พยายามที่จะเป็นคนสำคัญ

วันที่ 22-5-2015 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

Striving-to-be-somebody

พยายามที่จะเป็นคนสำคัญ

(บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง)

เขียนโดย: Lydia
แปลโดย: วิจิตรา ชาวส้าน
เรียบเรียงโดย: สิริวรรณ ภูษิตประภา

“ตั้งใจเรียนเพื่อหนูจะได้เป็นคนสำคัญ”  นั่นเป็นสิ่งที่พ่อแม่มักจะบอกกับเธอเสมอ  และนั่นกลายเป็นเป้าหมายของแซมมี่ในวัยเด็ก ที่เธอตั้งใจจะทำให้ได้ซักวันหนึ่ง เหมือนกับเพื่อนข้างบ้านของเธอ ที่ได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ความสำเร็จขั้นแรกของเธอ คือการได้เข้าเรียนหนึ่งในโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุด และแน่นอนว่าเป้าหมายถัดไป คือการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ

เธอพยายามอย่างหนักในช่วงเวลามัธยม และความพยายามของเธอก็คุ้มค่าเหนื่อย เมื่อเธอได้รับเลือกให้เข้าเรียนในสถาบันธุรกิจแห่งหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในที่ที่ดีที่สุดของประเทศจีน ที่นั่นเต็มไปด้วยนักเรียนหัวกะทิ บางคนได้โอกาสศึกษาต่อในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และได้ตำแหน่งในหน่วยงานราชการ หรือบริษัทข้ามชาติ  บางคนถูกรับเข้าทำงานทันทีหลังเรียนจบกับธนาคารการลงทุน และได้รับเงินเดือนที่รวมรายได้ต่อปีแล้วมากกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ การอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ดียอดเยี่ยมเช่นนี้ ทำให้แซมมี่ต้องการเป็นเหมือนกับ “ดาวเด่น” เธอต้องการการชื่นชมจากผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม ปีที่แซมมี่จบการศึกษา ประเทศของเธอประสบวิกฤติทางการเงิน หลังจากเธอไม่ผ่านการสัมภาษณ์งานหลายครั้ง เธอตัดสินใจรับข้อเสนอจากบริษัทโนเนมแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะยังได้อยู่ในปักกิ่งต่อ

ระหว่างพักกลางวัน เธอมักจะออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะข้างที่ทำงาน เพื่อจะผ่อนคลายความเครียด เมื่อเธอมองไปที่ดอกไม้ เธอเห็นดอกไม้ที่ไม่ได้โดดเด่นเหมือนดอกโบตั๋น หรือสวยเท่าดอกกุหลาบ ทำให้แซมมี่คิดว่า บรรดาลูกค้า SME ที่บริษัทของเธอ ก็เป็นเหมือนดอกไม้เหล่านี้ เราไม่ได้ดีที่สุด และบางทีอาจไม่มีทางได้เป็น คนอย่างพวกเราจะมีชื่อเสียงได้หรือเปล่านะ?

เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมีความคิดแบบนั้น แซมมี่จะรู้สึกหดหู่  “ฉันจบจากโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุด และมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่ง ทำไมชีวิตของฉันต้องมาจบกับการทำงานในบริษัทระดับกลาง ที่ไม่ได้มีชื่อเสียง ทำงานกับลูกค้าที่ไม่มีทางได้ติดอันดับบริษัทชั้นนำในนิตยสารฟอร์จูนได้นะ ถ้าสิ่งเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป ชีวิตฉันจะยังมีค่าอยู่ไหม งานของฉันยังสำคัญอยู่หรือเปล่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มาจากสถาบันเดียวกัน แน่นอนว่าฉันเป็นคนที่ไม่สำคัญเลย”

สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอไม่สบายใจ จนกระทั่งเธอได้รู้จักกับพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดและพระเจ้า เธอถามพระเจ้าว่า “พระเจ้า พระองค์ทรงคิดอย่างไรกับตัวลูก ลูกจะกลายมาเป็นคนที่สำคัญได้หรือเปล่า” เมื่อแซมมี่นึกถึงไม้กางเขน ทัศนคติต่อชีวิตและการทำงาน ก็เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อเธอใคร่ครวญถึงพระเยซู และการทำงานของพระองค์ เธอก็ได้เข้าใจคำว่าคุณค่าที่แท้จริงอย่างชัดเจน พระเยซูเป็นพระบุตรที่รักของพระเจ้า “ผู้ทรงสภาพพระเจ้า แต่ไม่ได้ทรงยึดติดในความเท่าเทียมกับพระเจ้า พระองค์กลับทรงสละทุกสิ่ง มารับสภาพทาส บังเกิดเป็นมนุษย์ และเมื่อทรงปรากฏเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง และยอมเชื่อฟังแม้ต้องตายบนไม้กางเขน” (ฟิลิปปี 2:6-8) พระองค์ทรงตายเพื่อคนบาป เพื่อนำคนที่ไกลห่างจากพระเจ้ากลับมา ตลอดชีวิตของแซมมี่ เธอต้องการเป็นคนที่สำคัญ แต่เธอพบว่า พระเยซูผู้ซึ่งเป็นคนที่สำคัญที่สุดของจักรวาลนี้ ได้ลดฐานะของพระองค์ ลงมาเป็นฐานะผู้รับใช้เพื่อช่วยทุกคนให้รอด

บุคคลที่พระเยซูรับใช้ ไม่ได้มีเพียงนักการเมือง คนร่ำรวย หรือคนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่รวมถึงคนยากจน โสเภณี คนโรคเรื้อน คนชั้นผู้น้อยซึ่งถูกเหยียดหยาม แม้ว่าพวกเขาจะดูยากจนและขัดสนในสายตาของโลกนี้ แต่ในสายตาของพระเจ้าพวกเขามีคุณค่า ในพระคัมภีร์ได้บอกอย่างชัดเจนว่า เราถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า ดังนั้นเราแต่ละคนมีค่า

ด้วยมุมมองแบบใหม่ แซมมี่ได้ตระหนักว่า ถ้าพระเยซูไม่ได้วัดคนจากความมั่งคั่ง การงาน หรือสถานะทางสังคมแล้ว ทำไมเธอถึงได้ประเมินตัวเองหรือลูกค้าของเธอ ด้วยมาตรฐานเหล่านี้ เธอและลูกค้ามีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ถ้าเธอทำตามคำสอนในพระคัมภีร์ และดูแลลูกค้าด้วยหัวใจของพระเยซู ก็เหมือนกับเธอได้รับใช้พระเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน

ตอนนี้แซมมี่มีฝันใหม่และใหญ่กว่าเดิม คือการติดตามพระเยซู พระเยซูตรัสว่า “เพราะแม้แต่บุตรมนุษย์ก็ไม่ได้มาเพื่อรับการปรนนิบัติ แต่มาเพื่อปรนนิบัติ และประทานชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่สำหรับคนเป็นอันมาก” (มาระโก 10:45) สุดท้ายแซมมี่ได้เข้าใจว่า ในสายตาของพระเจ้า มันไม่ได้เกี่ยวกับการพยายามอย่างหนักเพื่อจะเป็นคนที่สำคัญที่สุด แต่มันเกี่ยวกับความพยายามที่จะรับใช้คนอื่น เหมือนที่พระองค์ทรงทำต่างหาก

แซมมี่ได้อธิษฐานว่า

“พระเจ้าที่รัก โปรดช่วยให้ลูกมองคนอื่นจากสายตาของพระองค์ และปรนนิบัติเขาเหมือนที่พระองค์ทรงทำ ช่วยให้ลูกเลียนแบบพระองค์ รักและรับใช้ผู้อื่น ด้วยหัวใจถ่อมและความอ่อนโยน และให้ทุกสิ่งที่ลูกทำ ทำให้พระองค์ยิ้มได้”

คุณสามารถคิดเหมือนกับแซมมี่ได้ไหม? คุณจะอธิษฐานเหมือนกับที่แซมหรือเปล่า?

— อ่านบทความนี้แล้วได้แง่คิดอะไรดีๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว แบ่งปันกันได้ในคอมเมนต์เลยจ้า ขอพระเจ้าอวยพระพร —

Tags: , , ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง