ทำไมต้องเป็นฉัน?

วันที่ 30-3-2015 • บทความ • admin • 3 ความคิดเห็น »

Why-me

ทำไมต้องเป็นฉัน?

“ทำไมต้องเป็นฉัน?” ชื่อหนังสือเล่มนี้ไม่เพียงสะดุดตาจนผมต้องหยิบมาอ่านเท่านั้น แต่คำถามบนปกยังสะกิดใจชวนให้ย้อนนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตมากมาย

ถ้าจะขยายความของคำถามประโยคสั้น ๆ นี้ก็คือ ทำไมพระเจ้าถึงทรงอนุญาตให้เราต้องเจอกับสถานการณ์ที่เจ็บปวดสุดแสนจะทน เคยมีครั้งหนึ่งที่ผมเฝ้าถามพระเจ้าแต่คำถามนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป แถมยังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว ความกดดันด้านการเรียน ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ความเชื่อที่สั่นคลอน และการทนทุกข์จากความหวาดกลัวและวิตกกังวล ผมพบกับเรื่องทั้งหมดนี้ในเวลาเดียวกัน ความทุกข์และความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันนี้แทบจะขยี้จิตวิญญาณของผมให้แหลกสลายไปอย่างสิ้นเชิง ผมรู้สึกเหมือนกับตกลงไปยังนรกที่กลับขึ้นมาไม่ได้ จนถึงจุดหนึ่ง (ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้ว่าเมื่อไร) ผมเริ่มหลบหน้าผู้คนเพราะหวาดกลัวสายตาของพวกเขาและรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่ต่อหน้าพวกเขา ตอนนั้นผมทานอะไรไม่ค่อยลง พอตกกลางคืนผมรู้สึกว้าเหว่ ว่างเปล่า และหวาดกลัวตลอดเวลา ผมมักจะสะดุ้งตื่นจากความฝันบ่อย ๆ จนทำให้ผมนอนหลับไม่พอทุกคืน ผมรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจความคิดและความรู้สึกของผมได้เลย แม้กระทั่งตัวผมเองก็เช่นกัน

ในช่วงเวลานั้น มีบางคนได้บอกผมให้ “ละความวิตกกังวลทุกอย่าง [ของผม] ไว้กับพระเจ้า” นอกจากผมจะไม่เข้าใจความหมายแล้ว ยังมีคำถามตามมาอีกมากมาย “คำว่า ’ละ’ หมายถึงอะไร ผมจะ ’ละ’ มันได้อย่างไร” บางคนก็บอกให้ผม “อธิษฐานและขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่ง” ผมทำไปหมดแล้ว! แต่ผมก็ยังรู้สึกเหมือนกับกำลังเดินอยู่ในหุบเขาแห่งความสิ้นหวัง ผมนั่งคุกเข่าทั้งน้ำตาอยู่ข้างเตียง จ้องมองไปที่ไม้กางเขน ผมอธิษฐานพร้อมกับหวังว่าพระเจ้าจะทรงช่วยผมขึ้นมาจากก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวังที่ไม่รู้จบนี้ แต่ทุกครั้งหลังจากอธิษฐาน ผมกลับรู้สึกเหมือนกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย สันติสุขที่ผมต้องการดูห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ หลายต่อหลายครั้งผมร้องไห้จนตัวสั่นไปทั้งตัวขณะที่ผมอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเจ้าจากก้นบึ้งของหัวใจว่า “พระบิดา โปรดช่วยลูกด้วย! ลูกทั้งสับสน จนปัญญา และแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ลูกเหมือนกำลังตกลงจากหน้าผาและกำลังจะตาย ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์ต่อลูกและตอบคำอธิษฐานของลูกโดยเร็วด้วยเถิด ทำไมลูกถึงต้องเจ็บปวดแบบนี้ ทำไมต้องเป็นลูก” ผมเฝ้าทูลถามพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยคำถามเดียวกับชื่อหนังสือที่ผมได้อ่าน

จนถึงตอนนี้ เมื่อผมได้มองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ผมได้ผ่านพ้นมา ผมถึงได้ตระหนักว่าสิ่งที่ผมได้รับมานั้นเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ล้ำค่าที่สุดเท่าที่ผมเคยเรียนรู้มา นั่นคือ การรอคอยพระเจ้า

ตลอดช่วงเวลาที่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ตอบคำอธิษฐานอ้อนวอนของผมนั้น แท้จริงแล้ว พระองค์ทรงกำลังสอนให้ผมรอคอยพระองค์ เมื่อผมอ่อนกำลัง พระองค์กำลังสอนให้ผมมอบทุกสิ่งที่มีให้กับพระองค์ เมื่อผมสิ้นหวังและมองไม่เห็นอนาคต พระองค์กำลังสอนให้ผมวางใจพระองค์ด้วยความเชื่ออย่างสิ้นสุดใจ ในระหว่างช่วงเวลาที่ดูเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดของผมไม่ได้ตอบคำอธิษฐานอ้อนวอนของผมในทันทีนั้น แต่จริง ๆ แล้ว พระองค์กำลังจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดที่จะประทานให้กับผมอยู่ สิ่งที่จำเป็นต่อผมในการเสริมกำลังเรี่ยวแรง จิตใจ และจิตวิญญาณของผม

“แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้” (มัทธิว 6:33) พระสัญญาของพระเจ้าดำรงอยู่นิจนิรันดร์ เมื่อผมได้เรียนรู้ที่จะเชื่อฟังในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าและความชอบธรรมของพระองค์ก่อน พระองค์ทรงเปิดเผยให้ผมได้เข้าใจถึงความจริง พระองค์ทรงเสริมกำลังให้ผมเผชิญหน้ากับความยากลำบากต่าง ๆ ในชีวิต เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ความขัดแย้งในครอบครัว และอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังทรงช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายของผมอีกด้วย (น้ำหนักของผมกลับขึ้นจาก 55 กก. ไปเป็น 67 กก.) พระองค์ทรงเพิ่มพูนความเชื่อให้กับผมเพื่อให้ผมสามารถประกาศเรื่องราวความรักของพระคริสต์ให้กับครอบครัวของผมได้ฟัง ซึ่งเปลี่ยนครอบครัวที่แต่เดิมเต็มไปด้วยความขัดแย้งให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และผมยังมีโอกาสได้ชวนพวกเขาไปที่โบสถ์ร่วมกับผมด้วย

เมื่อย้อนคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะสรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์ เราทุกคนคงจะเคยถามพระเจ้าด้วยคำถามนี้มาแล้วด้วยกันทั้งนั้น แต่หากเราได้เรียนรู้ที่จะมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากมุมมองที่ต่างออกไป เราจะมองเห็นได้ถึงวิธีการที่พระองค์ใช้ในการสอนเราในด้านต่าง ๆ คือ ใช้การทดลองเพื่อสอนเรื่องการยอมจำนน ใช้ความเจ็บป่วยเพื่อสอนเรื่องความวางใจ และใช้ช่วงเวลาที่อ่อนกำลังเพื่อสอนเรื่องความหวังใจ และในวันหนึ่ง เมื่อเรามองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เราได้พานพบมา เราจะร้องสรรเสริญต่อพระองค์ว่า “พระบิดา ขอบคุณพระองค์ที่ได้ทรงเลือกข้าพระองค์!”

เขียนโดย: Jason Chen
แปลโดย: ธนบูรณ์ ธรรมศรี
เรียบเรียงโดย: สิริวรรณ ภูษิตประภา

Tags: , , ,

3 Responses

  1. ขอบคุณคำหนุนใจ ซาบซึ้งและน้ำตาไหลออกมา
    ขอบคุณพระเจ้าทุกกรณี สรรเสริญพระเจ้า

  2. ใช่คะ พระเจ้าทรงอยู่กับเราแม้ในเวลาที่เราไม่เข้าใจคะ

  3. ขอบคุณพระเจ้าสำหรับกำลังใหม่ที่มาจากพระองค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง