ความสำเร็จที่แท้จริง

วันที่ 6-11-2015 • บทความ • admin • 2 ความคิดเห็น »

Why-Do-We-Crave-and-Struggle-to-Achieve-Success--(wo-text)เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้บังเอิญเจอเรื่องน่าเศร้านี้จากเด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์คนหนึ่ง นักเรียนคนนั้นเขียนบล็อก*ของเขาไว้ว่า “สิ่งที่ทำให้ฉันเกลียดการไปโรงเรียน เพราะเมื่อคุณเกิดมาไอคิวต่ำ ถึงแม้จะพยายามมากแค่ไหน คนไอคิวสูงก็ชนะคุณอยู่ดี

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้  ถึงเราจะพยายามมากแค่ไหน หรือคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์มากเท่าไหร่ ก็ยังมีคนเอาชนะเราได้อยู่ดี  บางครั้งความสำเร็จทำให้เกิดการแบ่งแยกและความไม่เท่าเทียม เมื่อไหร่ก็ตามที่เราวัดความสำเร็จ เราก็กำลังจัดอันดับผู้คนด้วย

ทว่า แรงกดดันที่อยากประสบความสำเร็จเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมเชื่อว่าคนเรามีความต้องการอย่างไม่สิ้นสุดที่จะประสบความสำเร็จเพราะทุกคนล้วนมองหาความสำคัญ ความพอใจ และความมั่นคงในชีวิต  ความสำเร็จทำให้เรากลายเป็นคนสำคัญหรือมีคุณค่าในสังคมซึ่งนำไปสู่ความพึงพอใจ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความรู้สึกมั่นคงเมื่อเรารู้ว่าเรามีคุณค่า  จะมีซักกี่คนล่ะที่ไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้

แต่ ‘ความอยากประสบความสำเร็จ’ กับ ‘การประสบความสำเร็จ’ ก็เป็นคนละเรื่องกัน  สิ่งที่นักเรียนคนนั้นเขียน เตือนให้เรานึกถึงว่ายังมีหลายคนที่เผชิญอุปสรรคในการพยายามจะประสบความสำเร็จ  แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ  ทำไมเราถึงดิ้นรนเพื่อประสบความสำเร็จ ลองมาพิจารณาสิ่งเหล่านี้กัน

  1. ทุกคนมีจุดเริ่มต้นแตกต่างกันเราทุกคนเกิดมามีความฉลาด รูปร่าง และความสามารถแตกต่างกัน ดังนั้นคนที่เกิดมามีคุณสมบัติเหนือกว่าคนอื่นก็ถือว่าได้เปรียบที่จะประสบความสำเร็จกว่าคนอื่น  นางแบบชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อคาเมรอน รัสเซล ผู้โด่งดังจากการเดินแบบและถ่ายนิตยสาร เล่าว่าเธอประสบความสำเร็จในวงการได้เพราะความโชคดีทางพันธุกรรม นั่นก็คือด้วยรูปร่างสูง น่ารัก และสง่างามของเธอนั่นเอง
  2. เราตีความคำว่าประสบความสำเร็จต่างกันสถานที่และช่วงเวลาที่คุณเกิดส่งผลต่อสิ่งที่คุณต้องการและต้องทำเพื่อจะประสบความสำเร็จ ในประเทศสิงคโปร์ (ที่ผมอยู่) สังคมมักให้คุณค่ากับความสำเร็จทางการศึกษา  ระบบการศึกษาจะยกย่องเด็กที่ฉายแววตั้งแต่อายุยังน้อยกับนักเรียนชั้นหัวกะทิ  ในขณะที่พวกไม่สันทัดด้านวิชาการ สอบได้คะแนนน้อยหางานทำได้ยากกว่า
  3. เรามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จแตกต่างกันคนที่มีภูมิหลังที่ได้เปรียบมักจะมีหนทางเชื่อมต่อกับความสำเร็จมากกว่า นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จก็อย่างเช่น บิล เกทผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์  วอเรน บัฟเฟตต์ นักลงทุน  หรือไมเคิล เฟลป์ส แชมป์ว่ายน้ำโอลิมปิก คนเหล่านี้มีพื้นเพที่ได้เปรียบ เช่น มาจากครอบครัวที่พ่อแม่สนับสนุน รวมไปถึงอุปกรณ์ที่เพียบพร้อมช่วยส่งเสริมความสามารถของพวกเขา  อันที่จริงก็มีเรื่องของการ ‘สู้แล้วรวย’ พวกนั้นด้วย  แต่สำหรับยุคปัจจุบันดูจะเป็นเรื่องของสิทธิพิเศษมากกว่า

ดังนั้น ถ้าความสำเร็จเป็นเรื่องลำบากที่จะได้มา แล้วอะไรที่จะทำให้เรามีความหมาย พอใจ และรู้สึกมั่นคงอย่างยั่งยืนได้  หลายคนมองหาสิ่งเหล่านี้จากคน สิ่งของ หรือตำแหน่ง หรือเราจะหาคำตอบจากสิ่งอื่นได้รึเปล่า อาจเป็นการเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ หรือการได้เงินเดือนหนึ่งล้านเป็นเดือนแรกด้วยอายุเพียง 30

ผู้คน สิ่งของ และตำแหน่งสามารถทำให้รู้สึกเป็นคนสำคัญ พึงพอใจ และมั่นคงได้  สิ่งเหล่านี้เป็นพระพรของพระเจ้าเพื่อให้เราชื่นชม แต่ข่าวประเสริฐต่างหากที่เป็นคำตอบสุดท้ายที่จะตอบสนองความรู้สึกเหล่านี้ได้ ไม่มีใครคนไหนสามารถเติมเต็มความต้องการเหล่านี้ได้นอกจากพระเจ้า

  1. การเป็นคนสำคัญในพระคริสต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา
    เอเฟซัส 1:4-5 บอกเราว่าพระเจ้าได้ทรงเลือกเราไว้ก่อนสร้างโลก ด้วยความรักและพระอำนาจของพระองค์ เพื่อเราจะ “บริสุทธิ์และไร้ตำหนิ” ในสายพระเนตรพระองค์ เรามีคุณค่าต่อพระเจ้า เพราะนั่นเป็นพระคุณและพระประสงค์ของพระองค์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความสามารถหรือความพยายามของเรา
  2. ความพอใจที่แท้จริงจะพบได้ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า
    ความรักของพระเจ้าเติมเต็มความปรารถนาของเรามากกว่าความสัมพันธ์ใดๆ ในโลก ความรักของพระองค์คือการที่ทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาตายบนไม้กางเขนเพื่อเราในขณะที่เรายังเป็นคนบาป (โรม 5:8) ความรักที่เสียสละและสัตย์ซื่อของพระองค์เติมเต็มความปรารถนาที่ลึกที่สุดของเรา
  3. ความมั่นคงที่แท้จริงมาจากความสัมพันธ์นิรันดร์กับพระเจ้า
    ไม่ใช่เพียงเพราะพระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์เท่านั้น แต่พระองค์ยังสัญญากับเราเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะชื่นชมยินดีในความสัมพันธ์กับพระองค์ตลอดไป  และความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจบนี้ทำให้เรารู้สึกมั่นคง

แบลซ ปัสกาล นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้โด่งดังกับคำพูดที่ว่า “ในหัวใจของเราทุกคนมีช่องว่างรูปพระเจ้าอยู่” กล่าวไว้ว่า ความปรารถนาและความสิ้นหวังของมนุษย์แสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีความสุขที่แท้จริง  มนุษย์พยายามเติมช่องว่างเหล่านั้นด้วยทุกอย่างรอบๆ ตัว แต่มันไม่ได้ผล  ทำไมละ? เพราะสิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นสามารถเติมเต็มได้โดยสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ซึ่งก็คือพระเจ้านั่นเอง

ถ้าอย่างนั้นคริสเตียนควรจะมีมุมมองเกี่ยวกับความสำเร็จอย่างไร

พระคัมภีร์ได้อธิบายไว้ดังนี้

  • ความสำเร็จเป็นพระพรจากพระเจ้า พระเจ้าเป็นผู้ประทานความสามารถ จัดเตรียมแนวทางและโอกาสให้กับเรา เรามีสิทธิ์จะชื่นชม แต่ไม่ควรลืมที่มาของความสำเร็จเหล่านั้น  กษัตริย์เนบูคัสเนสซาห์แห่งบาบิโลน เรียนรู้สิ่งนี้อย่างเจ็บปวด  ใน ดาเนียล 4:28-37 บันทึกถึงชีวิตที่ตกต่ำลงของกษัตริย์เนบูคัสเนสซาห์เมื่อพระองค์โอ้อวดความยิ่งใหญ่ของตัวเอง พระองค์ถูกย้ำเตือนว่า ”พระ‍ผู้‍สูง‍สุด​ทรง​ปก‍ครอง​บรร‌ดา​ราช‌อาณา‌จักร​ของ​มนุษย์ และ​ประ‌ทาน​ราช‌อาณา‌จักร​เหล่า‍นั้น​แก่​ผู้​ที่​พระ‍องค์​พอ‍พระ‍ทัย”
  • ความสำเร็จไม่ได้ช่วยเราให้พ้นจากความตาย ยากอบ  4:13-15 เตือนว่าชีวิตเรา “เป็น​เหมือน​หมอก​ที่​ปรา‌กฏ​อยู่​เพียง​ชั่ว‍ครู่​แล้ว​ก็​จาง‍หาย​ไป” ความสำเร็จไม่คงอยู่ตลอดไป ถึงอย่างไรวันหนึ่งเราก็ต้องตาย  ความจริงนี้มาถึงผมในวันที่ได้รู้ข่าวของเพื่อนสนิทซึ่งเกิดอาการขาดออกซิเจนตอนไปพักร้อนและเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที  เธอไม่เคยมีอาการป่วยมาก่อน และกำลังอยู่ในขาขึ้นของชีวิตหลายๆ ด้าน เธอมีชีวิตแต่งงานที่ดี มีลูกที่ดี และกำลังมีบ้านใหม่ที่สวยงาม เธอเป็นหัวหน้าขององค์กรที่มีชื่อเสียงและยังเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นของคริสตจักรด้วย
  • ความสำเร็จไม่ควรทำให้เราเว้นจากการแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า จากลูกา 12:13-21 พระเยซูตรัสคำอุปมาเรื่องเศรษฐีที่จดจ่ออยู่กับการสร้างยุ้งฉางเพื่อเก็บพืชผลของตน แต่กลับไม่รู้ว่าเขาจะต้องตายในคืนนั้น พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ให้สะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์แทน และ ”จง​ทำ​ถุง​ใส่​เงิน​สำหรับ​ตน​ซึ่ง​ไม่​รู้‍จัก​เก่า คือ​มี​ทรัพย์‍สมบัติ​ไว้​ใน​สวรรค์​ซึ่ง​ไม่​รู้‍จัก​หมด‍สิ้น ที่​ขโมย​ไม่‍ได้​เข้า‍มา​ใกล้ และ​ที่​ตัว​แมลง​ไม่‍ได้​ทำ‍ลาย” (ลูกา 12:33)  อย่าให้เราหลงไปด้วยการรักเงินทองและความสำเร็จ แต่แสวงหาน้ำพระทัยและแผ่นดินของพระเจ้า

คุณรู้จักและได้ชื่นชมกับความสำเร็จที่แท้จริงแล้วหรือยัง…..

*บล๊อก คือ เว็บไซต์ที่ให้เราเขียนเผยแพร่เรื่องราวส่วนตัวบนอินเตอร์เน็ต เหมือนการเขียนบันทึกประจำวัน

เขียนโดย  Lim AL, Singapore
แปลโดย แอ้ นวพร
เรียบเรียงโดย จิ๊ก สิริวรรณ

Tags:

2 Responses

  1. ขอบคุณที่มาเล่าให้กันฟังค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง