จดหมายไทม์แมชชีน

วันที่ 29-1-2016 • บทความ • admin • 2 ความคิดเห็น »

3-Lessons-I've-Learned-From-Writing-A-Letter-To-Myself

เขียนโดย jicktui
เรียบเรียง โดย วอร์ และ คุณภู

เคยดูการ์ตูนโดเรมอน ตอนที่โดเรมอนกับโนบิตะนั่งไทม์แมชชีนไปหาตัวโนบิตะในอนาคต แล้วอยากได้ของวิเศษนี้จากโดเรมอนกันบ้างไหมคะ? แล้วเคยคิดไหมคะว่า คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต หรือข้ามเวลาไปดูความเป็นไปของตัวเองในอนาคต เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าปัจจุบันเราควรจะใช้ชีวิตยังไงกันแน่

“เฮ้ย ธันวาแล้วเหรอ ยังไม่ทันทำอะไรเลย” 

ณ วันส่งท้ายปี 2014 เราแอนด์เดอะแก๊งค์ในกลุ่มเซลได้เจอกัน นอกจากการฉลองมื้อใหญ่พร้อมกับการเพิ่มชั้นไขมันหน้าท้องด้วยแล้ว สามีสุดที่รักของเรายังได้ผุดไอเดียบรรเจิดมาอีกอย่างหนึ่งก็คือ “การเขียนจดหมายถึงตัวเอง” ปรกติที่เราเคยทำก็จะมีแค่ เขียนตั้งเป้าหมายประจำปี (ซึ่งพอเวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน ความตั้งใจที่เคยพลุ่งพล่านสวยงามก็จะดับวูบหายไปในพริบตาไม่ต่างกับพลุปีใหม่) แต่ไอ้การเขียนจดหมายหาตัวเองเนี่ย อืม น่าลอง ว่าแล้วก็ลงมือเขียนจดหมาย เก็บไว้ในกระป๋อง อีกหนึ่งปีเจอกัน!

……… วืด วืด วืด วืด

เฮ้ยธันวาแล้วเหรอ ยังไม่ทันทำอะไรเลย (ปีที่แล้วก็บ่นแบบนี้)” โพสต์ย้อนเวลาในเฟสบุ๊คแจ้งเตือนให้เห็นเหตุการณ์ในวันเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว อีกเพียงไม่กี่วันก็จะสิ้นปี 2015 แล้ว และในที่สุด วันที่ข้อความจากอดีต เดินทางผ่านอนาคต มายังตัวเองในปัจจุบันก็มาถึง

นี่เราเขียนอะไรลงไปมั่งเนี่ย?” นั่นเป็นความคิดแรกในขณะที่เปิดจดหมายออกดู สายตาไล่ไปตามหนังสือแต่ละตัว หูเหมือนได้ยินเสียงตัวเองพูดกับตัวเองแบบไม่เคยชัดเจนอย่างนี้มาก่อน ประโยคมันก็พื้นๆ นะแต่ทำไมน้ำตาซึมวะ ความพีคมันอยู่ตรงนี้แหละ นี่สินะ ความรู้สึกของการ “นั่งไทม์แมชชีน

การเขียนจดหมายถึงตัวเองมันก็คือการเอาตัวเราในอดีต ข้ามเวลามาคุยกับเราในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งสำคัญของกิจกรรมนี้ หาใช่อยู่ที่การได้บันทึกอะไรลงไปในกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้หลังจากนั้น…

นี่คือการฟังตัวเองอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดวิธีหนึ่ง

ให้ตายเหอะ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ได้ยินเสียงตัวเองชัดเจนขนาดนี้มาก่อน อาจเพราะบ่อยครั้งเราไม่ค่อยสนใจจะฟังตัวเองเท่าไหร่ แล้วปล่อยให้เสียงของคนรอบข้าง หรือเสียงของสังคมดังกลบเสียงจากภายในของเรา จนเราใช้ชีวิตไปอย่างไม่รู้ว่าตัวเองคิด รู้สึก หรือต้องการอะไร การเขียนจดหมายหาตัวเองช่วยให้เราหันมาพูดคุย ถามคำถาม และทำความรู้จักตัวตนของตัวเราเองได้มากขึ้นจริงๆ

คนที่จะด่าหรือจะปลอบตัวเองได้ดีที่สุด คือตัวเราเองนี่แหละ

พอได้เขียนจม.หาตัวเอง มันเหมือนเรากำลังมองตัวเองเป็นอีกคนหนึ่ง คนที่ไม่ใช่เรา เราจึงกล้าพูดกับตัวเราได้อย่างตรงจัดชัดจริงไม่ต้องเสแสร้ง และปราศจากความคาดหวัง แน่นอนว่าเราจึงกล้าพูดในสิ่งที่ปรกติชีวิตประจำวันเรามักจะไม่พูดกับตัวเอง มีอยู่ตอนหนึ่งในจดหมายที่พอมาอ่านแล้วเซอร์ไพรส์มากที่ตัวเองเขียนไว้แบบนี้

ที่จริงอยากให้อ่านจดหมายนี้ด้วยความรู้สึกดีใจ และภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำมาตลอดทั้งปีนะ แต่ถึงจะตั้งใจอย่างนั้น และขณะที่เขียนตอนนี้ก็ยังหวั่นใจเลยว่าจะทำไม่ได้ ถ้าทำได้ ดีใจด้วยนะ เป็นอีกปีที่น่าจดจำ แต่ถ้าไม่ได้ก็อย่าพึ่งหมดหวังกับตัวเองนะ จำไว้ว่าเมล็ดผักชีมันงอกช้า อดทนกับตัวเองหน่อย มันยังไม่งอก ไม่ได้แปลว่าเมล็ดมันไม่มีนี่นา

ปรกติเราจะเป็นคนที่ชอบกดดันตัวเอง แล้วมารู้สึกผิดทีหลังที่ทำไม่ได้ แต่พอมาอ่านข้อความนี้ มันเหมือนพระเจ้าใช้ตัวเราในอดีตมาปลดล๊อคตัวเองในปัจจุบัน ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายกับการใช้ชีวิตมากกว่าจะเคร่งเครียดกับสิ่งที่ยังไม่ได้มันมา พระเจ้าคงอยากจะบอกให้เราชื่นชมยินดีกับการมีชีวิตอยู่บนโลก ชื่นชมสิ่งที่พระองค์สร้างรวมทั้งตัวเราเองด้วย และที่สำคัญที่สุด คือ เพื่อเราจะกลับไปนมัสการพระองค์ผู้ทรงสร้างเรามาอย่างดี

สร้างเช็คพอยท์ สำรวจตัวเอง

เราคิดว่าความต่างของการตั้งเป้าหมาย และการเขียนจดหมายก็คือ การตั้งเป้าหมายนั้นเราตั้งเป้าในสิ่งที่เราอยากทำ หรืออยากได้โดยที่ไม่รู้ว่าใช่สำหรับเราไหม แต่การเขียนจดหมายมันคือการย้อนกลับไปมอง มันคือการประเมินตัวเอง ว่าชีวิตที่เราใช้มาคือชีวิตที่เราต้องการจริงๆ หรือยัง? จดหมายจากอดีตของเราจะเป็นภาพสะท้อนให้เราเห็นว่า เราได้เรียนรู้อะไรและเติบโตไปแค่ไหนในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา?

หนุ่มเมืองจันท์เคยเขียนไว้ว่า “คำถามบอกทิศ คำตอบบอกทาง” เป็นเรื่องธรรมชาติที่คนเรามักอยากรู้คำตอบมากกว่าคำถาม แต่หารู้ไม่ว่าการตั้งคำถามเป็นเหมือนการปักธงบอกทิศให้ตัวเองในอนาคตเดินไปหาคำตอบ เพื่อเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมายและเข้าใจเส้นทางที่ตัวเองเดินมาว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?” และไม่ว่าคำถามนั้นจะนำพาคำตอบในรูปแบบไหนมาให้กับเรา ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราได้ “เรียนรู้” และ “ชื่นชม” กับของขวัญผ่านกาลเวลาที่ตัวเราหยิบยื่นให้ตัวเราเองนี้หรือไม่ มันโคตรแปลกที่มาตรวัดความสำเร็จของคนในโลกนี้เป็นเพียงความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เรานำพาผ่านทะลุมิติเวลาไปได้มีเพียงสิ่งที่เราได้ ‘เรียนรู้’

เอาละ จะมาฟังคนอื่นพูดอย่างเดียวมันก็ไม่มีทางได้อะไร บทความนี้ เราจึงอยากจะชวนผู้อ่านทุกคน มาลองเขียนจดหมายหาตัวเองกันค่ะ  แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองถามคำถามตัวเองต่อไปนี้ดูค่ะ

– ใน 1 ปี ต่อจากนี้ เราจะเป็นยังไง ทำอะไร มีชีวิตอย่างไรอยู่?
– สิ่งที่เราตั้งใจจะทำ คิดว่าเราทำได้แล้วหรือยัง?
– ถ้าได้ เราจะให้กำลังใจตัวอย่างไร หรือถ้าไม่ได้ เราจะปลอบใจ/ตักเตือนตัวเองอย่างไร?
– อนาคตของเรา ต้องการให้มีใครอยู่ในนั้นบ้าง?
– มีอะไรบ้างที่เราอยากจะบันทึกเป็นความทรงจำเพื่อบอกกับตัวเองในอนาคตไว้บ้าง?
– มีอะไรที่เราอยากขอบคุณพระเจ้าบ้าง?

แล้วจะทำยังไงที่เราจะได้จดหมายนี้คืนในเวลา 1 ปี? เรามีสองวิธีมานำเสนอค่ะ

วิธีแรกเป็นวิธีแบบอนาล๊อก
เขียนจดหมาย ปิดผนึก ติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง หลังจากนั้นให้พับจดหมายแล้วใส่ซองอีกซองหนึ่ง จ่าหน้าซองถึง:

พันธกิจมานาประจำวัน
237/1 ห้อง2c ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
วงเล็บมุมซองว่า “แคมเปญจดหมายไทม์แมชชีน

เราจะส่งจดหมายนี้กลับไปให้คุณในต้นปี 2017 ค่ะ

วิธีที่สอง เป็นวิธีแบบดิจิตอล

https://www.futureme.org เป็นเว็บไซต์ที่อำนวยความสะดวกให้เราเขียนจดหมายถึงตัวเอง โดยให้เรากรอกอีเมล์ ใส่ข้อความที่เขียนหาตัวเอง ตั้งเวลาที่อยากจะส่งถึงตัวเอง และกดส่ง… 

ไม่ว่าจะวิธีไหน เมื่อหลังจากส่งแล้วก็รอเซอร์ไพรส์สวยๆ ปีหน้าได้เลยค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเขียนจดหมายถึงตัวเองนะคะ

Tags:

2 Responses

  1. Exetmerly helpful article, please write more.

  2. antonino verdi. scrive:cmq e’ un’ottima covataribas e dell’agnello li vedevi limitati, per dire, in longo invece e’ palpabile il potenzialedalla struttura fisica ai movimentie uno che si studia il dvd di eto per capirne i movimenti largo alla mourinho mi fa pensare che possa anche avere la teta giustapotere vedere la primavera e’ uno dei principali vantaggi di avere inter channelti riconcilia col calcioanche se poi le finali le vedi su moggi tve un grazie anche a bernazzani, che non e’ facile lavorare con mou e poi risedersi a motivare i diciannovenni

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง