ธรรมชาติชิงชังความว่างเปล่า

วันที่ 21-1-2011 • มานาประจำวัน • mnsc • 1 ความคิดเห็น »

ได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม – เอเฟซัส 3:19

อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อพยพ 1-3; มัทธิว 14:1-21

อริสโตเติล นักปรัชญาโบราณกล่าวไว้ว่า “ธรรมชาติชิงชังความว่างเปล่า” เขาสรุปจากการสังเกตว่า ธรรมชาติต้องการให้พื้นที่ทุกอณูถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอากาศที่ไร้สีสัน และกลิ่นก็ตาม

ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็เช่นกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มกล่าวโทษเราถึง
ความบาป ความคิดเรื่องการปรับปรุงตนเองก็เข้ามาในความคิดของเราทันที เราพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อต่อสู้กับนิสัยแย่ๆ แต่ยิ่งเราพยายามกำจัดความคิด ทัศนคติ และความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ต้องพบกับความล้มเหลวมากเท่านั้น เพราะการกำจัดสิ่งใดออกไป จะเกิดพื้นที่ว่างในจิตวิญญาณขึ้น เมื่อใดก็ตามที่เรากำจัดความชั่วร้ายอย่างหนึ่งออกไป ความชั่วร้ายแบบใหม่ก็จะรีบเข้ามาแทนที่ จนในที่สุด เรากลับแย่หรือเลวร้ายลงยิ่งกว่าตอนที่เราเริ่มต้น

เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เปาโลกล่าวแก่ชาวเอเฟซัสเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อท่านอธิษฐานทูลขอให้พระคริสต์สถิตในใจของพวกเขาทางความเชื่อ เพื่อพวกเขาจะได้ “ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์… เพื่อ [พวกเขา] จะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม” (อฟ.3:19)

การแก้ปัญหาความบาปในชีวิตอย่างยั่งยืนมีเพียงทางเดียว คือให้ความรักของพระเยซูแทนที่ความว่างเปล่า ยิ่งเราเต็มด้วยความรักของพระองค์มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีที่ว่างสำหรับสิ่งชั่วร้ายน้อยลงเท่านั้น – JAL

เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านก่อนพระเยซูเสด็จมา
พระองค์จะทรงจัดการให้ หลังจากเราให้พระองค์เข้ามา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม – เอเฟซัส 3:19

อ่าน: เอเฟซัส 3:14-21

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อพยพ 1-3 มัทธิว 14:1-21; มัทธิว 14:1-21

อริสโตเติล นักปรัชญาโบราณกล่าวไว้ว่า “ธรรมชาติชิงชังความว่างเปล่า” เขาสรุปจากการสังเกตว่า ธรรมชาติต้องการให้พื้นที่ทุกอณูถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งบางอย่าง แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอากาศที่ไร้สีสัน และกลิ่นก็ตาม

ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็เช่นกัน เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มกล่าวโทษเราถึงความบาป ความคิดเรื่องการปรับปรุงตนเองก็เข้ามาในความคิดของเราทันที เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อต่อสู้กับนิสัยแย่ๆ แต่ยิ่งเราพยายามกำจัดความคิด ทัศนคติ และความปรารถนาที่ไม่บริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ต้องพบกับความล้มเหลวมากเท่านั้น เพราะการกำจัดสิ่งใดออกไป จะ เกิดพื้นที่ว่างในจิตวิญญาณขึ้น เมื่อใดก็ตามที่เรากำจัดความชั่วร้ายอย่างหนึ่งออกไป ความชั่วร้ายแบบใหม่ก็จะรีบเข้ามาแทนที่ จนในที่สุด เรากลับแย่หรือเลวร้ายลงยิ่งกว่าตอนที่เราเริ่มต้น

เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เปาโลกล่าวแก่ชาวเอเฟซัสเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อท่านอธิษฐานทูลขอให้พระคริสต์สถิตในใจของพวกเขาทางความเชื่อ เพื่อพวกเขาจะได้ “ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์… เพื่อ [พวกเขา] จะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม” (3:19)

การแก้ปัญหาความบาปในชีวิตอย่างยั่งยืนมีเพียงทางเดียว คือให้ความรักของพระเยซูแทนที่ความว่างเปล่า ยิ่งเราเต็มด้วยความรักของพระองค์มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีที่ว่างสำหรับสิ่งชั่วร้ายน้อยลงเท่านั้น – JAL

เราไม่จำเป็นต้องจัดบ้านก่อนพระเยซูเสด็จมา พระองค์จะทรงจัดการให้ หลังจากเราให้พระองค์เข้ามา

Tags:

One Response

  1. โดนเลยครับ ขอความรัก ขอฤทธาทรงเติมใจข้าให้ล้นไหล เพื่อข้าจะสรรเสริญพระองค์ด้วยสิ้นสุดจิต สุดใจ สุดกำลังความคิด ขอให้ข้าพระองค์ได้อยู่ใกล้ชิดและอยู่ในเวลาของพระองค์เสมอ อาเมน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง