ก้าวออกจาก “ความสบาย”

วันที่ 11-7-2015 • บทความ • mnsc • 1 ความคิดเห็น »

Why-I-Came-Out-Of-My-Comfort-Zone

ในพื้นที่ของการเติบโตนั้นไม่สบาย และพื้นที่ของความสบายหามีการเติบโตอยู่ไม่


เมื่ออ่านข้อความนี้ทำให้ฉันอดคิดถึงเรื่องไข่มุกไม่ได้ อัญมณีอันสวยงามไม่ได้ถูกหล่อหลอมภายใต้สภาพที่อบอุ่นสบาย แต่ถูกสร้างจากสารแร่หลาย ๆ ชั้นที่ผลิตออกมาจากหอยนางรมเพื่อปกคลุมแขกไม่ได้รับเชิญ (
อย่างเช่นเม็ดทราย) ที่เข้ามาและรบกวนเปลือกเล็ก ๆ อันแสนสบายของมัน

ฉันเองก็เคยสร้างโลกส่วนตัวเหมือนเปลือกหอยแสนสบายไว้ให้ตัวเองเช่นกัน เพราะฉันเป็นลูกคนเดียวในบ้าน ไม่มีพี่น้อง มีเพียงพ่อแม่ที่ยุ่งอยู่กับงานเท่านั้น ฉันจึงได้สร้างโลกส่วนตัวที่ประกอบไปด้วย ฉัน ของฉัน และตัวฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องแบ่งปันสิ่งใดเพื่อใคร ฉันมีความสุขอยู่ในโลกส่วนตัวเล็ก ๆ ใบนี้ และฉันก็รักที่เป็นแบบนั้น!

แต่ในช่วงเวลาที่เรียนในมหาวิทยาลัย ฉันพบว่าชีวิตมันมีอะไรมากกว่าโลกใบเล็ก ๆ ของฉันมากนัก ฉันเจอผู้คนที่มีมุมมองชีวิตที่แตกต่าง วิธีคิดที่แปลกออกไป นิสัยและรูปแบบชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งมันทำให้ฉันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นจึงไม่เข้าใจเหมือนอย่างที่ฉันเข้าใจ หรือแก้ปัญหาในแบบที่ฉันทำ แต่อย่างไรก็ตาม ทำไมฉันจะต้องใส่ใจกับสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับโลกส่วนตัวเล็ก ๆ ของฉันด้วยล่ะ ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้างน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า “แบ่งปัน” ก็ไม่มีในพจนานุกรมของฉันอีกด้วย

แต่ก็เป็นช่วงนั้นเองที่พระเจ้าทรงนำฉันให้รู้จักพระคุณที่ช่วยให้รอดของพระองค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ นั่นเป็นจุดพลิกผันที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของฉันทีเดียว การเป็นหัวหน้ากลุ่มเซลเล็ก ๆ ในมหาวิทยาลัยผลักให้ฉันต้องออกมาจากเปลือกหอยของฉันเอง ฉันต้องพบเจอกับผู้คนเป็นประจำ (ทั้งรุ่นพี่และน้องใหม่) ฉันต้องแบ่งปันชีวิตของฉันกับคนอื่น รับฟังพวกเขา และหาทางที่จะเข้าใจพวกเขาเหล่านั้นซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าโลกที่ฉันได้สร้างขึ้นอย่างระมัดระวังมากว่า 19 ปีนั้นได้พังทลายลง ตัวอย่างเช่น ในโลกส่วนตัวของฉันนั้น ฉันไม่เคยคิดถึงการรักคนที่เห็นต่างจากฉัน หรือคนที่ทำให้ฉันเจ็บใจไม่ว่าด้วยคำพูดหรือการกระทำ แต่ในมัทธิว 22:39 พระเยซูทรงสั่งให้ “รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

หลายปีต่อมา ฉันกลับขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงดึงฉันออกมาจากโลกส่วนตัวเล็ก ๆ นั้น เพราะสิ่งนี้ช่วยเตรียมฉันสำหรับโลกของการทำงานที่ซึ่งฉันจำเป็นต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากมายที่ไม่สมบูรณ์แบบ (รวมถึงตัวฉันเองด้วย) ฉันต้องแบ่งปันชีวิตกับพวกเขา และพบเจอกับผู้คนต่างมุมมอง ต่างความต้องการ และต่างทัศนคติ และมันยังเตือนฉันอยู่เสมอว่าฉันจำเป็นต้องเรียนรู้จากพระผู้ช่วยให้รอดผู้เปี่ยมด้วยความรักมากแค่ไหน

เราเป็นก้อนดิน และพระองค์ทรงเป็นช่างปั้น เราทั้งหลายเป็นผลงานจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์” เสียงป่าวร้องของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์เมื่อท่านสารภาพความผิดบาปของท่านและชนชาติของท่านต่อพระเจ้า (อิสยาห์ 64:8ดินเหนียวต้องผ่านขั้นตอนแล้วขั้นตอนเล่า ก่อนจะกลายมาเป็นภาชนะที่สวยงามและมีประโยชน์ได้ขั้นแรก ช่างปั้นจะเอาสิ่งสกปรกหรือสิ่งเจือปนออก หลังจากนั้นเขาจะนวดดินไปมาจนกระทั่งมันอ่อนตัวและพร้อมที่จะขึ้นรูป ขั้นต่อไปเขาจะนำดินเหนียวที่ขึ้นรูปแล้วไปอบด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูง ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการที่ยากลำบากที่สุด แต่หากปราศจากขั้นตอนนี้ ดินเหนียวก็จะยังคงเป็นดินธรรมดาก้อนหนึ่งเท่านั้นและจะไม่มีทางเปลี่ยนมาเป็นภาชนะที่สวยงามได้เลย นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในพื้นที่ของการเจริญเติบโต

คุณรู้สึกว่าพระเจ้าทรงกำลังดึงคุณออกจากโลกส่วนตัว ของคุณไหม? บางทีพระองค์อาจแสดงให้คุณเห็นบางส่วนในชีวิตที่คุณต้องเติบโตขึ้นก็เป็นได้ หรือทรงกำลังชี้ให้คุณเห็นบทเรียนที่คุณต้องฝึกฝนเพื่อเตรียมชีวิตของคุณเองสำหรับช่วงระยะต่อไปของการเดินทาง จงวางใจให้พระองค์ทรงนำวิถีของคุณ แม้ว่าคุณมองดูการดำเนินชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาและอาจคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลง แต่พระองค์ผู้เป็นช่างปั้นทรงรู้ว่าเมื่อคุณเป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะสวยงามขนาดไหน

การเติบโตนั้นไม่สบาย แต่พระคุณของพระเจ้าจะทำให้คุณเข้มแข็งในขณะที่คุณเติบโตเป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น ขณะที่คุณกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อยู่นี้ คุณอาจต้องเผชิญความท้าทายที่เข้ามา แต่จงเตือนตัวเองเสมอว่า “อดทนอีกหน่อย พระเจ้าทรงกำลังสร้างฉันอยู่”

เขียน Sukma Sari Cornelius
แปล วนีย์ วันทนาวงศ์
เรียบเรียง สิริวรรณ ภูษิตประภา

Tags:

One Response

  1. ขอปั้นข้าฯโดยพระหัตถกิจของพระองค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง