ศาสนศาสตร์สำหรับทุกคน

วันที่ 27-3-2011 • มานาประจำวัน • admin • 1 ความคิดเห็น »

เราคือพระเจ้า ทรงสำแดงความรักมั่นคง ความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก – เยเรมีย์ 9:24

อ่าน: เยเรมีย์ 23:25-32

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ผู้วินิจฉัย 1-3; ลูกา 4:1-30

บางคนบอกว่า ศาสนศาสตร์เป็นเรื่องของ “นักศาสนศาสตร์” เท่านั้น แต่เหตุการณ์ในยุคของเยเรมีย์ได้ทำให้เห็นเหตุผลที่ทุกคนควรรู้ว่าพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาในยุคของเยเรมีย์ได้บิดเบือนพระเจ้าโดยพยากรณ์ “การหลอกลวงแห่งจิตใจของเขาเอง” (ยรม.23:26) และนำประชากรหลงไปโดยคำมุสาของเขา (ยรม.23:32) และเพราะพวกเขาไม่สัตย์ซื่อ ประชาชนจึงไม่ได้รู้จักพระลักษณะที่แท้จริงของพระเจ้า

ทุกวันนี้มีคนอธิบายภาพพระเจ้าว่าทรงพิโรธเคียดแค้น และอยากจะลงโทษคนที่ทำผิดแม้เพียงเล็กน้อย แต่พระเจ้าอธิบายว่าพระองค์ “ทรงพระกรุณา ทรงกอปรด้วยพระคุณ ทรงกริ้วช้า และบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคงและความสัตย์จริง” (อพย.34:6) บางคนทำให้โลกเห็นภาพพระเจ้าว่าทรงเปี่ยมด้วยความรักเมตตาจนไม่ลงโทษผู้ที่ทำผิด แต่พระเจ้าตรัสว่า พระองค์ทรงความยุติธรรมและความชอบธรรม (ยรม.9:24) ทรงเป็นทั้งพระผู้พิพากษาเที่ยงธรรมและพระบิดาผู้เปี่ยมรัก หากเน้นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เราจะได้ภาพพระเจ้าที่ผิดเพี้ยนไป

สิ่งสำคัญที่เราได้รู้และสามารถประกาศแก่โลกได้คือ พระเจ้าไม่ได้ต้องการจะลงโทษเรา พระองค์ปรารถนาให้เรากลับใจเพื่อจะทรงยกโทษให้ (2 ปต.3:9) แต่ในรักแท้นั้น พระองค์จะต้องมีความเที่ยงธรรมอย่างที่สุดด้วย – JAL

ทุกคนจะต้องได้พบพระเจ้า
ในฐานะที่ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดหรือไม่ก็พระผู้พิพากษา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราคือพระเจ้าทรงสำแดงความรักมั่นคงความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก – เยเรมีย์ 9:24

อ่าน: เยเรมีย์ 23:25-32

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ผู้วินิจฉัย 1-3; ลูกา 4:1-30

บางคนบอกว่า ศาสนศาสตร์เป็นเรื่องของ “นักศาสนศาสตร์” เท่านั้น แต่เหตุการณ์ในยุคของเยเรมีย์ได้ทำให้เห็นเหตุผลที่ทุกคนควรรู้ว่าพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับพระองค์เองอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาในยุคของเยเรมีย์ได้ บิดเบือนพระเจ้าโดยพยากรณ์ “การหลอกลวง แห่งจิตใจของเขาเอง” (ยรม.23:26) และนำประชากรหลงไปโดยคำมุสาของเขา (ข้อ 32) และเพราะพวกเขาไม่สัตย์ซื่อ ประชาชนจึงไม่ได้รู้จักพระลักษณะที่แท้จริงของพระเจ้า

ทุกวันนี้มีคนอธิบายภาพพระเจ้าว่าทรงพิโรธ เคียดแค้น และอยากจะลงโทษคนที่ทำผิดแม้เพียงเล็กน้อย แต่พระเจ้าอธิบายว่าพระองค์ “ทรงพระกรุณาทรงกอปรด้วยพระคุณทรงกริ้วช้า และบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคงและความสัตย์จริง” (อพย.34:6) บางคนทำให้โลกเห็นภาพพระเจ้าว่าทรงเปี่ยมด้วยความรักเมตตา จนไม่ลงโทษผู้ที่ทำผิด แต่พระเจ้าตรัสว่า พระองค์ทรงความยุติธรรมและความชอบธรรม (ยรม.9:24) ทรงเป็นทั้งพระผู้พิพากษาเที่ยงธรรมและพระบิดาผู้เปี่ยมรัก หากเน้นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เราจะได้ภาพพระเจ้าที่ผิดเพี้ยนไป

สิ่งสำคัญที่เราได้รู้และสามารถประกาศแก่โลกได้คือ พระเจ้าไม่ได้ต้องการจะลงโทษเรา พระองค์ปรารถนาให้เรากลับใจเพื่อจะทรงยกโทษให้ (2 ปต. 3:9) แต่ในรักแท้นั้น พระองค์จะต้องมีความเที่ยงธรรมอย่างที่สุดด้วย – JAL

ทุกคนจะต้องได้พบพระเจ้า ในฐานะที่ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดหรือไม่ก็พระผู้พิพากษา

Tags: ,

One Response

  1. ทรงเป็นทั้งพระผู้พิพากษาเที่ยงธรรมและพระบิดาผู้เปี่ยมรัก ชอบมากเลยคราบบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง