ถึงหนุ่มโสดในพระคริสต์ทั้งหลาย…

วันที่ 29-2-2016 • บทความ • admin • 3 ความคิดเห็น »

To-All-Christian-Single-Guys

เขียนโดย Jeffrey Siauw (ต้นฉบับภาษาอินโดนีเซีย http://www.warungsatekamu.org/?p=18856)
แปลโดย เวย์ วนีย์
เรียบเรียง แจ๊ค นันท์

มันไม่ได้มีอะไรผิดเลยหากคุณจะเป็นโสด ใช่ครับ คุณอ่านถูกแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติเลยถ้าคุณจะยังไม่ได้แต่งงาน หรือไม่ได้คบกับใครเป็นพิเศษ หรือแม้กระทั่งหากยังไม่เคยมีแฟนสักคนเลยก็ตาม

แน่ล่ะ พระเจ้าสร้างให้เรามีความต้องการที่จะมีความรักและความสัมพันธ์ ดังนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาสุดๆ ที่เราอยากจะแต่งงานหรือเตรียมชีวิตให้พร้อมเพื่อการนั้น แต่ทว่าคุณค่าของคุณไม่ได้ถูกกำหนดจากการมีหรือไม่มีแฟน

แน่อยู่แล้วว่าหนึ่งในการต่อสู้ที่หนักหน่วงที่สุดที่บรรดาหนุ่มโสดทั้งหลายต้องเผชิญก็คือ ความรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยว (ตอนที่ยังโสดผมก็ดิ้นรนกับเรื่องนี้เหมือนกันนะ) บางคนรับมือด้วยการหมกมุ่นไปกับกิจกรรมต่างๆ ทำตัวให้ยุ่งๆเข้าไว้ หรือออกไปสนุกกับเพื่อนๆ  บางคนก็ตอบสนองด้วยการปรนเปรอความอยากของตัวเองในเรื่องวัตถุสิ่งของ เช่นคอยซื้อแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดตลอดเวลา  หรืออาจถึงขั้นปล่อยตัวปล่อยใจให้หมกมุ่นอยู่กับความบันเทิงเริงใจทั้งหลาย และมีบางคนถูกชักจูงไปสู่เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศที่บิดเบี้ยว เช่น สื่อลามกหรือโสเภณี

พวกเราหลายคนยังเลือกที่จะตั้งข้อแม้แบบ “ถ้า” หรือ “ควร” ในเรื่องความสัมพันธ์และการแต่งงาน  ถ้าผมได้แต่งงานผมก็จะได้ไม่ต้องทนเหงาอีกต่อไป การแต่งงานควรจะเป็นประสบการณ์สำหรับทุกคน (หรืออย่างน้อยก็ตัวผมล่ะ) มันเป็นสิทธิพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่จะมีแฟน แต่งงาน แล้วก็มีลูก ฯลฯ ดังนั้นถ้าผมไม่ได้ทั้งหมดนี้ล่ะก็ มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย!

แต่รูปแบบความคิดอย่างนี้มีแต่จะสร้างแต่ความรู้สึกขมขื่น การโฟกัสแต่สิ่งที่เราไม่มี จะทำให้เราสูญเสียความสามารถที่จะมองเห็นพระคุณและความช่วยเหลือของพระเจ้าในชีวิตเรา จนจับจ้องอยู่แต่สิ่งที่เราขาดและไม่เห็นสิ่งที่พระองค์จัดเตรียมไว้อย่างงดงามเพื่อเรา เราจะลืมไปด้วยว่ามีงานหลายอย่างที่เราสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเหมาะเจาะเพราะว่าเราเป็นโสด อัครทูตเปาโลเองก็เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ คนโสดสามารถเอาใจใส่เรื่องพระเจ้าและงานของพระองค์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องไปพะวงในเรื่องอื่น (1 โครินธ์ 7:32-35) เราจะสูญเสียความชื่นชมยินดีที่จะได้รับในฐานะคนโสด เพราะมัวแต่คิดว่าเราจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อมีแฟนเท่านั้น และเลวร้ายที่สุดเราอาจถึงขั้นยอมให้ความบาปเรื่องเพศเข้าควบคุมชีวิตของเรา มันจะไม่ได้เพียงแค่ทำลายชีวิตของเราตอนนี้เท่านั้นนะ แต่ยังจะลุกลามไปถึงความสัมพันธ์กับคู่ครองในอนาคตด้วย

ผมอยากหนุนใจหนุ่มๆ คริสเตียนทั้งหลายนะครับ ให้คุณรับมือกับความโสดในวิธีที่แตกต่างออกไป อย่าปล่อยให้ความเหงาเข้าครอบงำชีวิตหรือยอมให้ความขมขื่นหยั่งรากลงในใจ จำไว้เลยว่าความเหงาไม่ใช่ผลพวงของการไม่มีแฟนหรือภรรยา ความเหงาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญไม่ว่าพวกเขาจะแต่งงานหรือไม่ แม้แต่พระเยซูเองก็ยังประสบกับความโดดเดี่ยวเมื่อเหล่าสาวกไม่เคียงข้างพระองค์ในช่วงนาทีวิกฤตของชีวิต อย่าลืมว่าความเหงาเป็นบททดสอบไม่ใช่ความบาป มันจะเป็นความบาปก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้มันเข้ามาควบคุมชีวิตของเรา

ดังนั้นครั้งต่อที่ความเหงาเข้ามาเยือน ให้มันเป็นเพียง “ตัวช่วยเตือนความจำ” ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้เราใกล้ชิดกับครอบครัวและเพื่อน และเหนือสิ่งอื่นใดให้ใช้เวลาในตอนที่ยังโสดเพื่อแสวงหาความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงบาปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเสริมสร้างชีวิตในแบบที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เรียนรู้ที่จะเชื่อวางใจในพระคุณของพระองค์ แม้คุณจะมีหรือไม่มีคู่ครองก็ตาม ขอพระเจ้าเปลี่ยนคุณให้เป็นคนที่รักพระองค์และรักพี่น้องในพระคริสต์

และวันหนึ่งในอนาคตถ้าคุณได้พบคู่ชีวิตจริงๆ คุณจะพบว่าการเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นนั้นจะช่วยให้คุณรักคู่สมรสได้มากยิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมพบเจอมากับตัวเองเลย  คือเมื่อผมเรียนรู้ที่จะรักคนอื่นอย่างที่พระเจ้าทรงนำ  ผมก็สามารถรักภรรยาได้มากขึ้นและและรักอย่างไม่มีเงื่อนไขเลย อย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร

และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้แต่งงาน จำไว้เสมอว่าชีวิตของคุณก็สามารถที่จะเป็นพยานที่ยอดเยี่ยมถึงความรักของพระเจ้าและเป็นพระพรไปสู่ผู้อื่นได้

Tags: , ,

3 Responses

  1. ทำทานบริจาคอวัยวะกับโลหิตกันเถอะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

  2. พรุ่งนี้ค่อยอ่านนะ น่าสนใจจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง