แมนนี่ ปาเกียว : จากศูนย์สู่วีรบุรุษ

วันที่ 7-5-2015 • บทความ • admin • 6 ความคิดเห็น »

Manny-Pacquiao-From-Zero-to-Hero-2

แมนนี่ ปาเกียว : จากศูนย์สู่วีรบุรุษ

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนมวยหรือไม่ก็ตาม วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และ แมนนี่ ปาเกียว เป็นแน่แท้ แต่หากคุณยังไม่คุ้นกับสองชื่อนี้อีกล่ะก้อ เราจะบอกให้ว่า เขาทั้งสองคือสุดยอดคู่ชกมวยที่ดีที่สุด ซึ่งทั้งคู่ได้ขึ้นชกกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้เอง (เป็นการชกกันครั้งแรก) มวยนัดนี้ได้รับการขนานนามว่า “ศึกแห่งศตวรรษ” และผลการชกคือ ฟลอยด์เป็นฝ่ายชนะ

ถึงแม้ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นเอกฉันท์และทำให้แฟนมวยทั่วโลกของปาเกียวเสียใจและผิดหวังเป็นอย่างมาก ที่วีรบุรุษของเขาไม่สามารถโค่นสถิติของฟลอยด์ผู้ไม่เคยแพ้ใครถึง 47 ไฟต์รวดลงได้ แต่หลังจากการชกได้สิ้นสุดลง บรรดาแฟนมวยต่างก็พากันโพสท์ข้อความบนโซเชียลมีเดียต่างๆถึงนักมวยชาวฟิลิปปินส์คนนี้ว่า “ฟลอยด์ชนะการชก แต่ปาเกียวได้ใจคนดู”

หากคุณได้ลองอ่านข่าวที่สื่อต่างๆ ได้นำเสนอเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว และบุคลิกของปาเกียว ชายผู้ยิ้มแย้มและถ่อมตัว ภาพของนักชกคริสเตียนผู้แสนจะสมถะ เรียบง่าย ไม่โอ้อวด เขาได้รับความเชื่อมั่นจากพระเจ้าและแบ่งปันให้คนอื่นได้เห็น

หนึ่งวันหลังการชกนัดประวัติศาสตร์ ปาเกียวได้ comment บน facebook page ของเขา เพื่อกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนเขา และขอพระเจ้าได้รับเกียรติจากผลการชกของเขาในครั้งนี้ด้วย

“ถึงแฟนๆของผมทุกคนครับ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผม ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างผมไม่ว่าผมจะแพ้หรือชนะก็ตาม ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ทรงนำผมตลอดเวลา แผนการของพระองค์นั้นสูงกว่าแผนการของเรามากนัก และทางของพระองค์ก็ทรงสูงกว่าทางของเราด้วยเช่นเดียวกัน ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่าน”
“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” โรม 8:28

manny-FB

To all the fans, thank you for all your support. Thank you for always being there for me no matter what the outcome. I…

Posted by Manny Pacquiao on Sunday, May 3, 2015

ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมความนิยมชมชอบในตัวเขา ถึงได้คงพุ่งพรวดขึ้นเรื่อยๆ เขาคือแชมเปี้ยนของประชาชน ถึงแม้ว่าเขาจะแพ้ก็ตาม สิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและความมั่งคั่งของแพ็คแมน (ฉายาของเขา) มากที่สุดน่าจะเป็นเพราะ เขามีภูมิหลังที่ต่ำต้อย แต่พระเจ้าทรงพบเขาและชูเขาขึ้น จากคนที่ไม่มีอะไรเลย จนกลายมาเป็นคนมีชื่อเสียง โดยทางของพระองค์

จากยาจกสู่เศรษฐี

ในหนังสือจากยาจกสู่เศรษฐี เรื่องราวที่กินใจผู้อ่านทั่วโลก จนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดเป็นสารคดีแล้ว (แพร่ภาพในอเมริกา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา) ทำให้เราได้รู้จักกับชายผู้นี้มากขึ้น ปาเกียวเกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1978 ในพื้นที่ที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศฟิลิปปินส์ เขาเป็นลูกคนที่สี่ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 6 คน พ่อแม่ของเขาได้แยกทางกันตั้งแต่เขายังเรียนอยู่เกรด 6 และด้วยความยากจน เขาจึงต้องหยุดเรียนชั้นมัธยม และหนีออกจากบ้านเมื่ออายุได้ 12 ปี เขาทำงานเป็นคนขายขนมปังและกรรมกรก่อสร้าง ก่อนที่จะเข้าทีมมวยสากลสมัครเล่นของประเทศฟิลิปปินส์ร่วมกับ Eugene Barutag เพื่อนซี้ที่เดินทางไปเสี่ยงโชคที่มะนิลาด้วยกัน

แต่โศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าก็เกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อเพื่อนของเขาล้มลงบนเวทีมวย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ความสูญเสียนี้เอง เป็นแรงผลักดันให้ปาเกียวต้องสานต่อความฝัน และการต่อสู้ของเขาและเพื่อนให้จงได้ เขาเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และที่นี่เขาได้พบกับ เฟรดดี้ โรช เทรนเนอร์ผู้ทำให้ปาเกียวกลายเป็นนักมวยผู้ยิ่งใหญ่อย่างในปัจจุบันนี้

การเปิดตัวครั้งแรกของปาเกียวในอเมริกา เกิดขึ้นเมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวขึ้นชกแทนในนาทีสุดท้าย ในรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท แน่นอนว่าเขาชนะ และได้กลายเป็นนักมวยคนแรกของโลก ที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 8 รุ่น และรักษาเข็มขัดแชมป์ของเขาไว้ด้วยสถิติชนะ 57 ครั้ง (ชนะน็อคเอ้าท์ 38 ครั้ง) แพ้ 6 ครั้ง และเสมอ 2 ครั้ง

ปาเกียวได้แต่งงานกับจินกี้ ภรรยาของเขาในปี 2000 และได้มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 5 คน นอกจากการชกมวยแล้ว ปาเกียวยังเคยได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งเคยเป็นนักบาสเกตบอล ดารา และนักร้องอีกด้วย

ความพ่ายแพ้

ชื่อเสียงและความความสำเร็จ ทำให้ปาเกียวถลำลึกไปในทางที่ผิด เขากลายเป็นคนที่ลุ่มหลงในวัตถุนิยมและใช้ชีวิตอย่างหนุ่มเจ้าสำราญ บทสัมภาษณ์ของปาเกียวใน CBN News เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2012 เผยว่า ถึงแม้ว่าเขาจะเกิดในครอบครัวคาทอลิก และไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ แต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์เขาก็ไปเที่ยวบาร์ ดื่มเหล้า เล่นการพนัน พูดคำสบถ และเที่ยวผู้หญิง

อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้รับจดหมายจากแม่ ที่เขียนมาบอกว่า น้องสาวของเขาต้องหยุดพักการเรียน เนื่องจากปาเกียวไม่ได้ส่งเงินไปให้ที่บ้านเลย เขาร้องไห้และโทษตัวเอง ที่ใช้เงินทั้งหมดไปกับการดื่มกิน และในคืนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงของพระเจ้า ตรัสกับเขาในฝันว่า “ลูกเอ๋ย ลูกเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงหลงหาย” และนั่นคือสิ่งที่จุดความปรารถนา และความกระหายหาพระคำของพระเจ้าของปาเกียว เขาร้องไห้และยอมจำนนกับพระเจ้า ชีวิตของเขาต้องการพระเจ้า และเขาก็ได้มอบชีวิตของเขาให้พระเยซูทรงนำ

การเปลี่ยนแปลง

นั่นคือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นชีวิตของปาเกียวก็เปลี่ยนไป โค้ชโรชได้ให้สัมภาษณ์ใน The Gardian เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่า หลังจากที่ปาเกียวได้รู้จักกับพระเจ้า เขาไม่เคยดื่ม เที่ยว หรือทำตัวเสเพลอีกเลย เขาชอบถกเรื่องพระคัมภีร์กับโค้ชเวลาที่พวกเขาบินไปไหนมาไหนด้วยกัน ปาเกียวมักจะคอยถามตลอดว่าพระคัมภีร์ตอนนี้ตอนนั้นหมายความว่าอย่างไร และทุกครั้งที่ปาเกียวมีโอกาสออกสื่อต่างๆ เขาไม่เคยพลาดที่จะพูดถึงเรื่องราวของพระเจ้า ยกตัวอย่างบทสัมภาษณ์ใน Christian Post เดือนเมษายนที่ผ่านมา ปาเกียวได้กล่าวว่า ผมคิดว่านักกีฬาที่เป็นคริสเตียนทุกคนควรจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เช่นเดียวกับผู้เชื่อทุกคน เพราะคัมภีร์ได้กล่าวไว้เช่นนั้น

จากการเปิดเผยความเชื่อของเขา ปาเกียวไม่ได้รู้สึกอายเลย ที่จะพูดถึงการจัดลำดับความสำคํญในชีวิตของเขาใหม่ ในการสัมภาษณ์กับ Fox News เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปาเกียวได้กล่าวว่า เมื่อคุณมีพระเยซูในชีวิต และเมื่อคุณมีพระเจ้าในชีวิตของคุณ ทุกสิ่งบนโลกนี้จะไม่มีความสำคัญกับใจคุณเลย สิ่งที่สำคัญคือการมีพระเจ้าอยู่ในใจ และนั่นไม่ใช่แค่เพียงคำพูด แต่ปาเกียวได้บริจาครายได้ครึ่งหนึ่งจากการชกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาให้แก่การกุศล

ปาเกียวในวันนี้ ตรงข้ามกับปาเกียวในวันก่อนอย่างสิ้นเชิง จากชายที่เคยยืนขายโดนัทบนถนนที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศฟิลิปปินส์ ชายที่เคยใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายไปกับการดื่ม ผู้หญิง และการพนัน ซึ่งเราต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จในวันนี้ และแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเป็นอย่างเช่นในวันนี้ได้ ให้เราจำไว้ว่าหากปราศจากพระคุณของพระเจ้าแล้ว ปาเกียวก็คงไม่เป็นอย่างเช่นทุกวันนี้

เช่นเดียวกัน พระเจ้าช่วยเราให้หลุดพ้นจากความบาป ไม่ใช่เพราะความดีของเรา แต่เป็นเพราะพระคุณและความรักของพระเจ้า “แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลาย ให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์” (1 เปโตร 2:9) แล้วพวกเราล่ะ เราใช้ชีวิตด้วยความเชื่อเหมือนอย่างปาเกียวหรือไม่ ถ้ายัง เริ่มต้นตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ

เขียนโดย: Joanna Hor
แปลโดย: จริยา เฟื่องฟู

Tags: ,

6 Responses

  1. Nakrob Singsatid Joe Moo Jompol Puatawee.

  2. พระเจ้าทรงเลี้ยงดู

  3. เมื่อใดที่เราให้พระเจ้าได้รับเกียติและยกย้อง เราก็ได้รับตามน้อ ขอบคุณพระเจ้าสำกรับทุกๆๆๆอย่าง

  4. Arnun Thanavanich

    Praise and thank God for guiding me through the great article. May God bless everybody.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง