ความสำคัญของทัศนคติ

วันที่ 15-12-2015 • มานาประจำวัน • mnsc • 2 ความคิดเห็น »

ODB_151215.jpg

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ตั้งเขาทั้งหลายไว้ตามงานและภาระเขาทุกคน – กันดารวิถี 4:19

อ่าน: กันดารวิถี 4:17-32

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อาโมส 1-3; วิวรณ์ 6

สมัยเรียนที่โรงเรียนพระคริสต์ธรรม ผมและชาร์ลีย์ เพื่อนของผมทำงานที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ เรามักจะได้ไปส่งของโดยมีนักตกแต่งภายในไปด้วย เขาจะคุยกับลูกค้าในระหว่างที่เราขนของจากรถเข้าไปในบ้าน บางครั้งเราต้องยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นบันไดหลายชั้นในอพาร์ทเมนท์ ชาร์ลีย์กับผมอยากเป็นนักตกแต่งมากกว่าคนขนของ

ในระยะเวลา 40 ปีที่อิสราเอลเร่ร่อนไปในถิ่นทุรกันดาร มีสามวงศ์วานจากเผ่าเลวีคือโคฮาท เกอร์โชน และเมรารี ได้รับมอบหมายงานเคลื่อนย้ายเต็นท์นัดพบ (พลับพลา) พวกเขากางเต็นท์ เก็บเต็นท์ และขนย้ายไปยังอีกที่หนึ่ง จากนั้นก็ทำแบบเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า ลักษณะงานของพวกเขาไม่ซับซ้อน นั่นคือ “ขนย้ายสิ่งที่ได้รับมอบหมาย” (กันดารวิถี 4:32)

ผมสงสัยว่ากลุ่ม “ฝ่ายดูแลรักษา” จะเคยอิจฉากลุ่ม “ฝ่ายพิธีการ” ที่ถวายเครื่องบูชาและเครื่องหอมโดยใช้สิ่งของบริสุทธิ์ในสถานศักดิ์สิทธิ์บ้างหรือไม่ (กันดารวิถี 4:4-5,15) งานนั้นน่าจะดูสบายและมีเกียรติมากกว่า แต่งานทั้งสองอย่างล้วนสำคัญและมาจากพระเจ้า

หลายครั้งเราไม่มีโอกาสเลือกงานที่เราทำ แต่เราทุกคนสามารถเลือกที่จะมีทัศนคติต่องานที่ได้รับมอบหมายได้ ท่าทีของเราในการทำงานที่พระเจ้าประทานให้เป็นเครื่องวัดการรับใช้ของเรา

งานเล็กน้อยกลายเป็นงานบริสุทธ์ิเมื่อท€ำเพื่อพระเจ้า

Tags:

2 Responses

  1. มานาประจำวัน
    วันที่ 15-12-2015
    อ่าน: กันดารวิถี 4:17-32
    เรื่อง ความสำคัญของทัศนคติ
    พระคัมภีร์ตอนนี้ เป็นคำสั่งพิเศษที่มาจากพระเจ้าถึงโมเสสในเรื่อง การบิหารจัดการบุคคลและงานในพลับพลาหรือเต้นท์นัดพบ ซึ่งพระเจ้าทรงให้โมเสสสร้างขึ้นมา เพื่อจะเป็นสถานที่ ที่พวกอิสราเอลจะได้นมัสการพระเจ้าระหว่างที่อพยพโยกย้ายตามที่ต่างๆในถิ่นทุรกันดาร 40 ปี พลับพลาที่อิสราเอลนมัสการพระเจ้านั้น เป็นลักษณะเต้นท์ขนาดใหญ่ มีเครื่องใช้ไม้สอยในนั้นมากพอสมควร เป็นเต้นท์ถอดได้ ประกอบขึ้นใหม่ได้ คล้ายๆกับบ้านระบบน็อตดาวน์สมัยนี้ ที่รื้อถอด ประกอบขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อพระเจ้ามีคำสั่งให้โมเสสนำพวกอิสราเอลเดินทางต่อไป จะมีคนตระกูลหนึ่งในพวกอิสราเอลที่พระเจ้าสั่งให้โมเสสกำหนดคนในตระกูลนี้เป็นพวกที่จะทำหน้าที่รื้อถอนเต้นท์ของพระเจ้าหลังนี้อย่างเป็นระเบียบระบบ แล้วยังทำหน้าที่แบกห้ามสัมภาระส่วนประกอบของเต้นท์นัดพบนี้ไปในขบวนอพยพด้วย พอพระเจ้าสั่งโมเสสกับพวกอิสราเอลหยุดพักตรงไหน พวกตระกุลนี้จะรีบประกอบ กางและตั้งเต้นท์นัดพบขึ้นมาทันที เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง ตือ เวลาพวกอสราเอลหยุดพักตรงไหนก็ตาม พวกเขาจะตั้งค่ายเป็นรูปไม้กางเขน แล้วเต้นท์นัดพบจะอยู่ตรงกลางไม้กางเขนพอดีเลย และจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ถ้าจะถามว่า พวกตระกูลที่จะต้องรื้อถอน แบกห้าม ตั้ง ประกอบเต้นท์นัดพบ จะมีความรู้สึก เกี่ยงงอน อิจฉา พวกที่ทำหน้าที่ถวายเครื่องบูชา ที่เป็นงานสบายกว่ามาก ดูดี มีเกียรติมากกว่า ผมเชื่อว่าพวกคนอิสราเอล ถูกสั่งสอน ถูกฝึกให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า การทำงาของพระเจ้ามาอย่างดีมาก พวกเขาจะถือว่า อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับพระเจ้า จะเป็นสิ่งที่สูงสุดของชีวิตของเขา งานอะไรเป็นงานของพระเจ้า ไม่ว่าตำแหน่งไหน หน้าที่อะไร จะหนักจะเหนื่อยขนาดไหน มันก็มีความสำคัญเท่าเทียบกัน และเป็นงานของพระยาเวห์องค์พระเป็นเจ้าที่ยิ่งใหญ่สูงสุดที่ทรงเรียกและเลือกให้พวกเขาทำ นี่คือ สิ่งที่สำคัญมากที่สุด มีคุณค่ามากที่สุด มันเป็นเกียรติประวัติ มันเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตของตน และของวงศ์ตระกูลอย่างสูงสุดอีกด้วย และผมยังได้อีกทัศนคติหนึ่ง คือ เมื่อเรามาเชื่อพระเจ้า มารับเอาองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของเราแล้ว พระเจ้าไม่ได้สัญญาว่า เราจะมีสุขสบายทุกอย่าง จะมีชีวิตร่ำรวยมีทุกสิ่งทุกอย่างมากกว่าคนอื่น แต่พระเจ้าทรงกำลังมองหาและทดสอบเราว่ามีคริสเตียนคนไหนบ้างที่เห็นความสำคัญเห็นคุณค่าพระองค์มากพอหรือไม่ ถ้าเราเป็นคริสเตียน และมีพระเจ้าองค์เดียว แต่ชีวิตเรายังขาดหลายสิ่งหลายอย่าง ยังมีชีวิตด้อยกว่าคนอื่นอีก เราจะมั่นคงและจะจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่ต่อไปหรือไม่ พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด พระองค์ประสูติในที่ต่ำต้อยที่สุด มีความเป็นอยู่ มีฐานะที่ยากจนมาก แต่พระองค์ไม่เคยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เลย พระองค์ทรงเสียสละ ยอมอุทิศพระชนม์ชีพ เพื่อคนอื่น คนที่ยังขาดอยู่ คนที่มีความต้องการ คนที่เจ็บป่วย คนที่ทุกข์ยาก และคนบาป พระเยซูคริสต์เจ้าทรงสอนให้เรา ถ้าเรามีพระเจ้า เราก็มีมากพอแล้ว และให้เรามองหา คนที่ต่ำกว่าเรา คนที่ลำบากกว่า คนที่ด้อยกว่าเรา เพื่อเราจะมีโอกาสช่วยเหลือคนได้อย่างเต็มที่ และมีชีวิตเหมือนกับพระเยซูคริสต์ พระองค์ไม่ได้สอนให้เรามองคนที่ดีกว่าเรา อยู่เหนือเรา และมีอะไรๆมากกว่าเรา เราจะไม่มีความสุขเลย และเป็นการดูถูกพระเจ้าอย่างมาก
    จาก พ่อน้อย คจ.พันธสัญญาของพระเจ้า จ.ลำปาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.