำให้ฉันเรียนรู้อย่างหนึ่งว่า มันมักทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้ในใจเสมอ แถมมันยังจากไปพร้อมทิ้งความสงสัยให้เราตั้งคำถามกับตัวเองและกับพระเจ้าซ้ำไปซ้ำมาว่า 

“ทำไมเหรอ เราไม่ดีตรงไหน?” “เราทำอะไรผิด?” “เรายังดีไม่พอใช่มั้ย?”
“เมื่อไหร่จะถึงตาของเรา?” “เราจะต้องรอไปเรื่อยๆ  แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?”
“หรือเราจะไม่มีโอกาสได้มีวันนั้น” 

ฉันเรียนรู้ว่าแผลของการผิดหวังในความรักเนี่ย  มันมักสร้างปัญหาใหญ่ให้ชีวิตของเรา ยิ่งถ้าเราขาดสติ ไม่ได้พึ่งพาพระเจ้า มันมักจะนำให้เราพยายามแทนที่ความเจ็บปวด ด้วยการกระโจนเข้าไปในความสัมพันธ์ใหม่ ที่ไม่เพียงจบไม่สวย แต่กลับได้แผลใหญ่กว่าเดิมซะอีก พอเจ็บซ้ำๆ  หลายครั้งเข้าก็อาจทำให้เราหลงเชื่อไปเลยว่า เราไม่มีคุณค่าพอ ทำให้เราลดมาตรฐาน เร่งรีบกับเรื่องนี้ หรือไม่ก็รอคอยไปแบบเหี่ยวเฉาหมดแรงไปเลยก็มี และในอีกด้านหนึ่ง การที่เราต้องอยู่ในสังคมที่มีความคิดว่า การมีคู่ดีกว่าการไม่มี หรือการที่ยังไม่มีแฟนเป็นเรื่องผิดปกติ ฯลฯ มันยิ่งทำให้การรอคอยพระเจ้าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากขึ้นอีกเท่าตัว

ด้วยความท้าทาย ที่ยากมากขึ้นทุกวันสำหรับการเป็นโสด  ทำให้ฉันนำทุกเรื่อง ทุกความรู้สึกที่มีไปคุยกับพระเจ้าอยู่เสมอ การคุยแบบหมดเปลือกกับพระเจ้านี่แหละ ที่ช่วยย้ายหัวใจของฉันไปอยู่ใกล้ๆ หัวใจของพระองค์ แทนการที่จะเอาหัวใจและพลังงานความรักไปใช้กับสิ่งอื่น ซึ่งมันก็ช่วยฉันให้ได้ใกล้ชิด และโตขึ้นในความเข้าใจพระเจ้า ได้รู้จักหัวใจรักของพระองค์ในแง่มุมต่างๆ ได้รู้ว่าพระองค์ทรงพร้อมมากแค่ไหนที่จะนำให้ฉันได้มีประสบการณ์กับความรักในแบบของพระองค์ผ่านคน และสถานการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ  สิ่งที่ฉันชอบมากก็คือ ฉันได้เข้าใจถึงการถูกรัก ถูกห่วงใย และเรียนรู้ที่จะค่อยๆ รักคนอื่นเป็นมากขึ้นด้วย  ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันเองจะยังโสดอยู่ แต่ฉันรู้สึกว่าความทรมาณใจในการรอคอยลดลง ในขณะที่กลับมีความหวังที่จะมีคู่ชีวิตที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ให้มากขึ้น มีใจที่มั่นคง สันติสุข และมีความสุขกับชีวิตโสดมากขึ้น นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสอนท่าทีที่ถูกต้องให้ฉันระหว่างการ “รอคอย… รักแท้”

1# ฟังเสียงของพระเจ้ามากกว่าเสียงของโลกนี้

อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม” โรม 2:12

สิ่งที่โลกนี้บอกเรามักสวนทางกับความจริงของพระเจ้า ดังนั้นหากเราใส่ใจที่จะแสวงหาน้ำพระทัยผ่านการอธิษฐาน และศึกษาความจริงของพระเจ้าจะช่วยให้จิตใจของเรามีมุมมองที่ถูกต้องต่อตนเองในด้านต่างๆ  รวมถึงด้านความรักความสัมพันธ์ด้วย ยิ่งถ้าเราให้เวลากับการท่องจำพระคำเพื่อย้ำเตือนว่า “เราเป็นใครในพระคริสต์” และเรียนรู้พระสัญญาของพระเจ้า ยิ่งจะช่วยเราได้มากขึ้น

การได้รับการเปลี่ยนแปลงจิตใจจากพระเจ้า ยังช่วยฉันมากด้วยในการเลือกดูคนที่เข้ามาในชีวิต เพราะยิ่งใกล้พระเจ้า เราก็ยิ่งรู้จักน้ำพระทัยของพระองค์ ทำให้มองเห็นชัดว่า สิ่งที่เรามองเห็นว่า ‘ดี’ แตกต่างกับ ‘ดียอดเยี่ยม’ ในสายพระเนตรของพระเจ้าอย่างไร สิ่งนี้มีส่วนในการปกป้องฉันจากการที่ต้องเจอกับความสัมพันธ์ที่ไม่ดีโดยไม่จำเป็น

2# จดจ่อกับการพัฒนาความสนิทสนมกับพระเจ้าก่อน

จงคงอยู่ในเราและเราจะคงอยู่ในพวกท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้มันต้องติดอยู่กับเถาองุ่น ท่านทั้งหลายก็เช่นกัน จะเกิดผลเองไม่ได้นอกจากจะคงอยู่ในเรา ยอห์น 15:4

คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย หากเราได้พบกับคนรักแล้ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินความสัมพันธ์ไปอย่างเข้มแข็งได้เพราะเราเองไม่พร้อมในหลายด้าน  ดังนั้นการจดจ่อกับการรอคอยเพียงอย่างเดียวคงเปล่าประโยชน์ หากเราไม่จดจ่อกับการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าไปด้วย และผลด้านต่างๆ ในชีวิตก็จะเกิดขึ้นจากการติดสนิทกับพระองค์นั่นแหล่ะ

คุณลักษณะที่ดีที่พระเจ้าช่วยให้เกิดขึ้นในชีวิต มันทำให้ฉันรักและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พระองค์ทรงช่วยขัดเกลาสิ่งไม่ดีเยอะแยะให้ออกไปจากชีวิต เมื่อเรารู้จักรักตัวเองอย่างถูกต้องเราก็จะเริ่มรักคนอื่นเป็นด้วยเหมือนกัน การได้เห็นผลของพระเจ้าออกมาจากชีวิตของเราไหลไปเป็นพรให้ผู้อื่นมันนำความชื่นชมยินดีมาสู่ชีวิตของเราได้จริง มันทำให้ฉันมีความหวัง และตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อว่า เมื่อถึงเวลาที่ฉันได้เริ่มมีชีวิตคู่ ฉันจะได้ใช้คุณลักษณะเหล่านี้แหละ รับใช้คู่ชีวิตของฉันอย่างเต็มที่ และเสริมสร้างให้ความสัมพันธ์เข้มแข็ง และครอบครัวของเราจะได้รับใช้พระเจ้าผ่านการเป็นพรให้กับผู้อื่นได้

3# ไม่หมดหวัง ไม่ลดมาตรฐาน วางความหวังของเราไว้กับพระเจ้า

ขอให้เรายึดมั่นในความหวังที่เราทั้งหลายเชื่อและรับไว้นั้น โดยไม่หวั่นไหว เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงประทานพระสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ  ฮีบรู 10:23

เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่มองไม่เห็นและคาดเดาไม่ได้ การจะมั่นใจว่าเราจะได้พบคนที่ดี มีชีวิตคู่ที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเชื่อ ยิ่งถ้าผ่านความเจ็บปวดมาแล้วยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม  แต่ความจริงคือเราสามารถเชื่อและวางใจพระเจ้าได้จริงๆ   

“จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย” 1 เปโตร 5:7

“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” โรม 8:28

แม้เราอาจจะต้องเจอกับความท้าทายที่ทำให้ท้อใจอยู่เสมอ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะเมื่อเรารู้จักคุณค่าที่แท้จริงของเราในพระเจ้า จะทำให้เรารู้จักวางขอบเขตในเรื่องความสัมพันธ์ไว้อย่างเหมาะสม เราจะรักตัวเองตามแบบที่พระเจ้ารัก เราจะรู้ว่าเราควรปฏิบัติกับตัวเองและยอมให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเรายังไง และไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องยอมลดมาตรฐานของเรา เพราะพระเจ้ารู้ทุกความปรารถนาในใจของเราแล้ว เราควรมีความหวังต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นยังไงก็ตาม

แม้ตอนนี้อาจยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเป็นไปยังไงในอนาคต เรื่องรักของเราที่พระเจ้าเขียนจะไปจบที่ตรงไหน  แต่ตอนนี้ฉันก็สามารถบอกกับตัวเอง ด้วยใจที่เชื่อมั่นว่า 

“รอหน่อยนะ พระเจ้าดูแลอยู่
ทุกอย่างสวยงามในเวลาของพระองค์ มันคุ้มค่าที่จะรอ
รักแท้ รอได้ แต่จะรอด้วยใจแบบไหน เราก็เลือกได้เช่นกัน”

 

Tags: , ,

5 Responses

  1. sosxo

    เอเมน ขอบคุณพระเจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง