เอื้อมมือไปในความมืด

วันที่ 18-12-2015 • มานาประจำวัน • admin • 1 ความคิดเห็น »

ODB_181215.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

กลางคืนก็แจ้งอย่างกลางวัน ความมืดเป็นอย่างความสว่าง – สดุดี 139:12

อ่าน: สดุดี 139:7-12

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : โอบาดีห์; วิวรณ์ 9

สุนัขแก่ของเราพันธุ์เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอเรียร์ นอนขดอยู่ปลายเตียง ตรงนั้นเป็นที่นอนของมันมา 13 ปีแล้ว ปกติมันจะไม่ขยับตัวหรือทำเสียงดัง แต่ไม่นานมานี้ มันมักจะใช้เท้าเขี่ยเราเบาๆ ในตอนกลางดึก ตอนแรกเราคิดว่ามันอยากจะออกไปข้างนอก แต่ที่จริงมันแค่ต้องการรู้ว่าเรายังอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้หูของมันเกือบจะหนวกและตาก็ฝ้าฟาง มันมองในความมืดไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงขยับตัวหรือเสียงหายใจของเรา ตามธรรมชาติ มันจะสับสนและยื่นขาออกไปเพื่อหาความมั่นใจ ฉันจึงเอื้อมมือไปลูบหัวของมันเพื่อให้มันรู้ว่าฉันอยู่ใกล้ ๆ มันหมุนตัวครั้งหรือสองครั้ง นอนลง แล้วก็หลับต่อ

“ข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์” (สดุดี 139:7) ดาวิดถามพระเจ้า ท่านได้รับการปลอบโยนและบันทึกว่า “ถ้าข้าพระองค์…อาศัยอยู่ที่ส่วนของทะเลไกลโพ้น แม้ถึงที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์…สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด” (สดุดี 139:9-12)

คุณกำลังหลงทางในความมืดอยู่หรือไม่ ทุกข์ใจ หวาดกลัว รู้สึกผิดสงสัย ท้อแท้ ไม่แน่ใจในพระเจ้าหรือ ความมืดก็ไม่มืดสำหรับพระองค์ แม้จะมองไม่เห็น แต่พระองค์อยู่แค่เอื้อม พระองค์ตรัสว่า “เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮีบรู 13:5) จงยื่นมือออกไปหาพระองค์ พระองค์ทรงอยู่ใกล้

การกลัวความมืดจะหนีไปโดยแสงสว่างแห่งพระพักตร์พระเจ้า

Tags:

One Response

  1. • มานาประจำวัน
    วันที่ 18-12-2015
    อ่าน: สดุดี 139:7-12
    เรื่อง เอื้อมมือไปในความมืด
    คุณเคยสงสัยไหม ว่า ทำไมต้องมี ความมืด มีความสว่าง มีกลางวัน -กลางคืน ทำไมต้องมี ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวด้วย ทำไมคนเรามีความต้องความสว่างด้วย ทำไมเวลาที่เราอยู่ในความทุกข์มากๆ เราจะรู้สึกตัวเองเหมือนกับอยู่ในที่มืดทึบๆและเหน็บหนาว หาทางออกไม่พบ ณ.เวลานั้น เราต้องการแสงสว่างแห่งชีวิต ต้องการพบทางออกของชีวิต
    พระธรรม ยอห์น 8:12 อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”
    พระธรรม เอเฟซัส 5:8 เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง
    คุณเคยกินผลไม้ของเมืองนอกบ้างหรือเปล่า อย่างเช่น ผล อโวคาโด (Avocado) ผลกีวี (Kiwi) เมื่อเรามองเห็น ผลไม้เหล่านี้ เราก็รู้ทันทีว่า ผลไม้นี้ต้องออกมาจากต้นของมัน ถึงแม้เรายังไม่เคยเห็นต้นของมัน เราก็แน่ใจว่า มันต้องมีต้นของมันอย่างแน่นอน เพราะเราเห็นผลของมันแล้ว ถ้ามีผล มันต้องมีต้นด้วย เหมือนทีพระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า พระธรรมมัทธิว 7:16-17
    ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา ผลองุ่นนั้นเก็บได้จากต้นไม้มีหนามหรือ หรือว่าผลมะเดื่อนั้นเก็บได้จากพืชหนาม ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวก็ย่อมให้ผลเลว ดังนั้นผม จึงเชือ และแน่ใจในเรื่องทรงสร้างของพระเจ้า เรื่องของอาดัม-เอวา กระทำบาปในสวนเอเดน อำนาจความบาป ความชั่วความมืดมาจากผีมาซาตาน เรารู้สึกได้ เราสัมผัสได้ ด้วยความทุกข์ ปัญหา น้ำตา ความเจ็บป่วย ภัยอันตรายจากคน จากธรรมชาติ และความตาย ล้วนแล้วแต่เป็นผลของความบาปทั้งนั้น ความมืดมาจากมารซาตาน มารซาตานมีจริงๆ เพราะผลงานของมันก็ปรากฏให้เห็นทุกๆด้านของชีวิตเราในสิ่งเลวร้ายของทุกๆอย่าง อย่างที่กษัตริย์ดาวิดของชนชาติอิสราเอลในยุคหนึ่ง ดาวิดได้รู้สึก ได้สัมผัสความเป็นพระเจ้าของพระยาเวห์พระผู้เป็นเจ้ายิ่งใหญ่สูงสุด ความลึก ความกว้าง ความหนา ของฤทธิ์อำนาจ พระคุณ ความรัก เราสามารถรู้สึกได้ สัมผัสได้ อบอุ่นได้ ถึงแม้ความมืดมิดจะเป็นผ้าห่มคลุมเราเอาไว้ พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระยาเวห์ พระผู้ยิ่งใหญ่ทรงสามารถเอื้อมมาสัมผัสชีวิตเราได้เสมอ
    จาก พ่อน้อย คึจ.พันธสัญญาของพระเจ้า จ.ลำปาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง