อย่าเลือกคบแต่เพื่อนที่มีความเชื่อเดียวกัน

วันที่ 7-8-2015 • บทความ • admin • 15 ความคิดเห็น »

Don't-Just-Have-Godly-Friends

ตลอดช่วงชีวิตในโรงเรียนของฉัน เพื่อน คือส่วนสำคัญที่สุด

ตอนนั้นเพื่อนสนิทของฉันส่วนมากไม่ใช่คริสเตียน แต่พอฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้ยินข่าวประเสริฐและรับเชื่อพระเยซู ทำให้ฉันได้มารู้จักและสนิทกับพี่น้องมากมายในคริสตจักร ในตอนนั้นฉันจึงได้เห็นค่านิยมของพระเจ้ากับค่านิยมของโลกที่แตกต่างกันคนละขั้ว ซึ่งเพราะความเชื่อของฉันนั่นเอง ทำให้ฉันรู้สึกไม่กล้าสบตากับเพื่อนๆ ที่ฉันเคยสนิทสนมมาก่อน หรือแม้กระทั่งเพื่อนที่ฉันเคยแบ่งปันความรู้สึกลึกๆ ของฉันกับเขา

ตอนแรกฉันรู้สึกสับสน สงสัยว่าตัวเองควรจะรักษาความสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นอย่างไร แต่หลังจากที่ศึกษาพระธรรม มัทธิว 5 ทำให้เข้าใจว่า พระเจ้าต้องการให้เราเป็น “เกลือ” และ “แสงสว่าง” ของโลก

“ท่านทั้ง‍หลายเป็นเกลือแห่งโลก ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่าง‍ไรได้ แต่นั้นไปก็ไม่เป็นประ‌โยชน์อะไร มีแต่จะทิ้งเสียสำ‌หรับคนเหยียบ‍ย่ำ “ท่านทั้ง‍หลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิด‍บังไว้ไม่ได้ เมื่อจุดตะเกียงแล้ว ไม่มีผู้‍ใดเอาถังครอบไว้ ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่อง‍สว่างแก่ทุก‍คนที่อยู่ในเรือนนั้น ท่านทั้ง‍หลายก็เหมือนกับตะเกียง จงส่อง‍สว่างแก่คนทั้ง‍ปวง เพื่อ‍ว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ เขาจะได้สรร‌เสริญพระ‍บิดาของท่าน ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์” (มัท‌ธิว 5:13-16 )

พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราตัดขาดจากโลกภายนอก ตรงกันข้าม เราต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้ที่ไม่เชื่อ สื่อสารกับพวกเขาในแบบที่พระเจ้าทรงบอกให้เราทำ เพื่อคนอื่นๆ จะยกย่องสรรเสริญพระองค์

หลังจากตระหนักได้ดังนั้นแล้ว ฉันจึงเริ่มที่จะแบ่งปันความเชื่อของฉันให้แก่เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน อธิษฐานเผื่อเขา บางครั้งฉันชวนพวกเขามาร่วมงานต่างๆ ของโบสถ์หรืองานคริสตมาส เพื่อนๆ ของฉันก็ได้รู้จักพระเยซูและศาสนาคริสต์เพิ่มขึ้นทีละน้อย ถึงแม้ว่าความเชื่อของเราในบางเรื่องยังคงต่างกันในตอนนี้ ฉันกับเพื่อนๆ ต่างก็เรียนรู้ที่จะเคารพกันและกัน และเข้าใจกันมากขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันได้รับความรักและความห่วงใยอย่างมากมายจากเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนของฉัน พวกเขาช่วยให้ฉันได้เห็นมุมมองหลายอย่างที่กว้างขึ้น พวกเขาทำให้ฉันเข้าใจว่า ในขณะที่ทุกคนต่างก็ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็มีจุดดีในตัวของเราเอง หากเราถ่อมใจลงและเรียนรู้จากผู้อื่นแล้ว เราอาจจะประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่ตามมาก็ได้

เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนรักคนหนึ่งมาบอกกับฉันว่า ตอนนี้เธอเชื่อพระเยซูแล้วและตั้งใจว่าจะรับบัพติศมาในปีนี้ ฉันดีใจกับเธอมาก ตอนนี้เราเริ่มหนุนใจกันและกันด้วยพระวจนะคำของพระเจ้า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่และแสนดีเหลือเกิน

ขอพระเจ้าทรงนำเราให้เป็นผู้ประกาศข่าวพระเสริฐของพระองค์ และนำคนมากมายมารู้จักพระองค์

“ต่อพวก‍ยิวข้าพ‌เจ้าก็เป็นยิว เพื่อจะได้พวก‍ยิว ต่อพวก‍ที่อยู่ใต้ธรรมบัญ‌ญัติ ข้าพ‌เจ้าก็เป็นเหมือนคนอยู่ใต้ธรรมบัญ‌ญัติ (แต่ตัวข้าพ‌เจ้ามิ‍ได้อยู่ใต้ธรรมบัญ‌ญัติ) เพื่อจะได้คนที่อยู่ใต้ธรรมบัญ‌ญัตินั้น ต่อคนที่อยู่นอกธรรมบัญ‌ญัติข้าพ‌เจ้าก็เป็นคนนอกธรรมบัญ‌ญัติ เพื่อจะได้คนที่อยู่นอกธรรมบัญ‌ญัตินั้น แต่ข้าพ‌เจ้ามิ‍ได้อยู่นอกพระ‍บัญ‌ญัติของพระ‍เจ้า แต่อยู่ใต้พระ‍บัญ‌ญัติแห่งพระ‍คริสต์ ต่อคนอ่อน‍แอข้าพ‌เจ้าก็เป็นคนอ่อน‍แอเพื่อจะได้คนอ่อน‍แอ ข้าพ‌เจ้ายอมเป็นคนทุกชนิดต่อคนทั้ง‍ปวง เพื่อจะช่วยเขาให้รอดได้บ้างโดยทุกวิถีทาง ข้าพ‌เจ้าทำอย่างนี้ เพราะเห็นแก่ข่าวประ‌เสริฐเพื่อข้าพ‌เจ้าจะได้มีส่วนในข่าวประ‌เสริฐนั้น” (1 โค‌รินธ์ 9:20-23 )

เขียน: Lingyi Dai
แปล: อุ้ย วิจิตรา
เรียบเรียง: สิริวรรณ ภูษิตประภา

15 Responses

  1. ใช่เราต้องโน้มกายไปได้กับทุกคน

  2. ได้ข่าวว่า ได้เพื่อนคต.กลับมาคนนึง Andy Sam อิอิ

  3. เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ^^

  4. ต่างศาสนาก็เป็นเพื่อนกันได้

  5. ไม่มีเพื่อนNon christianที่บ้านเกิดเลย…เพราะมาเรียน เพชรบุรี บาง แสน กทม. ตั้งแต่ ป.3….แป่ว…แต่กาลังจะบอกเรื่องพระคริสต์ที่บ้านเกิดเร็วๆนี้

    • โอ้ ขอบคุณพระเจ้าคะ ได้ประกาศแล้วเป็นยังไงอย่าลืมมาเล่าให้กันฟังนะคะ

  6. ใครอ่ะ Nat Tina

  7. เพื่อนไม่ได้เป็นคริสตเตียนมีเยอะ ถ้าเราวางตัวให้เหมาะสม เราก็อยู่ด้วยกันได้นะครับ

  8. นายบุญเสริม แสนคำแพ

    ชีวิตที่เดินทวนลม
    ไม่นานมานี้ผมกับลูกชายได้ดูคลิป ๆ หนึ่งที่มีคนหนุ่มสาวหลายคนกำลังเดินทวนลมพายุที่กำลังพัดกระหน่ำมาอย่างแรง เขาทุกคนต้องโน้มตัวไปข้างหน้าสุด ๆ และก้าวเท้าอย่างช้า ๆ และสั้น ๆ เมื่อผมมองดูแล้วผมรู้สึกเหนื่อยแทนพวกเขามาก แต่สิ่งที่ผมแปลกใจที่สุดคือผมมองไม่เห็นลมเป็นตัวเป็นตน แต่เห็นพวกหนุ่มสาวเดินทวนด้วยความเหน็ดเหนื่อยเท่านั้น ผมจึงพูดกับลูกชายว่า ลูกเห็นลมไหม? เขาก็ตอบว่าไม่เห็น แล้วผมก็ถามต่อว่า แล้วพลังอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องเดินไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดวกนี้ ลูกชายก็ตอบว่า พลังแรงลมครับพ่อ ผมจึงยกข้อพระคัมภีร์ในฮีบรู 4:12 ที่ว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตาย และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใด ๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ตลอดข้อในกระดูกและไขในกระดูก….
    ผมจึงบอกกับลูกชายว่า พระคัมภีร์บอกว่า พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตาย และทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และถ้าใครเดินทวนพระวจนะของพระเจ้าก็เหมือนเขากำลังเดินทวนพลานุภาพของพระเจ้าอยู่ และเขาต้องบาดเจ็บแน่นอน และมากกว่านั้นเขาจะเดินหน้าไปไม่ถึงไหนเขาก็เหนื่อย ฉะนั้นถ้าเราพยายามเดินตามพระวจนะของพระเจ้าก็เหมือนเราหันหลังให้พลังแรงลมแล้วเราเดินตามแรงลม เราก็จะเดินไปข้างหน้าได้อย่างง่ายดาย พระวจนะของพระเจ้าก็เช่นกัน ขออย่าเดินทวนพระวจนะของพระเจ้าเลย

  9. น้องอุ้ยยย พี่ยังไม่ได้ส่งอีเมล์ให้เลยยย กลับไปปั่นเมล์ให้แป๊ป ^^!

  10. ดีใจที่มาร่วมรับใช้กันจ๊ะ

  11. ยิ้มหน้าบานเชียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *