ขับรถในความมืด

วันที่ 17-1-2011 • มานาประจำวัน • mnsc • ไม่มีความคิดเห็น »

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์ – สดุดี 119:105

อ่าน: สดุดี 119:105-112

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ปฐมกาล 41-42; มัทธิว 12:1-23

ผมเคยคิดเสมอว่า ผมสามารถผจญทุกสิ่งได้ หากองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกล่วงหน้าว่า ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดจะ“เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง” (รม.8:28) แต่ผมจะเผชิญความยากลำบากได้ดีกว่านี้มาก หากผมรู้ชัดว่า “ผลอันดี” นั้นคืออะไร

แต่ปกติแล้วพระเจ้าจะไม่ทรงสำแดงแก่เราว่า พระองค์กำลังนำเราไปที่ใด ทรงบอกเพียงให้เราวางใจในพระองค์ เช่นเดียวกับการขับรถตอนกลางคืน ไฟหน้ารถของเราไม่ได้ส่องให้เรามองเห็นปลายทางในคราวเดียว มันช่วยให้เราเห็นประมาณ 48 เมตรเบื้องหน้าเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกมุ่งต่อไป เราไว้ใจในไฟหน้ารถ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือแสงสว่างซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เราเคลื่อนไปข้างหน้า

พระวจนะของพระเจ้าเปรียบเสมือนไฟหน้าในเวลาอันมืดมิด และเต็มไปด้วยพระสัญญาที่จำเป็นสำหรับเรา ในการขับเคลื่อนชีวิตให้พ้นห้วงน้ำแห่งความขมขื่นและผิดหวัง พระวจนะของพระองค์สัญญาว่า พระองค์จะไม่ละเรา หรือทอดทิ้งเราเลย (ฮบ.13:5) พระวจนะของพระเจ้าให้ความมั่นใจแก่เราว่า พระองค์ทรงรู้แผนงานที่มีไว้สำหรับเรา แผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้ “อนาคตและความหวังใจ” แก่เรา (ยรม.29:11) และพระองค์ทรงบอกเราว่า การทดลองต่างๆ ทำให้เราดีขึ้น มิใช่ก่อให้เกิดความขมขื่น (ยก.1:2-4)

ดังนั้นหากต่อไปคุณรู้สึกว่ากำลังขับรถในความมืด จงจำไว้ว่า คุณต้องวางใจไฟหน้าของคุณ พระวจนะของพระเจ้าจะส่องสว่างหนทางของคุณ – JS

คุณจะไม่สะดุดในความมืด ถ้าคุณเดินในความสว่างแห่งพระวจนะของพระเจ้า

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์ – สดุดี 119:105

อ่าน: สดุดี 119:105-112

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : ปฐมกาล 41-42; มัทธิว 12:1-23

ผมเคยคิดเสมอว่า ผมสามารถผจญทุกสิ่งได้ หากองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบอกล่วงหน้าว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ผมเชื่อว่าในท้ายที่สุดจะ“เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง” (รม.8:28) แต่ผมจะเผชิญความยากลำบากได้ดีกว่านี้มาก หากผมรู้ชัดว่า “ผลอันดี” นั้นคืออะไร

แต่ปกติแล้วพระเจ้าจะไม่ทรงสำแดงแก่เราว่า พระองค์กำลังนำเราไปที่ใด ทรงบอกเพียงให้เราวางใจในพระองค์ เช่นเดียวกับการขับรถตอนกลางคืน ไฟหน้ารถของเราไม่ได้ส่องให้เรามองเห็นปลายทางในคราวเดียว มันช่วยให้เราเห็นประมาณ 48 เมตรเบื้องหน้าเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกมุ่งต่อไป เราไว้ใจในไฟหน้ารถ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือแสงสว่างซึ่งเพียงพอ ที่จะทำให้เราเคลื่อนไปข้างหน้า

พระวจนะของพระเจ้าเปรียบเสมือนไฟหน้าในเวลาอันมืดมิด และเต็มไปด้วยพระสัญญาที่จำเป็นสำหรับเรา ในการขับเคลื่อนชีวิตให้พ้นห้วงน้ำแห่งความขมขื่นและผิดหวัง พระวจนะของพระองค์สัญญาว่า พระองค์จะไม่ละเรา หรือทอดทิ้งเราเลย (ฮบ.13:5) พระวจนะของพระเจ้าให้ความมั่นใจแก่เราว่า พระองค์ทรงรู้แผนงานที่มีไว้สำหรับเรา แผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้ “อนาคตและความหวังใจ” แก่เรา (ยรม.29:11) และพระองค์ทรงบอกเราว่า การทดลองต่างๆทำให้เราดีขึ้น มิใช่ก่อให้เกิดความขมขื่น (ยก.1:2-4)

ดังนั้นหากต่อไปคุณรู้สึกว่ากำลังขับรถในความมืด จงจำไว้ว่า คุณต้องวางใจไฟหน้าของคุณ พระวจนะของพระเจ้าจะส่องสว่างหนทางของคุณ-JS

คุณจะไม่สะดุดในความมืด ถ้าคุณเดินในความสว่างแห่งพระวจนะของพระเจ้า

Tags: ,

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

บทความที่เกี่ยวข้อง