หินยูเรก้า

วันที่ 4-12-2013 • มานาประจำวัน • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ODB_041213

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ซ่อนไว้ในทุ่งนาเมื่อมีผู้ได้พบแล้วก็กลับซ่อนเสียอีก และเพราะความปรีดีจึงไปขายสรรพสิ่งซึ่งเขามีอยู่แล้วไปซื้อนานั้น – มัทธิว 13:44

อ่าน: มัทธิว 13:44-50

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : เอเสเคียล 47-48; 1 ยอห์น 3

ในปี 1867 ที่ไร่แห่งหนึ่งในประเทศแอฟริกาใต้ อีราสมุส เจคอบส์ วัย 15 ปี สังเกตเห็นหินก้อนหนึ่งเป็นประกายใต้แสงอาทิตย์ ต่อมาเพื่อนบ้านที่ได้รู้ข่าวเรื่องหินที่เปล่งประกายก้อนนี้ มาขอซื้อหินจากครอบครัวของเขา แม่ของอีราสมุสไม่รู้ว่ามันมีค่า จึงบอกกับเพื่อนบ้านว่า “ถ้าคุณอยากได้ ก็เอาไปเถอะ”

ที่สุดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านแร่วิทยาระบุว่าหินก้อนนี้คือเพชร 21.25 กะรัต และมีมูลค่ามหาศาล และเป็นที่รู้จักในนาม “เพชรยูเรก้า” (คำว่ายูเรก้าในภาษากรีกแปลว่า “ฉันพบมัน!”) ต่อมาไม่นาน ราคาที่ดินใกล้กับไร่ของเจคอบส์ก็พุ่งทะยานขึ้น ใต้ผืนดินนั้นคือเหมืองเพชรที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบกันมา

พระเยซูตรัสว่า การได้มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้านั้นมีคุณค่าดั่งขุมทรัพย์ “แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ซ่อนไว้ในทุ่งนา เมื่อมีผู้ได้พบแล้วก็กลับซ่อนเสียอีก และเพราะความปรีดีจึงไปขายสรรพสิ่งซึ่งเขามีอยู่แล้วไปซื้อนานั้น” (มัทธิว 13:44)

เมื่อเราเชื่อวางใจในพระคริสต์เราก็ได้พบ “ช่วงเวลายูเรก้า” ฝ่ายวิญญาณพระเจ้าประทานการอภัยผ่านทางพระบุตรของพระองค์ นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดที่สามารถพบเจอได้ ขณะนี้ทุกชีวิตจึงสามารถเริ่มจดจ่อที่คุณค่าของการได้เป็นสมาชิกที่มีความสุขในอาณาจักรนิรันดร์ของพระองค์ การแบ่งปันการค้นพบอันทรงคุณค่านี้แก่ผู้อื่น จึงเป็นความชื่นชมยินดีของเรา – HDF

แผ่นดินของพระเจ้า
คือขุมทรัพย์ที่มีไว้เพื่อแบ่งปัน

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง