ปล่อย

วันที่ 17-2-2011 • บทความ • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

โดย ไมค์ วิทท์เมอร์


อ่าน: มัทธิว 10:32-42

หลี่เยว่ตกหลุมรักโหวโหย่วจิงเข้าอย่างจัง พวกเขามาจากจังหวัดเดียวกัน ชอบตีแบตและชอบภาพยนต์ตะวันตกเหมือนกัน และราวกับพรหมลิขิต พวกเขาพบกันระหว่างทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น หลี่เยว่ขาดโหวโหย่วจิงไม่ได้ และเธอก็ไม่สังเกตว่าการที่เธอโทรไปบ่อยๆ และการวางแผนไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์เริ่มทำให้เขาอึดอัด เขาค่อยๆ ถอนตัว ในที่สุดก็ขอเลิก หลี่เยว่เสียใจมาก เธอขอร้องอย่างสิ้นหวังว่า “ฉันรักเธอนะ!”

ความรักใดก็ตามที่ไม่ได้เริ่มต้นจากพระเจ้า แท้จริงแล้วมันก็คือการเห็นแก่ตัว

แต่นั่นใช่ความรักจริงๆ หรือเปล่า? โจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์อธิบายว่า เราจะรักคนอื่นๆ จริงก็ต่อเมื่อเรารักพวกเขาก่อนในพระเจ้า ความรักใดก็ตามที่ไม่ได้เริ่มต้นจากพระเจ้า แท้จริงแล้วมันก็คือการเห็นแก่ตัว เรารักตัวเอง ไม่รักคนอื่น เรารักครอบครัวเรา ไม่รักครอบครัวอื่น เรารักประเทศเรา ไม่รักประเทศอื่น วงจรความรักของเราอาจจะแผ่กว้างออกไปทั่วโลก แต่กระนั้นเราก็ยังชอบคนในโลกของเรามากกว่าคนในโลกของคนอื่น เอ็ดเวิร์ดส์อธิบายว่า “ความดีที่แท้จริงอยู่ในความรักต่อพระองค์ผู้ทรงเป็น” และหลังจากนั้นค่อย “ต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ”

นี่คือบางส่วนของสิ่งที่พระเยซูตรัสเมื่อพระองค์ทรงสั่งให้เรารักพระองค์มากกว่าครอบครัวหรือเพื่อนฝูง (มธ.10:37) พระองค์ไม่เพียงแต่เตือนเรื่องรูปเคารพเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงบอกเราถึงวิธีการมีความสุขกับความสัมพันธ์ใกล้ชิดของเราด้วย เมื่อใดก็ตามที่เรารักผู้อื่นมากกว่ารักพระเจ้า เราก็เรียกร้องจากพวกเขามากกว่าที่พวกเขาจะให้ได้ สุดท้าย ความต้องการของเราก็จะทำให้พวกเขาอึดอัด

พระเยซูตรัสว่าเรายึดสิ่งใดไว้ เราจะสูญเสียสิ่งนั้น แต่ “ผู้ที่สู้เสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เราก็จะได้ชีวิตรอด” (มธ.10:39) แบบที่เขาพูดกันว่า “ถ้าคุณรักใคร จงปล่อยคนนั้นไป” ในพระเจ้า

 

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า คุณกำลังให้คนอื่น สิ่งอื่น หรืองานอดิเรกอื่น
มาแทนที่พระเจ้าหรือไม่?
คุณจะชื่นชมกับสิ่งนั้นในฐานะที่มันเป็นของขวัญจากพระเจ้าได้อย่างไร?

 

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง