5 ข้อที่ไม่ควรทำในการประกาศ

วันที่ 9-10-2015 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

Sharing-the-Gospel--How-not-to-do-it!

การประกาศอาจดูผิวเผินเป็นเรื่องหมูๆ แต่ก็ไม่หมูซักทีเดียวนะ

ถึงศาสนาคริสต์จะแพร่หลายก็จริง แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยการสื่อสารที่ง่ายดายและมีความเชื่อเป็นร้อยเป็นพัน การประกาศข่าวประเสริฐกับครอบครัว เพื่อน หมอฟัน คนเก็บขยะ เพื่อนร่วมงาน ศัตรู คนขับแท็กซี่ เพื่อนร่วมกลุ่ม หรือคนอื่นๆ อาจบิดเบี้ยวไปทั้งๆ ที่เราเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าทำไมเลยด้วยซ้ำ เอาละ! อาจจะเป็นเพราะเมื่อเราต้องพูดคุยกับคนต่างความเชื่อและต่างมุมมอง อาจทำให้เราพลาดเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

1.พูดให้มากกว่าฟัง

เราคิดว่า: คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเราคงไม่มีความเห็นอะไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเชื่อด้วยแล้ว เราจะช่วยทำให้เขาบรรลุรู้แจ้ง โดยควบคุมบทสนทนาทั้งหมดเขาจะได้นั่งเงียบๆ ฟังเรื่องพระเยซูจากเราฝ่ายเดียว ซึ่งถ้าเรามัวแต่นั่งฟังสิ่งที่เขาพูดอาจทำให้เราไม่ได้ประกาศ หรือบางทีเราอาจต้องพูดแทรกถ้าเขาพยายามจะเปลี่ยนเรื่องคุย

2.ต้องเถียงให้ชนะ  ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไรก็ตาม

เราคิดว่า: เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพูดคุยเรื่องความเชื่อกับใครสักคน ความจริงแห่งข่าวประเสริฐเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องระหว่าง ‘ความเชื่อคริสเตียน’ กับ ‘ความงมงายในศาสนาอื่น’  ดังนั้นเราจะต้องไม่ทำให้พระเยซูผิดหวัง  เราจะต้องตอกย้ำเหตุผลลงไปให้ลึกที่สุด ชัดเจนที่สุด ใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมด ชี้นำ โน้มน้าว ใช้ตรรกะ สติปัญญา (และถ้าจำเป็นก็ต้องขึ้นเสียงใส่กันบ้าง!) ที่จริงแล้ว เฟสบุ้คก็ดูเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเราจะโพสข้อความอะไรก็ได้ที่เราต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงคนอ่านหรือแคร์ว่าเขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา

3.ทำให้เป็นเรื่องไกลตัวเข้าไว้

เราคิดว่า: เวลาที่เราพูดเรื่องความเชื่อ ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงการนำมาใช้ในชีวิตยังไง  หรือพูดว่าพระเยซูสอนอะไรเราหรอก เพราะคนฟังอาจจะรู้สึกว่ามันแปลกๆ หรือพบว่าคริสเตียนเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ใช่แค่น่าอับอายนะ แต่เรายังเถียงไม่ขึ้นอีกด้วย (อ่านข้อข้างบนอีกทีสิ)

4.เลี่ยงพูดถึงพระเยซูและพระคัมภีร์

เราคิดว่า: ถ้าคนไม่เชื่อมีมุมมองที่ต่างออกไปและเขาไม่ได้เชื่อในพระเยซูอยู่แล้ว เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึงพระเยซู  อีกอย่างพระองค์ก็พูดอะไรเข้าใจยาก  ซึ่งจะทำให้เราดูไม่ดีไปด้วย อย่างเช่นเรื่องทูตสวรรค์ ความรุนแรง หรือนรก แต่ถ้าเราพูดเรื่อง ‘การค้นหาตัวเอง’ หรือ ‘ความไม่สมบูรณ์แบบ’ จะฟังดูเข้าใจง่ายกว่า

5.รวบข่าวประเสริฐมาไว้ในการสนทนาเพียงครั้งเดียว

เราคิดว่า: เราคือความหวังสุดท้ายของคนๆ นี้ที่จะมาเป็นคริสเตียน ดังนั้นเราต้องไม่ลืมพูดอะไรไปเด็ดขาด แม้เขาจะดูไม่กระตือรือล้นที่จะฟังก็ตาม เราต้องเดินตามเขาไปทุกที่เท่าที่จะทำได้เพื่อที่เขาจะได้ยินเราพูดข่าวประเสริฐจนจบ

ตอนนี้คุณคงเห็นภาพแล้วว่า การประกาศแบบนี้ดูจะเป็นความวินาศมากกว่า แต่กระนั้นคริสเตียนหลายคนก็ยังพลาดแบบนี้อยู่ และความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด คือ เราไม่เคารพคนอื่นในฐานะพระฉายาของพระเจ้าเช่นเดียวกับเรา ดังนั้นสิ่งเดียวที่คนเหล่านั้นจะมองเห็นก็คือ คริสเตียนเป็นพวกไม่ฟังคนอื่น ไม่สนใจคนอื่น ชอบแสดงความคิดเห็นของตนเองฝ่ายเดียว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ คิดว่าคนที่คิดต่าง ไม่มีความคิด และไม่คุ้มค่าที่จะปฏิสัมพันธ์ด้วย

แต่ในทางกลับกัน ในพระคัมภีร์แสดงให้เห็นว่า พระเยซูไม่เคยพูดกับคนสองคนในลักษณะเดียวกันเป๊ะๆ  หรือเพราะพระองค์เข้าใจว่า มุมมองของแต่ละคนนั้นเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล และเราควรให้เกียรติเขา?  บางทีมันคงจะหมายถึง

การพูดข่าวประเสริฐ ไม่ใช่การดาวน์โหลดข้อมูลลงไปให้เขารับอย่างเดียว แต่เป็นการให้เกียรติเขา ให้เขารู้สึกดึงดูดและท้าทายความเป็นมนุษย์และอารมณ์ของเขา  

ลองคิดดูสิว่า คริสเตียนจะดูเป็นอย่างไรบ้างถ้าพวกเขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ ถ้าหากคริสเตียน…

– กล้าถามคำถาม และถ่อมใจฟังความคิดเห็นคนอื่นมากกว่าจะเอาแต่พูด ทำความเข้าใจว่ามีเรื่องมากมายที่เราต้องเรียนรู้จากคนอื่น และแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจน

– มองเห็นคุณค่าคนอื่นมากกว่าที่จะพยายามเอาชนะเขาด้วยข้อโต้เถียง  เข้าใจคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้อื่น

– สามารถเล่าได้ว่าพระเยซูยังคงสำคัญต่อชีวิตของเขาในทุกวันนี้อย่างไร  เข้าใจว่าความเชื่อและการปฏิบัติสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าเขาจำเป็นต้องมีพระเยซูเพื่อช่วยในความอ่อนแอของเขา

– ใช้ทุกโอกาสที่จะพูดเรื่องชีวิต ความตาย และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู ที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ให้เขาเข้าใจว่าพระองค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้มอบความเชื่อให้แก่เขา และกระทำความเชื่อนั้นให้สมบูรณ์ และทรงเป็นพลังเบื้องหลังข่าวประเสริฐทั้งหมด

– อย่ายัดเยียดข่าวประเสริฐเข้าไปในทุกบทสนทนา  ทำความเข้าใจว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทรงสามารถนำคนมาใกล้พระองค์ได้ในทุกโอกาส ทุกสถานการณ์

เรื่องนี้อาจต้องอดทนฝึกฝนสักนิด มันไม่ได้ง่ายเหมือนท่องจำทำตามตำรา แต่มันก็คงจะทำให้การประกาศดูน่าตื่นเต้นมากขึ้น จริงไหมละ?

เขียน: เจมส์ บันยัน
แปล: ปอ นภธิดา
เรียบเรียง: จิ๊ก สิริวรรณ

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง