ทำไมคริสต์มาสจึงไม่สมเหตุสมผล?

วันที่ 24-12-2015 • บทความ • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »

Why-Christmas-Doesn't-Make-Sense-(2)

เขียนโดย เลสลี่ โก (ต้นฉบับจาก http://wp.me/p5q8EW-dbT)
แปลโดย ปอ นภธิดา
เรียบเรียง จิ๊ก สิริวรรณ

จริงๆ นะครับ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับวันคริสต์มาสเลยที่สมเหตุสมผล ลองคิดถึงเหตุผลต่อไปนี้ดูสิ:

พระเจ้าลงมาบังเกิดเป็น… มนุษย์

ทำไมพระเจ้าจะอยากลงมาเกิดเป็นมนุษย์? ทำไมพระเจ้าที่มีอำนาจสูงสุดในจักรวาลถึงอยากเกิดมาเป็นคนอ่อนแอ มีตำหนิ และต้องตาย? ทำไมถึงยอมถ่อมตัวลงมาเป็นเหมือนเรา?

แต่นี่แหละคือสิ่งที่พระเยซูทำเมื่อพระองค์เสด็จมาบนโลกนี้ ถึงแม้พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่พระองค์เลือกที่จะเกิดเป็นทารกที่เปราะบาง ผ่านช่วงวัยรุ่นอันเจ็บปวด เรียนรู้การเป็นช่างไม้ และพยายามประกาศกับคนในชุมชนของพระองค์ว่า พระองค์คือผู้ช่วยให้รอดของเขาและของโลกนี้ แต่ผมก็คิดนะว่าทำไมพระองค์ต้องทำเยอะขนาดนี้ด้วย? ทำไมพระองค์ไม่ทำให้จบตั้งแต่อยู่บนสวรรค์ จะได้ไม่ต้องลงมาเกิดเป็นมนุษย์ในโลก?

คำตอบคือเพราะ ‘รัก’ ไง เพื่อจะทรงปกป้องและไถ่มนุษย์จากการพิพากษาที่สมควรจะได้รับ พระเยซูต้องลงมาเป็นมนุษย์เท่านั้นจึงจะตายแทนมนุษย์ได้  เครื่องบูชาจึงจะกลายเป็นที่ยอมรับ เพื่อใครก็ตามที่เชื่อพระองค์จะรอดพ้นจากความตายนิรันดร์ นั่นหมายความว่า พระเยซูต้องยอมลดพระเกียรติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ที่ต้องตาย แต่พระองค์ก็ทรงยอม เพราะทรงรักเรา นี่คือที่มาของวันคริสต์มาส แหงละ มันฟังดูไม่สมเหตุสมผล แต่ที่จริง เรื่องของความรักก็ไม่เคยสมเหตุผลอยู่แล้วล่ะ

พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดใน… คอกม้า

สมมติว่าวันนี้ (หรือในอดีต) มีเจ้าชายน้อยสักองค์ประสูติขึ้นมา คุณคิดว่าเจ้าชายน่าจะประสูติที่ไหน ได้รับการดูแลแบบใด? คงจะเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่ห้อมล้อมไปด้วยวงมโหรีสุดอลังการเท่าที่กษัตริย์จะหามาได้ใช่ไหมครับ? เหมือนกับการประสูติของเจ้าชายจอร์จ โอรสของเจ้าชายวิลเลี่ยมและเจ้าหญิงเคทของอังกฤษ ทุกสายตาจับจ้อง ฝูงชนมหึมาล้อมรอบโรงพยาบาลเพื่อจะได้เห็นหน้าทายาทแห่งราชวงศ์องค์น้อยแม้เพียงสักแวบหนึ่ง!

แต่พระเยซูกลับมาบังเกิดในโรงม้าสกปรกๆ รายล้อมด้วยสัตว์นานาชนิด ไม่มีฝูงชนมารอต้อนรับการประสูติของพระองค์ ไม่มีวงมโหรี คนที่มาหาพระองค์คนแรกคือคนเลี้ยงแกะจนๆ ถ้าเปรียบกับปัจจุบันก็คงเหมือนมีเจ้าชายมาประสูติในอู่ซ่อมรถซอมซ่อ มีแต่รถรอซ่อมกับช่างอยู่เต็มไปหมด เดี๋ยวนะ นี่เรากำลังพูดถึงพระบุตรของพระเจ้าอยู่รึเปล่า แต่พระเจ้าเองกลับเห็นดีเห็นงามที่จะให้โอรสน้อยของพระองค์บังเกิดในสถานที่ต่ำต้อยเช่นนี้

เพราะอะไรเหรอครับ ตามที่ในพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า พระเยซูทรงอ่อนโยน ถ่อมพระทัย เข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มไม่ใช่ด้วยราชรถทองคำ แต่ “ทรงลูกลา” (มธ. 21:5) พระเยซูไม่ได้ใช้ชีวิตของพระองค์เข้าสังคมกับพวกชนชั้นสูง หรือวางอำนาจเหนือชาวบ้าน อย่างที่คนมียศถาบรรดาศักดิ์มักกระทำ แต่พระองค์มาเพื่อเป็นมิตรกับคนยากจน  คนต่ำต้อย และคนบาปหนา และทรงเป็นผู้ช่วยให้รอดที่มอบตัวเองเป็นค่าไถ่คนเป็นจำนวนมากด้วย (มก.10:45)

ฟังดูไม่ใช่เรื่องเหนือจินตนาการแบบที่พระบุตรของพระเจ้าควรจะเป็นเอาเสียเลยใช่ไหมครับ กษัตริย์ที่เกิดมาอย่างต่ำต้อยกลับมาสนใจคนต้อยต่ำมากกว่าชนชั้นสูง เรื่องนี้ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

พระเยซูเกิดมาบนโลกใบนี้… เพื่อจะมาตาย

ลองคิดถึงพ่อแม่ที่กำลังมองหน้าลูกตัวเองที่เพิ่งลืมตาดูโลกสิฮะ คุณจะเห็นสายตาแห่งความภูมิใจ ความสุข และความหวังว่าลูกของตัวเองจะอายุยืนนานและเจริญก้าวหน้า ไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องการมีชีวิตอยู่นานกว่าลูกของตัวเองหรอก  แต่พระเจ้าพระบิดาทรงรู้แล้วว่า วัตถุประสงค์ที่ให้พระบุตรของพระองค์มาประสูติในรางหญ้าในวันคริสต์มาสคือ เพื่อมาตาย และตายอย่างทุกข์ทรมานซะด้วย

ลองจินตนาการเราเป็นพระเยซูที่เติบโต ได้เรียนรู้กิจการของพ่อ รวบรวมเหล่าสาวกมาสั่งสอน  แทนที่จะมีอนาคตที่สดใสมีความสุขอยู่ข้างหน้า  แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็นความตายในวัยหนุ่มบนไม้กางเขนอย่างไร้เกียรติ  แต่พระเยซูไม่เคยโต้แย้งในชะตากรรมของตัวเองเลย (มก. 8:31) ทั้งยังทรงพูดกับสาวกอยู่บ่อยๆ ด้วยว่าอะไรจะเกิดขึ้น

วันนี้เราต่างฉลองคริสต์มาสด้วยความสุขสดชื่นหัวใจ แต่คริสมาสต์ครั้งแรกในมุมเล็กๆ ของเมืองเบธเลเฮ็มนั้นกลับทั้งหวานและขมขื่น  มันก็ขัดแย้งกันอยู่ในตัวนะฮะ อาจทำให้เรายิ่งสงสัยว่าแล้วเราจะฉลองคริสต์มาสเพื่ออะไร? แต่เหตุผลที่เรายังชื่นชมยินดีได้ ก็คือ…. (อ่านต่อไปอีกหน่อยครับ)

ต้องมารับโทษแทน เพื่อให้เรา…ได้รับความรอด

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจำว่าคริสมาสต์คืออะไร ก็คือ พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อให้เราได้รับความรอดไง แต่บางทีเราก็ลืมมองไปว่า ที่จริงเราไม่ควรได้รับความรอดแม้แต่น้อย เราไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกปรักปรำนั่งรอการช่วยกู้อย่างสิ้นหวัง  เรามีบาปและทำผิด  ไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครจะต้องช่วยคนที่ทำบาป

แต่พระเจ้ายังคงส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาช่วยเราอยู่  ถ้าเป็นหนังคงเหมือนกับฮีโร่คนหนึ่งเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเรือขนนักโทษประหารที่ยังไม่สำนึกตัว แล้วพ่อของฮีโร่คนนั้น ที่ถึงแม้จะเสียลูกชายไปกับการช่วยเหลืออาชญากรที่ไม่น่าช่วยแล้ว ยังจะเสนอจะรับฆาตกรเหล่านี้เป็นลูกเพื่อที่จะยกมรดกให้พวกเขาอีก

ช่างเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย  แต่พระเจ้าทำอย่างนี้จริงๆ นะครับ ทรงเลือกที่จะนำความรอดมาให้กับเรา แม้เราไม่สมควรจะได้รับอย่างยิ่ง เท่านั้นยังไม่พอยังทรงเสนอสิทธิพิเศษที่เหลือเชื่อ  คือการรับเราเป็นลูก (เอเฟซัส 2:4–6) ที่มาของวันคริสต์มาสนี่ช่างเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลขนาดนี้

วันเกิดของพระเยซู… แต่เราได้รับของขวัญ

ทุกเดือนธันวาคม เราจะจัดงานปาร์ตี้ยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของคนๆ นี้ และเราก็มอบของขวัญให้แก่กัน มันก็แปลกอยู่นะฮะ  ตกลงว่านี่มันวันเกิดใครกันแน่เนี่ย?

แต่ช่างน่าแปลก ของขวัญชิ้นใหญ่กลับไม่ได้เป็นของเจ้าของวันเกิด แต่เป็นของที่เจ้าของวันเกิดจะมอบให้แก่เรา ของขวัญนั่นก็คือ ‘ความรอด’ ไงฮะ เราถูกละเว้นจากความตายนิรันดร์ที่เราสมควรจะได้ เราได้รับการอภัยจากความผิดทุกอย่าง และได้ชีวิตนิรันดร์ นี่คือสิ่งที่เราได้จากวันเกิดของชายผู้นี้ และของขวัญชิ้นนี้พระองค์ยินดีที่จะมอบให้เราอย่างยิ่ง

ใช่แล้วครับ ผมก็ว่า คริสต์มาสไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่ผมดีใจนะที่มันเป็นอย่างนั้น!

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง