4 เคล็ดลับกระชับมิตรภาพ

วันที่ 14-8-2015 • บทความ • admin • 3 ความคิดเห็น »

4-Facts-About-Making-A-Friendship-Workฉันกับแอนนาเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ถ้าคนที่รู้จักเราก็อาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงมาเป็นเพื่อนกันได้ หลายครั้งฉันยังงงตัวเองเลยด้วยซ้ำ แน่นอนที่ว่าเรามีประสบการณ์วัยเด็กที่ดีด้วยกัน แต่เราก็ไม่ใช่เด็กหญิงเล่นโดดหนังยางกันอีกต่อไปแล้ว เราไม่ได้สนใจในสิ่งเดียวกัน วงโคจรชีวิตของเราก็เริ่มไม่ทับซ้อนกันอีกต่อไป การพูดคุยกันบางครั้งก็ไม่ “คลิก” และบ่อยครั้งที่เราไปเที่ยวด้วยกันก็ต่างคนต่างเงียบจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

แต่แอนนาก็ยังเป็นคนสำคัญมากคนหนึ่งในชีวิตของฉัน

มิตรภาพสมัยนี้เป็นเรื่องฉาบฉวย ในยุคดิจิตอลที่เต็มไปด้วยสื่อซึ่งช่วยให้เราหาเพื่อนได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้เรามีเพื่อนหลากหลายกลุ่มที่เราออกไปพบปะสังสรรค์ด้วยได้ ไม่ว่าจะที่ทำงาน ที่โรงเรียน ที่โบสถ์ กลุ่มที่ออกกำลังกายด้วยกัน ฯลฯ เรามีกิจกรรมให้เลือกทำได้ไม่รู้จบ มีที่เที่ยวแฮ้งค์เอาท์มากมาย แต่ระหว่างทางของชีวิตที่เรามีรายชื่อเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น เรากลับเสียเพื่อนเก่าไปด้วยในเวลาเดียวกัน

เมื่ออยู่ในวัยเลขสอง เราคงจะพบว่าขณะที่เรามีเพื่อนเยอะแยะ กลับมีเพื่อนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เราสามารถโทรหากลางดึกเวลาที่เรานอนไม่หลับ หรือต้องการคำอธิษฐานเผื่อ ขอคำปรึกษา หรือมีเรื่องอยากจะอวดกะทันหัน มีแต่เพื่อนกลุ่มนี้นี่แหละที่จะขอให้เราช่วยอยู่เป็นเพื่อนด้วยเงียบๆ หรือคุยเรื่องไร้สาระเม้าท์แตกกันเฉยๆ ก็ได้

แอนนาเป็นเพื่อนแบบนั้นสำหรับฉัน อันที่จริงฉันสามารถปล่อยให้มิตรภาพนี้ค่อยๆ ห่างเหินไปตามระยะทางที่ไกลกันถึงครึ่งซีกโลกก็ย่อมได้ แต่ฉันตัดสินใจไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นและดีใจมากกับการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า…

1. มิตรภาพเป็นสิ่งที่ต้องทุ่มเท

อย่าให้สื่อสังคมออนไลน์หลอกเราได้ เพราะมิตรภาพเป็นมากกว่าแค่การกดยอมรับ “คำขอเป็นเพื่อน” หรือกด “ติดตาม” แต่ต้องใช้ความทุ่มเท อดทน และเสียสละเยอะกว่านั้นมาก เราอาจจะต้องยอมทนฝ่ารถติดเพื่อไปเจอหน้ากันแค่ครึ่งชั่วโมงแทนที่จะนอนแช่อยู่บนเตียงดูซีรีย์เรื่องโปรดที่บ้าน หรือต้องกลั้นใจไม่พูดคำว่า “ฉันเคยบอกแกแล้ว…” เมื่อเพื่อนไม่ฟังสิ่งที่เราเคยแนะนำไปและกลับมาบ่นโอดครวญให้ฟังทีหลัง หรืออดตาหลับขับตานอนรอ Skype คุยกับเพื่อนที่อยู่ต่างทวีป นั่นแหละ มิตรภาพเป็นสิ่งที่ต้องทุ่มเท

2. มิตรภาพที่ดีต้องเติบโตไปด้วยกัน

สุภาษิต 17:17 เป็นข้อพระคำที่มักจะมีคนนำมาอ้างถึงเวลาที่พูดเรื่องคุณค่าของมิตรภาพ “มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก” พระคำของพระเจ้าช่างรู้ลึกรู้จริง ฉันมักจะประหลาดใจเวลาเห็นพระคำของพระเจ้าอยู่เหนือกาลเวลาและนำมาปรับใช้ได้เสมอไม่ว่าจะยุคสมัยไหนหรือในสังคมแบบใดก็ตาม มิตรภาพคือสิ่งที่เติบโตไปพร้อมกัน คือการเลือกที่จะรักและถูกรักอยู่เสมอ เพื่อนของเราไม่ควรเป็นแค่ชิ้นงานที่เราพยายามจะแก้ไข แต่คือการสำแดงความรักของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรมแก่กันและท้าทายให้ต่างเติบโตขึ้นในพระคุณและความรู้ในพระเยซูคริสต์ หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ เหล็กลับเหล็กนั่นเอง!

3. มิตรภาพไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นเพื่อนกับทุกคน

การเป็นเพื่อนที่ดีไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทำตัวให้ทุกคนพอใจ หลายปีที่ผ่านมาฉันพบคนมากมายที่เลิกแอ๊บทำตัวฮิป หรือทำตัวให้เป็นที่ยอมรับ เพราะมาค้นพบว่าพวกเขาสูญเสียตัวตนไป ความจริงก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเพื่อนกับเราได้ และเราเองก็คงเป็นเพื่อนกับทุกคนไม่ได้เช่นกัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แบบอย่างที่ดีในการเป็นเพื่อนแท้ก็คือพระเยซู ดังนั้นให้เราทำตามแบบอย่างของพระองค์และให้เราเป็นพระฉายของพระองค์ พระเจ้าจะทรงประทานกำลังให้เราเพื่อที่เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อเพื่อนของเราได้

4. มิตรภาพนั้นประเมินมูลค่าไม่ได้

มิตรภาพเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ ในสังคมที่มิตรภาพเป็นสิ่งคลุมเครือ และความซื่อสัตย์ทุ่มเทไม่ได้เป็นสิ่งที่คนให้คุณค่าเสมอไป ดังนั้นการหาคนที่รักเราและเห็นแก่เราจริง พร้อมที่จะเดินไปพร้อมกับเรานั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี แต่ถ้าเราเจอเพื่อนแบบนั้นเมื่อไหร่ละก็ เก็บรักษาไว้ให้ดีๆ สำหรับฉัน แอนนาจึงเป็นเหมือนไข่มุกล้ำค่าไง

ขอให้เราไม่ลืมว่า ถ้าเราอยากมีเพื่อนที่ดี เราต้องเป็นเพื่อนที่ดีก่อน พระเยซูทรงเป็นตัวอย่างที่ดีให้เราแล้ว พระองค์ทรงรักเราอย่างที่เราเป็น และทรงนำเราเพื่อให้เรามีชีวิตตามพระประสงค์ของพระบิดาที่ทรงมีต่อเรา

ด้วยพระคริสต์ที่อยู่ในเรา เราสามารถเป็นเพื่อนที่ดีให้คนอื่นได้

ผู้เขียน: Michelle Chun
ผู้แปล: จิ๊ก สิริวรรณ

Tags: ,

3 Responses

  1. แดงว่าช้านก้อเปนทองประกายของแกน่ะสิอิอิ

  2. อาเมนค่ะ ขอบพระคุณพระเจ้าค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง