5 สัญญาณที่จะรู้ว่าเขาคือคนที่ใช่

วันที่ 6-2-2015 • บทความ • admin • 3 ความคิดเห็น »

5-ways-to-know-he-is-the-one-to-marry– โดย Tracy Phua

ช่วงเวลาคบหาดูใจอาจทำให้บางคนวิตกกังวลและเหนื่อยใจ เพราะไม่รู้ว่าเขาคนนั้นเป็นคนที่ใช่ที่เราอยากจะแต่งงานด้วยจริงๆรึเปล่า? ฉันเองก็เคยถามคำถามนั้นเหมือนกันเมื่อ 16 เดือนก่อน เป็นช่วงเวลา 16 เดือนที่ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้ารวมถึงคนในครอบครัวอย่างมากที่ช่วยในการตัดสินใจของฉัน ถึงฉันจะไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากนัก แต่ก็พอคิดถึงสัญญาณบ่งบอก 5 อย่างที่จะช่วยให้เราตัดสินใจว่าจะลงเอยกับชายคนไหนดี

  1. เขารับฟังคุณ ผู้ชายมักจะเป็นนักแก้ปัญหาตัวยง อย่างพ่อ ลุง หรือน้าของฉันก็มักจะมีวิธีแก้ปัญหาเวลาที่แม่บ้านของเขาร้องขอความช่วยเหลือได้เสมอ แต่ผู้ชายบางคนก็มีแนวโน้มจะแก้ปัญหาไปหมดทุกสิ่งอย่าง โดยเฉพาะเมื่อเวลาที่ผู้หญิงของเขาโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งปรกติผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อเจอเรื่องกลุ้มใจและหันไปหาคู่รักของตัวก็เพื่อให้เขานั่งเงียบๆ รับฟัง และแค่คอยอยู่เคียงข้างเท่านั้น เราไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายมาคอยคิดหาทางออกซึ่งบางทีก็ไม่ใช่เวลาและบางครั้งถึงกับไม่เข้าท่าเลยทีเดียว แต่ผู้หญิงแค่ต้องการให้มีคนคอยเป็นเพื่อนและปลอบใจ ซึ่งพวกเราจะรับรู้ได้มากที่สุดตอนที่ผู้ชายของพวกเรานั่งเงียบๆและคอยฟังเราปลดปล่อยอารมณ์ออกมา

  2. เขาให้ความสำคัญในสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ ในช่วงที่เริ่มต้นคบหากัน ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะสนอกสนใจแฟนไปเสียทุกเรื่อง แต่เมื่อโปรโมชั่นหมด พวกเขาจะเริ่มเหินห่างและเฉยชา ดังนั้น คนที่จะมาใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกันกับคุณควรจะให้ความสำคัญในสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ เช่นว่าเมื่อเขารู้ว่าเราต้องออกงานสำคัญ เขาก็มาเป็นเพื่อนคอยเป็นกำลังใจให้ สำหรับฉันเป็นตอนที่แฟนของฉัน (ซึ่งปัจจุบันเป็นสามี) มาร่วมงานศพคุณยาย คุณยายเป็นคนสำคัญในชีวิตฉันมากซึ่งการที่เขามาทำให้ฉันรู้สึกดีมากด้วย

  3. เขากล่าวคำขอโทษเร็ว การ์เร็ต แมคคอยเคยกล่าวไว้ว่า “ผมอยากจะขอโทษคุณที่ผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณอยากให้ผมเป็น มากกว่าขอโทษพระเจ้าที่ผมไม่ได้เป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น” ผู้ชายที่ขอโทษอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่โดยการยอมรับว่าตัวเองผิดและแสดงออกว่าอยากคืนดี และยังแสดงด้วยว่าเขาไม่ถูกครอบงำด้วยความเย่อหยิ่งแบบผู้ชาย แต่ยอมรับว่าตัวเองบกพร่องและต้องการจะเติบโตไปอีกขั้นในความสัมพันธ์ร่วมกันกับเรา โดยส่วนตัวฉันเชื่อว่าในหลายเหตุการณ์คำว่า “ผมขอโทษ” มีค่ามากกว่า “ผมรักคุณ” เสียอีก

  4. เขาเข้ากับครอบครัวของคุณได้ดี ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของฉัน จึงเป็นเรื่องจำเป็นว่าคนในครอบครัวฉันจะต้องชอบสามีของฉันด้วย ฉันดีใจมากที่ป้าของฉันชอบทำกับข้าวให้สามีฉันทาน และสามีฉันก็กระตือรือร้นช่วยซ่อมของในบ้านให้กับป้า การได้รับการยอมรับจากครอบครัวเป็นการรับรองถึงอุปนิสัยของสามีในอนาคตของคุณ ถ้าเขามีนิสัยที่ดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

  5. เขายำเกรงพระเจ้า ฉันเคยได้ยินประโยคนี้มาหลายรอบ “คู่ที่อธิษฐานร่วมกัน จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอด” ฉันดีใจที่ฉันและสามีอธิษฐานด้วยกันเป็นประจำ แม้แต่ตอนก่อนแต่งงาน และยิ่งไปกว่านั้น ฉันดีใจที่เห็นความยำเกรงพระเจ้าของเขาแสดงออกผ่านการเชื่อฟังของเขา เก้าเดือนหลังแต่งงานกัน ฉันรับรองได้ด้วยตัวเองว่าเขาตั้งใจใช้เวลาตอนเช้าเพื่อเฝ้าเดี่ยว อ่านพระคัมภีร์ทุกวัน และพูดคุยเรื่องข้อพระคัมภีร์กับฉัน เขาทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจที่จะเฝ้าเดี่ยวและอธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อมากขึ้นด้วย

ช่วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมาได้สอนฉันว่า การแต่งงานคือการที่คนบกพร่องสองคนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น พระเจ้า ซึ่งเหมือนกับ “เชือกเกลียวที่สาม” จึงสามารถรวมให้เป็นเชือกหนึ่งเส้นที่ประสานกันอย่างแข็งแรงได้

การแต่งงานใช้ชีวิตกับใครสักคนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนก็เตือนฉันว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา แต่เราไม่ต้องกลัว เพราะนอกจากที่เราจะมีเพื่อนร่วมเส้นทางชีวิตไปตลอดแล้ว เรายังมีพระคริสต์เป็นศูนย์กลางของการชีวิตแต่งงาน และที่สำคัญที่สุดพระองค์ทรงสถิตอยู่ในชีวิตของเราทั้งคู่อีกด้วย

Tags:

3 Responses

  1. Dreammy A LittleChef Pornnapus Hanratchata Meimeimirin Aram Oh Korya Joy Nichakorn

  2. Dreammy A LittleChef Pornnapus Hanratchata Meimeimirin Aram Oh Korya Joy Nichakorn

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง