บทกวีที่เจ็ด

วันที่ 19-12-2015 • มานาประจำวัน • admin • 1 ความคิดเห็น »

ODB_191215.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เพราะว่าในวันนี้ พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือ พระคริสตเจ้ามาบังเกิดที่เมืองดาวิด – ลูกา 2:11

อ่าน: ลูกา 2:8-14

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : โยนาห์ 1-4; วิวรณ์ 10

ในฤดูร้อนปี 1861 ฟรานเซสภรรยาของเฮ็นรี่ วอดสเวิร์ธ ลองเฟลโลเสียชีวิตอย่างน่าอนาถในเหตุเพลิงไหม้ ในคริสต์มาสแรกที่ไม่มีเธอ เขาเขียนบันทึกว่า “วันหยุดแสนเศร้าสุดจะพรรณนา” ปีต่อมาก็ยังไม่ดีขึ้น เขาบันทึกว่า “เด็กๆ บอกว่า “ขอให้มีความสุขวันคริสต์มาส” แต่สำหรับผม ไม่มีอีกแล้ว”

ในปี 1863 สงครามกลางเมืองในอเมริกายังคงยืดเยื้อ ลูกชายของลองเฟลโลขัดใจพ่อไปเป็นทหารจนได้รับบาดเจ็บสาหัส วันคริสต์มาสปีนั้น เสียงระฆังจากโบสถ์เป็นเครื่องหมายของอีกคริสต์มาสหนึ่งที่แสนเจ็บปวด ลองเฟลโลหยิบปากกาเริ่มเขียนว่า “ฉันได้ยินเสียงระฆังวันคริสต์มาส”

บทกวีนั้นเริ่มต้นอย่างรื่นรมย์คล้ายบทเพลง แต่แล้วกลับหักมุมอย่างขมขื่น ภาพความรุนแรงในบทที่สี่ซึ่งเป็นบทหลักช่างแตกต่างจากเนื้อร้องในบทเพลงคริสต์มาส ปืนใหญ่แห่งคำแช่งสาปรัวแรงดุดันล้อเลียนถ้อยคำแห่งสันติภาพ มาถึงบทที่ 5 และ 6 ความหดหู่สิ้นหวังของลองเฟลโลใกล้ถึงที่สุด “ราวแผ่นดินกระชากรากฐานแห่งพิภพ” เขาแทบจะยอมแพ้ “ฉันก้มหน้าด้วยทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส หมดสิ้นแล้วกับสันติสุขบนโลกนี้

แต่แล้ว จากหลุมลึกอันเดียวดายในวันคริสต์มาสนั้น ลองเฟลโลได้พบกับความหวังอันโชติช่วง เขาจึงได้เขียนบทกวีบทที่เจ็ด

สงครามยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดียวกับความทรงจำอันรวดร้าว แต่นั่นไม่ได้ทำให้วันคริสต์มาสจบสิ้นลง พระเมสสิยาห์ทรงบังเกิด พระองค์ทรงสัญญาว่า “เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่” (วิวรณ์ 21:5)

อิมมานูเอล – พระเจ้าทรงอยู่กับเรา

Tags:

One Response

  1. • มานาประจำวัน •
    วันที่ 19-12-2015
    อ่าน: ลูกา 2:8-14
    เรื่อง บทกวีที่เจ็ด
    เราจะเห็นว่า คนเลี้ยงแกะกับเฮ็นรี่ วอดสเวิร์ธ ลองเฟลโล อยู่ในสภาพเดียวกัน คือ อยู่ในมุมมืดของชีวิต คนเลี้ยงแกะคงจะมีฐานะความเป็นอยู่ ยากลำบากยากจนข้นแค้น ขาดโอกาสอะไรหลายๆอย่างและต่ำต้อย ทางสังคม ในขณะที่เฮ็นรี่ วอดสเวิร์ธ ลองเฟลโล ต้องสูญเสียคนที่อันเป็นที่รักในครอบครัวไปถึง 2 คน คือลูกกับภรรยา คงเข้าใจไม่ยากว่ามันทั้งเศร้าและเจ็บปวดแค่ไหน แต่เรายอมรับอย่างหนึ่งว่า สภาพชีวิตเช่นนี้ มันเป็นสภาพที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน โรม 3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า การ แก่ เจ็บ ตาย เป็นผลของความบาปที่มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเจอกันทุกคน แต่คริสเตียนหลายคนยอมรับสภาพไม่ได้กับการสูญเสีย กับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเองหรือกับคนที่ตนรัก จริงอยู่ พระยาเวห์พระผู้เป็นเจ้าสูงสุด มีพระสัญญา ทรงมีฤทธิ์เดช ฤทธิ์อำนาจ มีพระพร ที่จะให้กับใครก็ได้ ทำอะไรก็ได้ อย่างไร แค่ไหน คนเจ็บป่วยก็หาย คนตายก็ฟื้น คนชั่วเป็นคนดี แต่เงื่อนไขที่สำคัญ ที่จะทำให้พระเจ้าจะประทานหรือทำอะไรพิเศษให้กับชีวิตของเรานั้น อยู่ที่ เราใช้ชีวิตในแต่ละวันกับพระเจ้าอย่างไรบ้าง เดินตามน้ำพระทัยพระเจ้าหรือเปล่า เรารับใช้พระเจ้าตามมาตรฐานของพระเจ้าหรือไม่ หรือเราคิดว่าเราสามารถควบคุมทุกอย่างได้ตามใจเราเอง อย่าลืมว่า อะไรที่ไม่เป็นน้ำพระทัย อะไรที่ไม่ใช่มาตรฐานของพระเจ้า มีบทลงโทษ มีคำสาปแช่งรอคุณเหมือนกัน คุณตัดสินใจเลือกได้ ค่ำคืนอันมืดมิดและอันเหน็บหนาวของคนเลี้ยงแกะที่ต่ำต้อย ค่ำคืนแห่งคริสต์มาสแรกพระเจ้าก็ทรงพระเมตตาพระกรุณาส่งฑูตสวรรค์มาเป็นแสงสว่าง มาบอกข่าวดีแก่พวกเขาหลาย ค่ำคืนแห่งคริสต์มาสอีกเช่นกัน และแล้ว จากหลุมลึกอันเดียวดายในวันคริสต์มาสนั้น ลองเฟลโลได้พบกับความหวังอันโชติช่วง เขาจึงได้เขียนบทกวีบทที่เจ็ด
    สงครามยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดียวกับความทรงจำอันรวดร้าว แต่นั่นไม่ได้ทำให้วันคริสต์มาสจบสิ้นลง พระเมสสิยาห์ทรงบังเกิด พระองค์ทรงสัญญาว่า “เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่” (วิวรณ์ 21:5)
    อิมมานูเอล – พระเจ้าทรงอยู่กับเรา ผมชื่อว่า คริสต์มาสของทุกปี จะมี พระเจ้าส้างสิ่งใหม่เพื่อคุณเสมอ
    จาก พ่อน้อย คจ.พันธสัญญาของพระเจ้า จ.ลำปาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง