ความเกลียดชังเป็นภัยแก่ตัว

วันที่ 28-4-2012 • มานาประจำวัน • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย – โรม 12:17

อ่าน: เอสเธอร์ 7:1-10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : 2 พงศาวดาร 17-19;

จอร์จ วอชิงตัน คาร์เวอร์ (1864-1943)เอาชนะการเหยียดผิวอย่างรุนแรงจนได้กลายเป็นนักการศึกษาที่มีชื่อเสียงในอเมริกาคาร์เวอร์ไม่ยอมขมขื่นกับการถูกปฏิบัติที่เขาได้รับ เขากล่าวว่า “ความจงเกลียดจงชังภายในจิตใจจะทำร้ายผู้ที่คิดเช่นนั้นในที่สุด”

ในพระธรรมเอสเธอร์ เราได้เห็นว่าความเกลียดชังทำลายเราได้ขนาดไหน โมรเดคัยซึ่งเป็นชาวยิว ปฏิเสธไม่แสดงความเคารพฮามานผู้ซึ่งเป็นเจ้านายตำแหน่งสูงในราชสำนักเปอร์เซีย ฮามานโกรธมาก จึงบิดเบือนข้อมูลทำให้โมรเดคัยและชาวยิวดูเหมือนเป็นภัยต่อประเทศชาติ (เอสเธอร์ 3:8-9) เมื่อแผนของเขาสำเร็จฮามานขอให้กษัตริย์เปอร์เซียสังหารชาวยิวทุกคน พระราชาจึงออกกฤษฎีกาตามนั้น แต่ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ เอสเธอร์เข้ามาแทรกแซงและแผนการชั่วร้ายของฮามานถูกเปิดเผย (เอสเธอร์ 7:1-6) พระราชาทรงกริ้วและสั่งให้ประหารฮามานด้วยตะแลงแกงที่เขาเตรียมไว้ประหารโมรเดคัย (เอสเธอร์ 7:7-10)

ถ้อยคำของคาร์เวอร์และการกระทำของฮามานเตือนให้เราระลึกว่าความเกลียดชังเป็นภัยแก่ตัวเราเอง การตอบสนองตามแบบพระคัมภีร์คือให้แปลงความเกลียดชังไปในทางตรงข้ามและตอบแทนการชั่วด้วยการดี เปาโลกล่าวว่า “อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย” (รม.12:17) เมื่อถูกทำไม่ดี“อย่าทำการแก้แค้น” (รม.12:19) ตรงกันข้าม จงทำสิ่งที่ดี (รม.12:17) เพื่อ “อยู่อย่างสงบกับทุกคน” (รม.12:18) – HDF

ความเกลียดชังทำลายตัวเอง
แต่ความรักทำให้คำสอนของพระคริสต์สมบูรณ์

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง