ทำไมคริสเตียนต้องรอ?

วันที่ 31-1-2012 • คู่พระพร, บทความ • admin • 7 ความคิดเห็น »

โดยแอลลิสัน สตีเวนส์
จาก Help for My Life

เซ็กส์ไม่ใช่ประเด็นร้อนในสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของคนมีแฟนทุกคน เซ็กส์เป็นแรงปรารถนาตามธรรมชาติที่พระเจ้าประทานให้ เป็นของขวัญเพื่อให้เรามีความสุขและยังแสดงออกถึงความสนิทสนม

 

แต่พระเจ้าทรงมีแผนการอะไรในเรื่องเพศสัมพันธ์หรือเปล่า? ขอบเขตและแนวทางคืออะไร? ลองมาหาคำตอบในพระคัมภีร์กัน

 

ข้อแรก พระเจ้าทรงตั้งพระทัยให้เซ็กส์เป็นสิ่งที่ชายหญิงมีความสุขร่วมกันในชีวิตแต่งงาน พระเจ้าทรงสร้างเอวาเพราะอาดัมต้องมีคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสมกับเขา อาดัมต้องการเพื่อน ความสัมพันธ์และความสนิทสนม ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงตั้งการแต่งงานไว้ ให้เป็นความสัมพันธ์ที่ศักดิ์สิทธิ์และมีเกียรติเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น (ปฐก.2:23-25)

 

ข้อสอง พระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มบอกให้เราหลีกเลี่ยงการทำผิดทางเพศทุกประเภท (ดู กจ.15:29 และ รม.1:29 และ กท.5:19 และ 1 คร.6:13-18 และ 1 ธส.4:3) พระคัมภีร์เดิมบอกไว้ชัดเจนว่าพระเจ้าทรงสนพระทัยเรื่องความบริสุทธิ์ทางเพศ (ฉธบ.22) ในพระคัมภีร์ใหม่ เปาโลบอกว่า การตอบสนองความต้องการทางเพศก่อนแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่ผู้เชื่อจะทำได้ (1 คร.7:2, 8, 9)

 

ข้อสาม เมื่อเราใช้ประโยชน์จากร่างกายของคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางจิตใจ) เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศโดยไม่แต่งงาน เราก็มีความผิดฐานโลภ อพยพ 20:17 บอกว่า “อย่าโลภครัวเรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใดๆ ซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน” ความโลภหมายถึง “ความอยากได้ การหาความสุข ความสำราญ” ประเด็นคืออะไรที่ไม่ใช่ของคุณ คุณเอาไปไม่ได้ คุณไม่มีสิทธิ์สนุกสนานกับสิ่งที่ไม่ใช่ของคุณ คุณต้องถามตัวเองว่า “ฉันกำลังมีความสุขอย่างเห็นแก่ตัว (โลภ) กับสิ่งที่ไม่ใช่ของฉันหรือเปล่า?” ร่างกายของเราเป็นของพระเจ้าและของคู่สมรสของเราเท่านั้น (1 คร.6:19 และ 1 คร.7:4)

 

สุดท้าย ในฐานะที่เราเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราต้องควบคุมทั้งความประพฤติ การตัดสินใจและความคิดทั้งปวงด้วยความรัก (มธ.22:37-40) การรักแฟนของคุณหมายความว่าอย่างไร? ความรักหมายถึงการเห็นแก่แฟนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวมากกว่าความต้องการของตัวเอง การรักหมายถึงการเคารพและปกป้อง (1 คร.13:4-7) เราควรตรวจสอบเจตนาและการกระทำของเราด้วยการถามตัวเองว่า “ฉันตั้งใจทำสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้ฉันทำจริงๆ หรือเปล่า?” “ฉันเห็นแก่แฟนมากกว่าความปรารถนาของตัวเอง เพราะฉันรักเขาใช่หรือไม่?” “ความสัมพันธ์ของฉันกับแฟนจะยืนหยัดผ่านการทดสอบเรื่องความรักได้อย่างไร?”

 

โลกอยากให้เราเชื่อว่าเพศสัมพันธ์นอกขอบเขตการสมรสนั้นเป็นเรื่องโอเค แต่หากไม่มีการผูกพันของการแต่งงานแล้ว เซ็กส์ก็เป็นเพียงภาพลวงตา ของความสนิทสนมตื้นๆ เท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่าแรงกระตุ้นทางอารมณ์หรือการหลีกหนีความเหงาเพียงชั่วคราว พูดง่ายๆ ก็คือ เห็นแก่ตัว ผลก็คือ เซ็กส์มักกลายเป็นเครื่องมือในการควบคุมและบงการคนอื่น จนอาจถึงขั้นบิดเบือนความหมายแท้จริงของเรื่องเพศ ซึ่งคนบาปและสิ้นหวังอย่างเรามีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น

 

สิ่งนี้ห่างไกลจากสิ่งที่พระเจ้าวางไว้ให้ลูกของพระองค์มากนัก พระเจ้าทรงรักเราและทรงปรารถนาให้เราได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด พระเจ้าทรงประทานสิ่งดีให้เราเพลิดเพลิน ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ทางเพศด้วย (ยน.13:34; ยก.1:17) แล้วเราจะมีความสุขกับเพศมากที่สุดได้อย่างไร? ก็โดยอยู่ในกรอบของการแต่งงานที่ผูกพันกัน เพราะภายในกรอบของการแต่งงานด้วยความรักจะประกอบด้วยความมั่นใจ ความรับผิดชอบและคำมั่นสัญญาที่จะประคองความสัมพันธ์เอาไว้แม้ในยามยากลำบาก

 

 

คุณอาจสงสัยว่า “แล้วฉันทำอะไรได้บ้างก่อนแต่งงาน?” นอกจากเรื่องการมีเพศสัมพันธ์แล้ว พระคัมภีร์ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าอะไรห้ามและอะไรไม่ห้าม พระเจ้าทรงให้เราตัดสินใจโดยยึดหลักที่กล่าวไว้ข้างต้น อย่างไรก็ดี เราควรเตรียมตัวไว้ก่อนจะก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์อันโรแมนติคกับใคร

 

หนึ่ง กำหนดขอบเขตเลย! อย่ารอจนตกอยู่ในสถานการณ์โรแมนติกแล้วค่อยคิดว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน การจับมือ โอบกอดหรือจูบล้วนเป็นการแสดงความรักที่เกินขอบเขตวัฒนธรรมไทย การสัมผัสที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศเป็นสิ่งที่ห้ามเด็ดขาดเพราะสงวนไว้สำหรับคู่แต่งงานเท่านั้น

 

สอง ฟังเสียงเล็กๆ ในใจ ถ้าคุณทำหรืออยู่ในเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกผิดหรือถูกล่วงเกิน จงเชื่อความรู้สึกเหล่านั้น เพราะเราแต่ละคนมีแรงขับดันตามธรรมชาติที่จะปกป้องตัวเราเอง ความรู้สึกของเราที่เกิดขึ้นนี้เป็น “เครื่องเตือนเบื้องต้น” ที่บอกเราว่าสิ่งที่เราทำอยู่อาจไม่ดีกับเรา เราต้องเชื่อความรู้สึกของเรา พูดออกมาและฝึกฟัง “เสียงเล็กๆ” นั้น

 

สาม ลองนึกภาพว่าคนที่คุณคบเป็นแฟนคือคู่สมรสในอนาคตของคุณ นั่นคงไม่ยาก อีกครั้งให้ลองจินตนาการว่า คนที่คุณคบเป็นแฟนไม่ใช่คนที่จะเป็นคู่สมรสของคุณในอนาคต คุณอยากให้การคบกันนั้นเป็นไปอย่างไร คุณอยากให้ความสัมพันธ์ทางเพศนั้นไปไกลแค่ไหน การกระทำแบบไหนจึงจะเรียกว่าเกินขอบเขต คราวนี้ให้ลองคิดว่าคนที่คุณกำลังคบอยู่ คือ คู่สมรสของคนอื่นในอนาคต คุณจะจากคนคนนี้อย่างไร ทิ้งให้เสียหายนิดหน่อยอย่างนั้นหรือ คุณอยากให้ว่าที่คู่สมรสของคุณเป็นอย่างนั้นไหม คุณอยากให้คนที่คบพี่สาวหรือน้องสาวของคุณปฏิบัติกับเธออย่างไร อยากให้พี่ชายหรือน้องชายคุณดูแลแฟนแบบไหน? การฝึกคิดแบบนี้ช่วยให้เรามองเห็นภาพการคบกันในมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เพราะเราทุกคนต่างมีคนพิเศษของเราที่เรารักและอยากปกป้อง เราจึงควรปฏิบัติต่อคนที่เราคบด้วยอย่างคนที่เรารักและให้เกียรติเช่นเดียวกัน

 

การรอจนแต่งงานแล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์อาจเป็นเรื่องยาก เรามักอยากเลือกทำสิ่งที่ให้ความสุขทันที หากเราถูกทดลองให้ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาทางเพศ ให้เราทูลต่อพระเจ้า วางใจพระองค์ว่าพระองค์จะทรงดูแลทุกความต้องการของเรา และจงใช้สติปัญญาและการควบคุมตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการตกบ่วงแร้วของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน

 

พระเจ้าจะยังทรงรักเราหรือไม่หากเราเดินออกนอกลู่ทางของพระองค์? พระองค์จะทรงให้อภัยหรือไม่หากเรารักษามาตรฐานความบริสุทธิ์ของพระองค์ไว้ไม่ได้? เราทุกคนต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของพระเจ้า ดาวิดเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่พ่ายแพ้ต่อการทดลองเรื่องเพศสัมพันธ์นอกขอบเขตของการแต่งงาน (2 ซมอ.11:3-12:20) ดาวิดมีความสัมพันธ์กับบัธเชบา ซึ่งเป็นภรรยาของอุรีอาห์ ดาวิดโกหกและฆ่าอุรีอาห์เพื่อกลบเกลื่อนความผิด แต่หลังจากที่ท่านถูกนาธันชี้ให้เห็นความผิด ท่านก็กลับใจและพระเจ้าทรงให้อภัยท่าน แต่ดาวิดยังคงต้องรับผลของบาปนั้น ท่านต้องมีชีวิตอยู่โดยได้ชื่อว่าเป็นฆาตกร ชื่อเสียงแปดเปื้อน บุตรชายต้องเสียชีวิตและมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับครัวเรือนของท่าน ดาวิดต้องประสบความทุกข์ยากเพราะเลือกจะมีเพศสัมพันธ์กับบัธเชบา คุณจะเลือกมีชีวิตอย่างไร?

 

Tags: ,

7 Responses

  1. ขอบคุณพระเจ้าที่ให้การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องที่สุด ในเรืองเพศ เพราะไม่เช่นนั้นเราทุกคนต้องตกอยู่ในวังวนของการล่วงละเมิดกับคนอื่น ซึ่งเรายังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าใช่คู่สมรสของเราหรือไม่

  2. ขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้า พระองค์ทรงสั่งสอนให้เรารู้ผิดรู้ชอบ คริสเตียนควรตระหนักให้มาก…….
    พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอรมในทางธรรม….. 2 ทิโมธี 3:16

  3. เมื่อเราทำผิดเรื่องเพศแล้ว เราควรจะต้องทำยังไงค่ะ
    อยากได้คำตอบมากค่ะ เพื่อเป็นการสอนตัวเองและผู้อื่น

  4. Coke

    เมื่อเราทำผิด เราต้องยอมรับว่าเราเป็นคนบาป กลับใจเสียใหม่ ดำเนินตามวิถีทางพระเยซู ครับ
    พระเยซูรักเรา
    พระเยซู ทรงถูกทรมาน และ ตรึงกางเขน เพื่อให้เราหายดีครับ :>

  5. boomlsk

    คือคบกับแฟนมาได้สองเดือน ตอนแรกเราคิดว่าคนนี้คือคนที่พระเจ้าจัดเตรียมให้ เพราะไม่ได้จีบอะไรเลย เกิดจาการสนิทกันมากเรื่อยๆเอง พอแฟนได้ฟังเทศนาเรื่อง รอพระเจ้า หรือเราจะหาเอง แฟนก็ขอเลิกเพราะบอกอยากรอพระเจ้า ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องยอม ตอนนี้ก็ยังรักเหมือนเดิม แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี อยากกลับมาคบกันอีก ควรทำยังไงดีครับ

    • mnsc

      การเลิกกันตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า เลิกกันตลอดไป ให้เป็นเวลาแห่งการทบทวน แผนการของพระเจ้าก็เพื่อสวัสดิภาพของเรา เพื่ออนาคตของเรา ดังนั้น การขอความมั่นใจจากพระเจ้าก็เป็นสิ่งที่ดี จะไม่มีวันสายเกินไปถ้าเราอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้า เรื่องแบบนี้ไม่ควรรีบร้อน
      ฝากไว้กับพระเจ้าดีที่สุดค่ะ

  6. me

    ทำไมคนนั้นกลับมาทำร้ายจิตใจเรตลอดแล้วบอกพระเจ้าให้เราอภัย…ถ้าผมจะขอนิ่งจะผิดไหมครับใจมันบอกคนนี้พอแล้ว. ศบ.ก็เคยแนะนำแต่มันรักไปแล้วอ่ะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง