ทำไมเราต้องแยกทางกัน?

วันที่ 26-2-2016 • บทความ • admin • 2 ความคิดเห็น »

Why-did-we-break-up

เขียนโดย M. Tiong ต้นฉบับภาษาจีน [http://wp.me/p4bo5B-47u]
แปล แม่ตุ๊ก ภัชรีย์
เรียบเรียง จิ๊ก สิริวรรณ

ฉันและแฟนวางแผนการแต่งงานกันตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มคบกันครั้งแรก ดังนั้น ฉันจึงไม่เคยมีความคิดว่าวันหนึ่งเราจะเลิกราจากกัน แน่ล่ะ เรามีเรื่องผิดใจกันบ้างในบางครั้ง แต่เราก็หันหน้ามาคุยกันและสามารถเคลียร์ปัญหาได้เสมอ

เพราะความคาดหวังจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เราจึงเตรียมชีวิตฝ่ายวิญญาณด้วยการอธิษฐานร่วมกัน สามัคคีธรรมกัน และใช้เวลาเฝ้าเดี่ยวด้วยกัน แต่อะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อฉันเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ

แฟนของฉันแสดงออกเต็มที่ว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของฉัน  แต่เราก็ยังมีความสัมพันธ์มั่นคงต่อกันอยู่ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เรายังสามารถติดต่อกันได้แม้ตัวจะอยู่ห่างไกลกันคนละประเทศ และเพราะฉันคิดว่าเวลาเพียงแค่ปีเดียวคงไม่ทำให้อะไรเปลี่ยนไป

หลังจากเดินทางไปต่างประเทศไม่นาน ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มเปลี่ยนไปจากช่วงสองปีกว่าที่เราคบกัน จากที่เคยโทรหากันหรือส่งข้อความถึงกันบ่อยๆ ก็ลดความถี่ลงและกลายเป็นคำพูดหรือข้อความสั้นๆ ฉันเริ่มรู้สึกได้ว่าเขาคงเริ่มเบื่อหน่ายกับการรักษาความสัมพันธ์ทางไกลแบบนี้จนเริ่มกังวล และมโนไปไกลถึงขนาดสงสัยว่าเขาจะแอบไปคบใครคนใหม่ในโบสถ์รึเปล่า ความสงสัยทวีมากขึ้นจนบั่นทอนความสัมพันธ์ของเรา จนในที่สุดเราก็ตัดสินใจเลิกกัน

ตอนนั้นฉันรู้สึกราวกับถูกตีอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัวในวันที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในต่างแดน ฉันหวนคิดถึงประโยคที่มีคนเคยพูดว่า “ความรักคือการเลือกที่จะรัก ไม่ใช่รอให้รู้สึกรัก” มันกระตุ้นให้เกิดคำถามในใจมากมายว่า “ที่ผ่านมา เราทั้งคู่ได้เลือกที่จะรักหรือเปล่า” “เราไม่ได้พึ่งพาพระเจ้าและขอให้พระองค์ช่วยแก้ไขปัญหาหรือเปล่า” “ทำไมเราต้องเลิกราจากกัน”

ประสบการณ์ความเจ็บปวดจากการที่ต้องแยกทางกัน ทำให้ฉันตระหนักว่า ความรักและชื่นชมที่ฉันมีให้กับแฟนนั้นมันมากกว่าที่ฉันมีให้พระเจ้า ตลอดช่วงเวลาของความสัมพันธ์ มีหลายครั้งที่เราปล่อยให้มันดำเนินไปอย่างไม่ถูกต้องตามน้ำพระทัยพระเจ้า เราไม่เคยพยายามที่จะเอาชนะ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข  ความกลัวที่จะสูญเสียกันและกันทำให้ตาของเรามืดบอด เราต่างยึดติดกันและกันมากเสียจนกระทั่งให้ต่างฝ่ายต่างเป็นรูปเคารพของตนโดยไม่ตั้งใจ

ฉันจำได้ถึงข้อความตอนหนึ่งที่เคยอ่านในหนังสือชื่อ “พระเจ้าที่รัก ไหนล่ะความรักที่ทรงสัญญา?” ของศิษยาภิบาล Zhu Hui Ci ได้กล่าวว่า “พระเจ้าทรงสถาปนาการแต่งงาน แต่มนุษย์สร้างการออกเดท” พระเจ้าทรงกำหนดเงื่อนไขและมีน้ำพระทัยชัดเจนสำหรับการแต่งงาน พระองค์ไม่ได้กำหนดชัดเจนว่า ใครคือคนที่เราจะแต่งงานด้วย แต่ทรงให้เสรีภาพแก่เราในการเลือก การออกเดทเปิดโอกาสให้เราได้ศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และมีเป้าหมายร่วมกันที่จะเติบโตอย่างพระคริสต์

ดังนั้น เมื่อมีปัญหาสำคัญเกิดขึ้นจนไม่สามารถแก้ไขได้ การยุติความสัมพันธ์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าให้เราใช้เป็นทางเลือกเล่นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่คุณคบอยู่เป็นคนบ้างาน และสิ่งนี้ทำให้คุณเสียอารมณ์บ่อยๆ มันเป็นเรื่องโง่ที่จะหวังให้เขาเปลี่ยนหลังจากที่คุณแต่งงานกัน

อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นคนบ้างานอย่างนี้ไปจนตลอดชีวิต การเพียงแต่หวังว่าเขาจะเปลี่ยนไม่ได้ช่วยป้องกันคุณจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต คุณทั้งคู่ควรหาที่ปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำและหาทางแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน  แต่หากว่ามันหนักหนาเกินกว่าจะแก้ไข และคุณรู้สึกว่ามันเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ในอนาคต  การเลิกราต่อกันก่อนการแต่งงานก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เพื่อที่ต่างฝ่ายต่างจะได้มุ่งไปแก้ไขปัญหาในชีวิตของตนเสีย

โลกนี้ให้คำจำกัดความของ “ความสำเร็จ” คือการได้บางอย่างมา และการสูญเสียบางอย่างไปนั่นคือ “ความล้มเหลว” แต่ในมุมมองของพระคัมภีร์  มาตรฐานความสำเร็จคือ “ความรัก” เราล้มเหลวต่อเมื่อเราไม่รัก ในหนังสือของศิษยาภิบาล Zhu Hui Ci ยังกล่าวอีกว่า “ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอยู่ด้วยกันหรือแยกทางกัน พื้นฐานชีวิตคริสเตียนยังคงเป็น ‘ความรัก’ เสมอ”

สำหรับความสัมพันธ์ของฉัน ฉันได้รับประสบการณ์ว่า การรักใครสักคนอย่างลึกซึ้งนั้นเป็นอย่างไร และฉันเชื่อมั่นว่าเขาก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ก็แน่นอนว่าเป็นเพราะความรัก ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะเดินออกจากความสัมพันธ์ และยอมรับว่าผลของมันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่ ถึงแม้ว่าฉันไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเลยก็ตาม

ฉันอธิษฐานต่อพระเจ้า ทูลขอให้พระองค์ทรงช่วยให้เราทั้งคู่สำหรับเส้นทางของเราแต่ละคนในอนาคต ที่จะยอมจำนนต่อการทรงนำของพระวิญญาณ และเดินไปตามน้ำพระทัยของพระองค์ และรักพระองค์เหนือทุกสิ่ง

Tags: ,

2 Responses

  1. อ่านแล้วเข้าใจคำว่า ทรมาณใจมว้ากกก ><

  2. เจ็บปวดแต่ยินยอมทำตามน้ำพระทัยและเชิ่อฟังพระองค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง