เรื่องเซ็กส์ ทำไมต้องรอ?

วันที่ 11-12-2015 • บทความ • mnsc • 5 ความคิดเห็น »

sex-what-are-you-waiting-for

เขียน: Kezia Lewis
แปล: เวย์ วนีย์ 
เรียบเรียง: ทีมงานอาสาสมัคร

ฉันเติบโตมาจากครอบครัวที่มีปัญหา และไม่ได้เป็นคริสเตียน แต่แม่ก็พยายามอย่างสุดกำลังเพื่อปลูกฝังให้ฉันเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ รอบคอบและรู้จักระมัดระวังตัวเอง แม้ฉันไม่ได้ถูกสอนตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องหลังการแต่งงาน ฉันก็รู้ว่านี่เป็นสิ่งถูกต้องที่ควรทำ ฉันเลยเลือกที่จะรอ

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ฉันเลือกที่จะรอไม่ใช่เพราะพระเจ้าหรอก (ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เชื่อพระเจ้าเลย) แต่เป็นเพราะตัวฉันเอง ฉันรอเพราะกลัวผลลัพธ์ร้ายแรงที่จะตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน ฉันรอเพราะกลัวจะท้องก่อนแต่ง ฉันรอเพราะครอบครัวเรายากจนสุดๆ ขนาดพวกเราแทบไม่มีจะกินกันอยู่แล้ว ฉันเลยไม่อยากจะซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลงกว่านี้ด้วยการเพิ่มอีกหนึ่งปากท้องเข้ามาให้แม่ต้องเสียใจ

ก็แน่นอนแหละ ฉันเคยคิดว่าที่ฉันเอาตัวรอดมาได้ก็ด้วยกำลังของฉันเอง แต่เดี๋ยวนี้ฉันรู้แล้วว่าไม่ใช่ พระเจ้าต่างหากที่ปกป้องฉันไว้จากสิ่งยั่วยวนใจโดยเตือนให้ฉันระลึกถึงครอบครัวอยู่เสมอ

รอคอยรักแท้

พอฉันมาเป็นคริสเตียนก็เริ่มคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “รักแท้รอได้” ซึ่งสนับสนุนไม่ให้เราชิงสุกก่อนห่าม มันโดนใจฉันมาก เพราะมันฟังดูดี ดูฉลาด ดูเข้าท่า รักแท้หมายถึงการรักษาตัวเองให้เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแก่คู่ครองของเรา และรอคอยจนถึงวันที่คุณได้กล่าวคำมั่นสัญญาในพิธีแต่งงานแล้วเท่านั้น  ดังนั้นการรอคอยจึงเป็นทางออกของการที่จะรักษาตัวไว้ให้บริสุทธิ์

แล้วฉันก็เคยได้เห็นและได้ยินเรื่องของคริสเตียนที่พยายามในรูปแบบต่างๆ เช่น การเซ็นชื่อลงในบัตรปฎิญาณตน การสวมแหวนไว้เป็นเครื่องเตือนใจ หรือบางคนก็เฝ้ารอให้ถึงวันแต่งงาน (อาจจะสิบหรือยี่สิบปีเลยก็มี) พอทำไปสักพักกลับรู้สึกเหนื่อยหน่าย ถูกทอดทิ้ง โดดเดี่ยวเดียวดาย บางคนเบื่อที่จะคอยและอยู่ในหมู่เพื่อนฝูงที่สนุกสนานกับการมีเซ็กส์ก่อนแต่งงาน จนดูเหมือนว่าพวกเขากำลังพลาดความน่าตื่นเต้นเร้าใจ และการผจญภัยอันโลดโผนก่อนที่จะลงหลักปักฐานกับใครสักคน ดังนั้นบางคนจึงทิ้งบัตร สลัดแหวน รวมถึงความบริสุทธิ์ทางกายด้วย

ส่วนคนอีกกลุ่มก็รีบร้อนแต่งงาน เพราะเห็นการแต่งงานเป็นคำตอบที่จะหลีกหนีความไม่พอใจในชีวิต เขาแต่งงานตามอารมณ์และคาดหวังว่าคู่ครองต้องตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ หลังจากนั้นแหละพวกเขาถึงได้รับรู้ความจริงอันแสนขมขื่นว่า เตียงสมรสไม่สามารถเติมช่องว่างให้เต็ม เมื่อพลาดหวัง หัวใจแตกสลาย จึงเริ่มตาสว่าง

แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ยึดในคำมั่นที่จะรักษาความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้เพียงเพราะว่าเขากลัวพระพิโรธจากพระเจ้า ผลก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้าเริ่มถดถอยลงเหลือแค่การทำตามกฎเกณฑ์ เป็นความสัมพันธ์ที่ไร้ความสุข บางคนทำอย่างกับว่าพระเจ้าเป็นแค่พ่อสื่อในเกมค้นหารักแท้ของเขา

ฉันเองก็ไม่ได้จะต่อต้านหรือฝืนแนวคิดเช่นนี้ ดีซะอีกที่ได้ย้ำเตือนตัวเองเรื่องการรักษาความบริสุทธิ์บ่อยๆ แต่ฉันขอแนะนำแบบนี้ดีกว่าว่า ให้เราเปลียนจุดโฟกัสจากคำสัญญาที่จะอดกลั้นใจ ไปสู่เจตนาแท้จริงที่จะติดตามพระเยซู วิถีอันบริสุทธิ์ไม่ได้อยู่ที่การรอคอยแต่อยู่ที่พระเยซู ผู้เดียวที่สามารถเติมเต็มเราอย่างสมบูรณ์นั้นทรงอยู่ในเราแล้ว เราเป็นของพระองค์ พระเยซูไม่ใช่หนทางที่จะพาเราไปเจอคนที่ทำให้เรามีความสุข แต่พระองค์เองต่างหากเป็นผู้ทำให้เรามีความสุข

เราจะพบความพอใจที่แท้จริงได้ในพระเจ้า ไม่ใช่การแต่งงานหรือเพศสัมพันธ์  ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะดีสักแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะเติมเต็มความปรารถนาภายในที่แท้จริงของเราได้ มีเพียงพระเจ้าผู้เดียวที่ทำได้

มองให้ถูกมุม

พระเจ้าสร้างและออกแบบให้เรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนม ซึ่งความสัมพันธ์ทางกายก็เป็นส่วนหนึ่งที่พระเจ้าออกแบบไว้ ที่ซึ่งเราได้เป็นเนื้ออันเดียวกันกับคนอีกคนหนึ่ง เป็นสิ่งสวยงามที่พระเจ้าทรงตั้งไว้เพื่อเฉลิมฉลองการสมรสของเรา ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่เราอยากจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับอีกคน ทว่าสิ่งน่าเพลิดเพลินใจนี้อยู่ภายในขอบเขตของการแต่งงานเท่านั้น

ใช่แล้ว เราควรละเว้นจากเพศสัมพันธ์นอกเหนือการแต่งงานเพราะพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นเช่นนั้น แต่การจะรักษาสิ่งนี้ไว้ ก็ไม่ใช่จะรอคอยกันได้อย่างง่ายดาย จนถึงวันที่เราได้รับอนุญาตให้มีเพศสัมพันธ์ เหมือนกับที่เพื่อนศิษยาภิบาลของฉันเคยพูดว่า “การให้คำมั่นที่จะรักษาความบริสุทธิ์นั้นง่าย แต่การรักษาคำมั่นสัญญานั้นต่างหากที่ยาก”

คำกล่าวนี้เป็นจริงยิ่งกว่าจริงในวันนี้ การจะรักษาตัวให้บริสุทธิ์ด้วยกำลังของเราเองในกระแสของโลกที่เต็มไปด้วยสื่อลามกและความสำส่อนเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าคุณรอคอยการแต่งงานเพียงเพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ได้นั้น คุณคงจะต้องถามตัวเองว่า “จะต้องรอคอยอีกนานแค่ไหน”

ฉันรู้ดีเพราะฉันก็ถามคำถามนี้กับตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่ฉันจะได้แต่งงาน และถึงแม้ว่าฉันจะอดทนรอมาได้ แต่ฉันกลับคิดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองยอมจำนนต่อความต้องการตามธรรมชาติของฉัน ข้อเท็จจริงก็คือ คนเรามีความต้องการอย่างแรงกล้าแต่กำเนิด จึงทำให้การพยายามหักห้ามใจเป็นเรื่องลำบากยากเย็น บางคนก็ควบคุมความต้องการของตัวเองได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใช่อย่างนั้น ซึ่งเห็นได้จากกระแสสังคมอันเสื่อมโทรมลงไปในเรื่องเพศ

ลองมาคิดเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งดีไหม แทนที่จะโฟกัสอยู่ที่คุณค่าของการบังคับใจตัวเอง หรือการแต่งงาน หรือประสบการณ์ทางเพศ เรามาแสวงหาคุณค่าของตัวเราเองในองค์พระผู้เป็นเจ้าดีกว่าไหม? เพราะด้วยการกระทำเช่นนี้ เราจึงจะปรารถนาทำในสิ่งที่พระองค์พอพระทัย และถามคำถามนี้กับตัวเองแทนว่า “ฉันจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าด้วยใจและกายของฉันได้อย่างไร?”

เราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร

เพื่อจะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงจากขั้นพื้นฐานไปสู่บทสรุปและค้นหาคุณค่าของตัวเราเองในพระเจ้า ข้อเสนอไม่กี่ข้อด้านล่างนี้คือสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้อาหารฝ่ายจิตวิญญาณและหยุดปรนเปรอเนื้อหนัง

  • 1 ใช้เวลาคุณภาพกับพระเจ้าทุกวันผ่านการอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์
  • 2 รับใช้ตามการทรงเรียก
  • 3 ยอมจำนนต่อพระเจ้าในปัญหาที่เราเผชิญในแต่ละวัน
  • 4 ใช้ชีวิตท่ามกลางผู้เชื่อที่เข้มแข็งคนอื่นๆ ที่สามารถหนุนใจและตักเตือนเราได้
  • 5 ถ้ามีโอกาส ลองเลี้ยงดูผู้เชื่อใหม่สักคนหนึ่งสิ

เหนือสิ่งอื่นใด ให้เรากระตือรือร้นที่จะรู้จักพระเจ้าให้มากยิ่งขึ้น และมีความสุขในการใช้เวลากับพระองค์ในแต่ละวัน ให้พระเยซูเป็นศูนย์กลางในชีวิตของเรา จากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน พูดได้เลยว่า ยิ่งเราให้ชีวิตของเราหมุนรอบพระเจ้ามากขึ้นเท่าไหร่ แนวโน้มที่เราจะทำสิ่งที่ไม่ถวายเกียรติก็น้อยลงเท่านั้น เราจะพบกำลังเพื่อใช้ต่อต้านกับสิ่งยั่วยวนใจ เรามีแนวโน้มที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องมากขึ้นแม้ว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญเท่าไร หรือแม้แต่ตอนที่ไม่มีใครมองเห็นก็ตาม การพยายามหักห้ามใจและเพศสัมพันธ์จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะเราจดจ้องที่พระเจ้ามากเกินกว่าจะมาคิดเรื่องพวกนั้น เราจะพิจารณาความสัมพันธ์ของเราว่าพระเจ้าจะพอพระทัยหรือไม่ ทรงมองและทรงประสงค์อะไรในชีวิตเรา แทนการพยายามหาความสุขจากสิ่งเหล่านี้

ฉันขอลงท้ายด้วยคำหนุนใจนี้ว่า การรักษาตัวให้บริสุทธิ์ไม่ใช่ของขวัญที่ดีที่สุดที่เราสามารถมีให้แก่คู่ครองของเรา แต่เป็นความสัมพันธ์กับพระเจ้าต่างหาก เพราะว่าเมื่อความรักของมนุษย์สูญสิ้นไปเมื่อใด ความรักของพระเจ้าจะยังคงเพียงพอที่จะประคับประคองคุณทั้งคู่ต่อไป ‘จนกระทั่งความตายมาพรากคุณทั้งสองจากกัน’

Tags: ,

5 Responses

  1. Vichuda Rodthaisong

    เอเมน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง