3 สิ่งที่เราหลงลืมเกี่ยวกับความรัก

วันที่ 27-2-2015 • บทความ • admin • 2 ความคิดเห็น »

3-Things-I-Forget-About-Love

3 สิ่งที่เราหลงลืมเกี่ยวกับความรัก

“ความรักคือกริยา” ประโยคนี้อยู่ในเนื้อเพลงของจอห์น เมเยอร์ เป็นชื่อหนังสือของแกรี่ แชพแมน และยังเป็นชื่อภาพยนตร์ในปี 2014 อีกด้วย แต่ความหมายที่ทั้งบทเพลง หนังสือ และภาพยนตร์ต้องการจะสื่อออกมาก็คือ ความรักที่แท้จริงต้องมีการกระทำ ไม่ใช่เพียงแค่ลมปาก ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง เหมือนที่ในพระคัมภีร์เขียนว่า “อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง” (1 ยอห์น 3:18) ในพระบัญญัติข้อใหญ่ของพระเจ้าได้อธิบายถึง “ความรัก” ที่รวมไปถึงทุกส่วนในความเป็นมนุษย์ของเรา “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (มัทธิว 22:37–39)

แต่หลายครั้งฉันเองก็เหนื่อยหน่ายกับความพยายามที่จะรักคนอื่น บางครั้งรู้สึกเหมือนตัวเองตีสองหน้าเมื่อต้องทำใจดีกับคนที่ฉันไม่ค่อยจะใยดีเท่าไหร่ คุณเคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม?

คำพูดที่ปราศจากการกระทำนั้นว่างเปล่าก็จริง แต่การกระทำนั้นก็ต้องมีเหตุผลด้วย อย่างที่อ.เปาโลเขียนไว้ใน 1 โครินธ์ 13:3 ว่า “แม้ข้าพเจ้าจะสละของสารพัดหรือยอมให้เอาตัวข้าพเจ้าไปเผาไฟเสีย แต่ไม่มีความรัก จะหาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าไม่” เหตุผลของการแสดงความรักนั้นสำคัญพอๆกับวิธีที่เราแสดงมันออกมา

1. ความรักเกิดจากพระเจ้า พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า “ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า” (1 ยอห์น 4:7) และ “พระเจ้าทรงเป็นความรัก” (1 ยอห์น 4:16) ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าและคนรอบข้างนั้นถือเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เมื่อเรายอมจำนนชีวิตของเราต่อน้ำพระทัยของพระองค์ (กาลาเทีย 5:22)

2. ความรักควรเป็นแรงจูงใจในทุกการกระทำของเรา ในยอห์น 3:16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์” เพราะพระเจ้าทรงรักเราพระองค์จึงส่งพระบุตรของพระองค์ลงมา แรงจูงใจอันนี้มั่นคงไม่เคยเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ความรักของพระเจ้าจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราประกาศและทำดีต่อคนอื่น เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้มีโอกาสเชื่อและได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ในพระองค์เช่นเดียวกัน แรงจูงใจอื่นๆจะทำให้ความรักของเราขึ้นๆลงๆและฉาบฉวย

3. ความรักไหลล้นจากความปิติยินดีที่ได้รู้จักและเชื่อฟังพระเจ้า เป็นไปไม่ได้ที่เราจะรักโดยไม่มีพระเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นต้นกำเนิดของความรัก แล้วถ้าเราไม่รับเอาความชื่นชมยินดีในการรู้จักและเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว เราจะสัมผัสกับความรักของพระเจ้าได้อย่างไร? พระเยซูคริสต์ทรงแสดงออกถึงความปลื้มปิติที่ได้เชื่อฟังพระเจ้า พระองค์ทรงอดทนต่อบททดสอบที่ทุกข์ทรมานบนไม้กางเขน “เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์” เป็นความยินดีที่ได้ทำภารกิจที่พระบิดามอบให้สำเร็จ (ฮีบรู 12:2) นี่สิคือการกระทำด้วยความรักที่พระองค์แสดงออกมาและทรงรู้สึกปลาบปลื้มที่รู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยพระองค์! เราควรเอาพระเยซูเป็นแบบอย่างเมื่อเวลาที่เราตกอยู่ในอันตรายของความท้อแท้และเหน็ดเหนื่อย (ฮีบรู 12:3)

ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงพยายามทำตัวให้น่ารักกว่าเดิม ฉันอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานความชื่นชมยินดีในพระองค์ให้ฉันเป็นอย่างแรก และให้ฉันยึดพระองค์ไว้ให้เหมือนกับสมบัติล้ำค่า ฉันเชื่อว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น ความรักของฉันจะส่งต่อไปยังผู้อื่นได้ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตามที่ฉันพบเจอ และฉันขอให้สิ่งนี้เป็นคำอธิษฐานของคุณด้วยเช่นกัน

ผู้เขียน: อลิซาเบธ แชนดร้า
ผู้แปล: สิริวรรณ ภูษิตประภา

Tags: ,

2 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง