เรียกให้จาก

วันที่ 10-1-2011 • มานาประจำวัน • admin • 4 ความคิดเห็น »

พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้” – ปฐมกาล 12:1

อ่าน: ปฐมกาล 12:1-9

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ปฐมกาล 25-26; มัทธิว 8:1-17

คนที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก คือเพื่อนสมัยเรียน ที่มาเป็นคริสเตียนขณะกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาเรียนจบได้เกียรตินิยม และเข้าศึกษาต่อในสถาบันพระคริสตธรรมมีชื่อ เขารับใช้เป็นศิษยาภิบาลในคริสตจักรเล็กๆ เป็นเวลาหลายปี จากนั้นพระเจ้าเรียกเขาไปรับใช้ในคริสตจักรเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไกลจากบ้านและครอบครัว หลังจากรับใช้ที่นั่น 12 ปี เขารู้สึกว่าสมาชิกจำเป็นต้องมีผู้นำคนใหม่ เขาจึงจากไป เขาไม่ได้รับข้อเสนอให้ไปรับใช้ในคริสตจักรใหญ่ หรือไปสอนที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ที่จริงแล้ว เขาไม่ได้งานใหม่เลยด้วยซ้ำ เขารู้เพียงแค่ว่าพระเจ้าทรงนำเขาไปทางอื่น และเขาก็ทำตาม

เมื่อเราคุยกันเรื่องนี้ เพื่อนของฉันกล่าวว่า “หลายคนพูดกันถึงการทรงเรียกให้ไปที่ต่างๆ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงการทรงเรียกให้จาก”

การเชื่อฟังในหลายๆ ด้านของเขาเหมือนกับการเชื่อฟังของอับราฮัม บิดาของชนชาติอิสราเอล ที่เดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน (ฮบ.11:8-10) ความยากลำบากต่างๆ เช่น การกันดารอาหาร (ปฐก.12:10) ความกลัว (ปฐก.12:11-20) และความขัดแย้งในครอบครัว (ปฐก.13:8) อาจเป็นข้ออ้างให้เกิดความสงสัย แต่อับราฮัมก็อดทนและเพราะความเชื่อของท่าน พระเจ้าทรงนับว่าท่านชอบธรรม (กท.3:6)

ชีวิตที่เชื่อฟังอาจจะไม่ง่าย แต่จะได้รับพระพร (ลก.11:28) – JAL

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังไปที่ใด ถ้าคุณรู้ว่าพระเจ้าทรงนำทาง

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้” – ปฐมกาล 12:1

อ่าน: ปฐมกาล 12:1-9

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ปฐมกาล 25-26; มัทธิว 8:1-17

คนที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก คือเพื่อนสมัยเรียน ที่มาเป็นคริสเตียนขณะกำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เขาเรียนจบได้เกียรตินิยม และเข้าศึกษาต่อในสถาบันพระคริสตธรรมมีชื่อ เขารับใช้เป็นศิษยาภิบาลในคริสตจักรเล็กๆ เป็นเวลาหลายปี จากนั้นพระเจ้าเรียกเขาไปรับใช้ในคริสตจักรเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไกลจากบ้านและครอบครัว หลังจากรับใช้ที่นั่น 12 ปี เขารู้สึกว่าสมาชิกจำเป็นต้องมีผู้นำคนใหม่ เขาจึงจากไป เขาไม่ได้รับข้อเสนอให้ไปรับใช้ในคริสตจักรใหญ่ หรือไปสอนที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ที่จริงแล้ว เขาไม่ได้งานใหม่เลยด้วยซ้ำ เขารู้เพียงแค่ว่าพระเจ้าทรงนำเขาไปทางอื่น และเขาก็ทำตาม

เมื่อเราคุยกันเรื่องนี้ เพื่อนของฉันกล่าวว่า “หลายคนพูดกันถึงการทรงเรียกให้ไปที่ต่างๆ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงการทรงเรียกให้จาก”

การเชื่อฟังในหลายๆ ด้านของเขาเหมือนกับการเชื่อฟังของอับราฮัม บิดาของชนชาติอิสราเอล ที่เดินทางออกไปโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน (ฮบ.11:8-10) ความยากลำบากต่างๆ เช่น การกันดารอาหาร (ปฐก.12:10) ความกลัว (ข้อ 11-20) และความขัดแย้งในครอบครัว (13:8)อาจเป็นข้ออ้างให้เกิดความสงสัย แต่อับราฮัมก็อดทนและเพราะความเชื่อของท่าน พระเจ้าทรงนับว่าท่านชอบธรรม (กท.3:6)

ชีวิตที่เชื่อฟังอาจจะไม่ง่าย แต่จะได้รับพระพร (ลก.11:28) – JAL

คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากำลังไปที่ใด ถ้าคุณรู้ว่าพระเจ้าทรงนำทาง

Tags:

4 Responses

  1. เราอาจจะมีเป้าหมายในสิ่งที่วางแผนหรือสิ่งที่วาดฝันไว้ไปต่างๆนาๆ เราไม่อาจรู้ว่าหนทางชีวิตข้างหน้าจะเป็นฉันใด แต่รู้ว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมทุกสิ่งไว้สำหรับผู้ที่เชื่อ วางใจและทำตามพระคำของพระองค์ แล้วแต่พระองค์เจ้า แล้วแต่พระทัย โปรดจูงนำข้าไปให้ข้าเชือ วางใจและเดินตามพระคำพระองค์จนถึงที่หมายในพระสัญญา อาเมน

  2. “ฉันจะไปถ้าทรงเรียกใช้” – เมื่อเราเชื่อและวางใจ พระองค์ก็ทรงเป็นผู้นำทาง

  3. ถึงวันนี้แม้ไม่ว่าจะเป็นยังไง พระเจ้าก็ทรงนำเราอยู่เสมอถึงแม้วันนี้เราจะไม่มีงานพระเจ้าก็ไม่ทรงให้เราขัดสน พระเจ้าทรงเสี้ยงดูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปทีใดถ้าพระองค์ทรงเรียกใช้ ฉันก็จะไปถึงแม้จะต้องจากสิ่งที่รักมากไปก็ตาม…

  4. พระเจ้าย่อมมีแผนการเสมอถ้าพระองค์ทรงเรียกให้เราไปหรือจากไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง