เพียงแค่เอ่ยพระนาม

วันที่ 30-1-2016 • มานาประจำวัน • admin • 1 ความคิดเห็น »

ODB_300116.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราจะมาหาท่านอีก และใจท่านจะชื่นชมยินดีและไม่มีผู้ใดจะช่วงชิงความชื่นชมยินดีไปจากท่านได้ – ยอห์น 16:22

อ่าน: ยอห์น 16:17-24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อพยพ 23-24; มัทธิว 20:1-16

เมื่อนักร้องเริ่มร้องเพลงในช่วงนมัสการ ที่ประชุมตั้งใจฟัง เสียงทุ้มนุ่มขับขานเพลงเก่าประทับใจของกอร์ดอน เจนเซ่น ชื่อเพลงกล่าวถึงความจริงที่ยิ่งแตะใจ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น “พระองค์ทรงอยู่ใกล้แค่เพียงเอ่ยพระนาม”

เราต่างเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องแยกจากคนที่รัก เช่น ลูกแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่อื่น พ่อแม่แยกจากเราเพราะหน้าที่การงานหรือสุขภาพ ลูกไปเรียนที่เมืองอื่นหรือประเทศอื่น แม้เราจะมีโทรศัพท์หรือสไกป์ แต่เราก็อยู่ห่างไกลกันและยังต้องมีการแยกจากกันเพราะความตาย

แต่ในฐานะผู้เชื่อในพระคริสต์ พระองค์ทรงสัญญาว่าเราจะไม่อยู่ลำพัง แม้เราจะรู้สึกโดดเดี่ยว แต่พระองค์ไม่ได้จากไปไหน พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ ตอนนี้ เสมอและตลอดไป เมื่อพระองค์จากโลกนี้ พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกว่า “นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:20) และทรงสัญญาว่า “เราจะไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮีบรู 13:5)

คำร้องทูลเงียบๆ การกระซิบพระนามของพระองค์ หรือแม้เพียงคิดถึงพระองค์ก็ทำให้เราอุ่นใจว่า “พระองค์ทรงอยู่ใกล้แค่เพียงเอ่ยพระนาม”

พระเยซูไม่เคยทอดทิ้งหรือลืมคนของพระองค์

Tags:

One Response

  1. • มานาประจำวัน •
    วันที่ 30-1-2016
    อ่าน: ยอห์น 16:17-24
    เพียงแค่เอ่ยพระนาม
    หลายคนไม่กลัวตาย แต่กลัวมากที่สุด คือความเหงา ความโดดเดี่ยว และการรอคอย มันเป็นอะไรที่ ทรมารจิตใจมาก อย่างบอกไม่ถูก แต่ผมไม่ใช่กลัวมัน แต่ไม่่ชอบมันมากกว่า เพราะผมพิการตั้งแต่เด็ก ทำอะไรไม่ได้เองหลายอย่าง ต้องรอคนอื่นว่างหรือ เต็มใจที่จะมาช่วยผมแต่ละอย่าง เวลาไปไหน โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่รถเข็นคนพิการไปไม่ได้ เข้าไม่ถึง ต้องยอมให้คนอื่นไปเที่ยวกัน ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นรอคนเดียว ต้องรอว่าเมื่อไร พวกเขาจะกลับมาสักที เมื่อไรคนอื่นจะมาช่วยเราเหมือนอย่างเราคิดหหรือไม่ เป็นอะไรที่ผมหงุดหงิดมาก น่าโมโหมากยิ่งผมพูดไม่ชัดอีกด้วย สิ่งที่ผมกังวลมาก ถ้ามีคนมาทักทาย มาพูดคุยด้วย ผมตอบเขา แต่เขาฟังผมไม่รู้เรื่อง แล้วพวกทำหน้า ที่ทำให้ผมลำบากใจมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเป็นเด็กพิการที่ใจร้อนเอามากๆขี้หงุดหงิดขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตัวเอง ปากร้าย ตั้งแต่ผมรับเชื่อพระเจ้า รับเอาองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเข้ามาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของผมแล้ว ชีวิต จิตใจอรมณ์ ความรู้้สึกผมเริ่มเปลี่ยนไปผมกลายเป็นคนพิการอารมณ์ดี แจ่มใส ร่าเริง อดทน เข้าใจคนอื่น มีความสุขในการรอคอย มองโลกในแง่บวก มองข้ามความพิการของตัวเอง มุ่งมั่นกับการับใช้พระเจ้าและผู้อื่น ใช้เวลาที่ต้องอยู่คนเดียว พูดคุยอธิษฐานกับพระเจ้า ใกล้ชิดกับพระเจ้ากลายเป็นเวลาที่แสนอบอุ่นของผมอยู่ในพระเจ้า เป็นช่วงเวลาที่ผมสามารถซึมซับพระลักษณะพระเจ้าได้โดยการอ่านพระคัมภร์ ไม่ว่าจะเป็นความสุขุม เยือกเย็น สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ ความสันติสุข ความสงบสุขที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เกินความเข้าใจของเรา ในพระคริสต์ พระองค์ทรงสัญญาว่าเราจะไม่อยู่ลำพัง แม้เราจะรู้สึกโดดเดี่ยว แต่พระองค์ไม่ได้จากไปไหน พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ ตอนนี้ เสมอและตลอดไป เมื่อพระองค์จากโลกนี้ พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกว่า “นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:20) และทรงสัญญาว่า “เราจะไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮีบรู 13:5)
    ยอห์น 6:56 ผู้ที่กินเนื้อและดื่มโลหิตของเรา ผู้นั้นก็อยู่กับเราและเราอยู่กับเขา
    ยอห์น 14:20 ในวันนั้นท่านทั้งหลายจะรู้ว่าเราอยู่ในพระบิดา และท่านอยู่ในเราและเราอยู่ในท่าน
    พระเยซูคริสต์เจ้า ไม่เคยจากไปไหน ไม่เคยอยู่ห่างจากเรา
    พระเจ้าทรงอยูกับเราเสมอ ทรงอยู่ในเราด้วย โดยที่เราไม่ต้องพูดสักคำ
    จาก พ่อน้อย คจ.พันธสัญญาของพระเจ้า จ.ลำปาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง