รอยไหม้จากความอยากรู้อยากเห็น

วันที่ 29-5-2013 • บทความ • admin • 3 ความคิดเห็น »

Chaz Oswald เขียน
ศรัทธาทิพย์ แปล

เมื่อผมอายุเจ็ดขวบ ผมเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ คงไม่ต่างกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ

เย็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ผมออกไปเล่นกับเพื่อนสนิทสองคน ขณะที่พวกเรากำลังสำรวจไร่ข้าวโพดใกล้ๆ อยู่นั้น พวกเราบังเอิญไปเจอกองไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่

กองไฟถูกทิ้งไว้ใกล้จะดับแล้ว เหลือเพียงแต่ถ่านไม้ที่ยังติดไฟอยู่บ้าง ผมสังเกตเห็นวัตถุแวววาวในกองเถ้าถ่าน ผมเลยก้มเก็บเศษกระป๋องนั้นขึ้นมา จุดที่ผมจับวัตถุโลหะนั้นแค่มันอุ่นๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ (คนอื่นคงเรียกว่าความโง่เขลาแบบเด็กๆ) ผมวางกระป๋องนั้นลงบนแขนของผม

มันร้อนมาก! ผมรีบทิ้งกระป๋องนั้นทันที สิ่งที่เหลืออยู่คือรอยไหม้บนแขนใหญ่ประมาณสองคูณสามนิ้ว คงไม่ต้องบอกว่าผมแสบแขนขนาดไหน

คุณคงเคยได้ยินที่เขาบอกกันว่า “ถ้าคุณเล่นกับไฟ ไม่ช้าก็เร็วคุณจะถูกไฟไหม้” และผมก็โดนไหม้จริงๆ ผมไม่ทันนึกว่ากระป๋องส่วนที่ผมไม่ได้จับนั้นอยู่กลางกองไฟพอดี

ความบาปก็เหมือนการเล่นกับไฟ มันเป็นสิ่งยั่วยวนที่น่าหลงใหล มันดึงดูดให้เราเมินสัญญาณอันตรายและเดินตรงไปหน้าประตูของมัน เราถูกล่อลวงให้หาข้อแก้ตัวและหาเหตุผลที่จะไม่คิดถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายที่จะตามมา เราคิดว่า “ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันบิดเบือนความจริง ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันกำลังดูสื่อลามกทางอินเตอร์เน็ต ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันดื่มมากเกินไปแล้ว” แล้วเราก็จำนนต่อตัณหาของเนื้อหนัง

แต่ความบาปคือสิ่งหลอกลวง อย่างที่ผมถูกหลอกด้วยด้านที่เย็นของกระป๋องไหม้ไฟนั้น ในตอนเริ่มต้น ความบาปอาจดูเหมือนสนุกหรือแม้แต่ทำให้เรารู้สึกสนุก แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความบาปที่เราเล่นด้วยนั้นก็จะเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า เฉกเช่นประกายไฟในป่าแล้ง

แม้การต้านทานการทดลองจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะมีทางออกเสมอ พระองค์ตรัสว่า “ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (1โครินธ์ 10:13) แต่ดังที่พระคัมภีร์กล่าว อย่าคิดว่าเราเข้มแข็งพอที่จะต่อสู้กับบ่วงแร้วของความบาปได้ด้วยตัวเอง

ยูจีน ปีเตอร์สันถอดความ 1โครินธ์ 10:11-12 เอาไว้ว่า “ได้มีคนทำสัญญาณเตือนภัยอันตรายต่างๆไว้แล้ว ในหนังสือประวัติศาสตร์ก็ได้มีการบันทึกไว้เพื่อที่เราจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยพวกเขาเหล่านั้นอีก เรื่องราวของพวกเราบนโลกดำเนินไปเฉกเช่นเดียวกับในอดีต พวกเราสามารถทำผิดพลาดได้ไม่ต่างกับพวกเขา อย่าไร้เดียงสาและมั่นใจในตัวเองนัก เพราะคุณเองก็ไม่ยกเว้น คุณสามารถล้มคะมำหัวทิ่มพื้นได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับคนอื่น ให้เราเลิกวางใจในตัวเราเองเพราะมันไร้ประโยชน์ แต่ให้เชื่อมั่นในพระเจ้าของเราให้มากขึ้น”

 

Tags:

3 Responses

  1. lyn

    ชอบ ชวนติดตาม

  2. ฮาว

    ขอบคุณพระเจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง