บทเรียนจากครอบครัวที่แตกร้าว

วันที่ 26-6-2015 • บทความ • admin • 8 ความคิดเห็น »

Learning-to-accept-my-broken-familyฉันไม่น่าคิดผิดมาแต่งงานกับคุณเลย” คือ ประโยคที่ฉันได้ยินพ่อกับแม่ตะโกนใส่กันบ่อยที่สุดตั้งแต่ฉันจำความได้ พ่อกับแม่มักจะทะเลาะกันต่อหน้าพวกเราเสมอ ทำให้ฉันกับพี่ๆน้องๆ ต้องคอยเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างพวกเขาแทบทุกวัน และเมื่อฉันอายุ 12 ปี พ่อกับแม่ก็ตัดสินใจแยกทางกัน

ช่างมันเถอะ ไม่ใช่ธุระอะไรของเราหรอก” นี่เป็นความคิดแรกที่เข้ามาในหัวของฉันเมื่อรู้ว่าพ่อและแม่ตัดสินใจจะแยกทางกัน ทว่า เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจึงเริ่มรู้สึกตัวว่าปัญหานี้มีผลกระทบมากกว่าที่คิด เพราะมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวฉันมากเลยทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่อาจมองข้ามมันไปเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้

เมื่อเวลาผ่านไป เรื่อง “ครอบครัว” เป็นเรื่องที่ฉันไม่อยากพูดกับใครและพยายามไม่นึกถึงคำๆ นี้ วันหนึ่ง ฉันติดรถของเพื่อนโดยมีพ่อแม่เขามาด้วย ฉันนั่งข้างหลังและมองดูครอบครัวของเพื่อนหยอกล้อเล่นกัน ความรู้สึกอบอุ่นถาโถมเข้ามาในจิตใจ ฉันแอบร้องไห้เงียบๆ รู้สึกทั้งมีความสุข เศร้าใจ และสงสารตัวเองไปพร้อมๆ กัน ฉันบอกกับตัวเองว่า “นี่สินะ คือสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว”

เมื่อได้นึกถึงครอบครัวตัวเอง ฉันกลับรู้สึกผิดหวังและโมโห ฉันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดทุกคนในครอบครัว ฉันเล่าให้เพื่อนอย่างเปิดเผยสิ่งที่ฉันคิดและรู้สึกต่อครอบครัว ทำให้เพื่อนเริ่มเอาตัวออกห่าง ฉันเบื่อที่จะอยู่กับครอบครัวนี้แต่ก็ไม่มีที่อื่นให้ไป มันทำให้ฉันแทบจะเป็นบ้า

สามปีหลังจากพ่อแม่ของฉันแยกทางกัน ฉันพยายามอยู่บ้านให้น้อยที่สุด แม้กระทั่งการเดินจากโรงเรียนกลับบ้านเพราะจะได้ถึงบ้านช้าๆ เหตุผลเดียวที่ฉันยังกลับบ้านอยู่ก็เพื่อเป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนคนหนึ่งชวนฉันไปโบสถ์ของเขา ฉันรับปากไปด้วยทันทีเพราะจะได้เป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องอยู่บ้าน ฉันพบว่าโบสถ์ที่เพื่อนฉันชวนไปนั้นกำลังจะจัดค่ายฟื้นฟูเป็นเวลาสามวัน ทำไมฉันจะไม่ไปละ สามวันที่ฉันไม่ต้องกลับบ้านเชียวนะ! 

ฉันไม่รู้เลยว่าสามวันในค่ายนั้นกลับเปลี่ยนแปลงชีวิตฉันไปตลอดกาล พระเจ้าทรงช่วยให้ฉันรู้จักพระองค์ที่ค่ายแห่งนั้น ฉันได้รู้ถึงความบาปของตัวเองและขณะเดียวกันก็รู้เรื่องการให้อภัยและความรักที่พระเจ้ามอบให้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณพระเจ้าอย่างมาก

แต่อะไรๆ ก็ไม่ได้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเสียทีเดียว ทุกวันที่ฉันกลับบ้านก็ยังเจอปัญหาเดิมๆ ฉันไม่ได้กลายเป็นลูกที่แสนดีและเชื่อฟังพ่อแม่ได้ในทันที ฉันยังต้องต่อสู้กับนิสัยบาปเดิมๆ ของตัวเองอยู่ และฉันยังยอมรับครอบครัวตัวเองไม่ได้

ระหว่างนั้น พระเจ้าทรงกุมมือฉันไว้และทรงรอคอยต่อความดื้อรั้นของฉันอย่างอดทน ในที่สุด เมื่อฉันได้นั่งลงใคร่ครวญปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวแล้ว ฉันกลับมาพบว่าปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะกับครอบครัวฉันเท่านั้น ทุกคนทุกที่ล้วนมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฉัน คนข้างบ้าน คนที่มีศาสนาหรือไม่มี แม้แต่ผู้รับใช้เต็มเวลาเองก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันนั้นเป็นภาพสะท้อนความจริงที่ว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยความบาป ฉันไม่ใช่คนเดียวที่เจอปัญหานี้ แต่ยังมีคนอีกมากที่เจอ หรืออาจเจอมากกว่าฉันเสียอีก

ฉันไม่สามารถเลือกครอบครัวที่จะเกิดได้ แต่พระเจ้าทรงเลือกให้ฉันเกิดในครอบครัวนี้ และพระองค์เองได้ประทานพระบุตรองค์เดียวคือพระเยซู เพื่อมาไถ่บาปและเป็นผู้ช่วยให้รอด แล้วฉันจะไปสงสัยในความรักของพระเจ้าได้อย่างไร? พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่ดี และทรงมีแผนการในชีวิตของฉันไว้แล้วอย่างแน่นอน ถึงฉันเองก็ยังไม่เข้าใจนัก แต่สิ่งที่ดีที่สุดซึ่งฉันสามารถทำได้เพื่ออนาคต คือฉันต้องยอมรับตัวเองและครอบครัวที่พระเจ้าทรงให้ฉันเกิด

สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันได้ถ่อมใจลง แม้ว่าสิบปีหลังจากที่ฉันได้รับเชื่อในพระเจ้า ครอบครัวฉันยังไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่ฉันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตตัวเองมากมาย พระเจ้าทรงใช้เหตุการณ์เหล่านี้ปั้นแต่งชีวิตของฉัน ทำให้ฉันได้เรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์เวลาที่รู้สึกโกรธ ได้เรียนรู้ที่จะให้อภัยและมอบความรักแก่คนที่ไม่สมควรจะได้

พระเจ้าไม่ได้แก้ไขเหตุการณ์ในชีวิตฉันเพื่อจะเปลี่ยนจิตใจของฉัน แต่พระองค์ให้ฉันสัมผัสถึงความสิ้นหวังเพื่อฉันจะมองเห็นว่าพระองค์ทรงเป็นความหวังเดียวในชีวิต เพราะพระองค์ทรงแสนดีและไม่มีทางผิดพลาด พระองค์ทรงรักษาบาดแผล และทรงชูใจในความทุกข์ยากของฉัน  (2 โครินธ์ 1:3-4) พระองค์ทรงมีแผนการในทุกสิ่ง (โรม 8:28-29) และในทุกเหตุการณ์ พระองค์จะเสริมกำลังแก่เรา (ฟีลิปปี 4:13)

บทความ Sheila May, Indonesia
แปล ศรีเสาวคนธ์ ประเสริฐสุข
เรียบเรียง สิริวรรณ ภูษิตประภา, พีระพัฒน์ โตวรกุล

Tags: ,

8 Responses

  1. แตกรา้วมันไม่แตกแยกมันก็อยู่ทิตัวเราเองมันเป็นบดเรียนของเรา

  2. บทเรียน ค่ะ

  3. มันถูกต้องมาก

  4. ทุกคนต้องการสิ่งดีเลิศทั้งนั้นแหละ

  5. แต่เอาจริงก็ไม่ใช่เพราะมันหลากหลายเหลือเกิน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง