ความเมตตาอย่างเพื่อนบ้าน

วันที่ 2-11-2010 • มานาประจำวัน • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึงคนนั้น ครั้นเห็นแล้วก็มีใจเมตตา – ลูกา 10:33

อ่าน: ลูกา 10:25-37

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : เยเรมีย์ 27-29, ทิตัส 3

อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่ขัดขวางการสำแดงความเมตตาคือ การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าใครบ้างที่สมควรได้รับความเมตตาจากเรา พระเยซูทรงเล่าอุปมาเรื่องหนึ่งเพื่อตอบคำถามที่ว่า “ใครเป็นเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า“ (ลก.10:29) หรือใครที่มีคุณสมบัติคู่ควรเพื่อนบ้าน

พระเยซูทรงเล่าว่าชายคนหนึ่งเดินทางไปบนทางเปลี่ยวจากเยรูซาเล็มไปเยรีโค ระหว่างทางเขาถูกโจรปล้นและทำร้ายเกือบจะตาย ชาวยิวที่เคร่งศาสนา (ปุโรหิตและเลวี) เดินผ่านมา แต่เดินเลี่ยงไปอีกฟากหนึ่ง อาจเพราะกลัวว่าจะทำให้ตนเองเป็นมลทิน แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง ซึ่งเดินผ่านมากลับมีใจเมตตาต่อชายแปลกหน้าที่ถูกทำร้ายผู้นั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข

ผู้ที่ได้ฟังเรื่องนี้คงจะเข้าใจว่าพระเยซูต้องการบอกอะไรกับพวกเขาเพราะชาวยิวมักดูถูกชาวสะมาเรีย ชาวสะมาเรียผู้นี้อาจยับยั้งความเมตตาหรือจำกัดความเป็นเพื่อนบ้าน เพราะชายที่บาดเจ็บเป็นคนยิว แต่เขากลับเห็นคุณค่าของคน จึงไม่ได้ยับยั้งความเมตตาไว้ เขาเห็นคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือและเลือกที่จะเข้าไปช่วยเขา

คุณกำลังเลือกที่จะเมตตาเฉพาะคนที่คุณคิดว่าควรจะได้รับความเมตตาจากคุณหรือไม่ ในฐานะสาวกของพระคริสต์ ให้เราหาโอกาสที่จะสำแดงความเมตตาอย่างเพื่อนบ้านต่อคนทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่เราคิดว่าไม่สมควร – MW

ความรักที่เรามีต่อพระคริสต์เป็นความรักที่แท้จริง เช่นเดียวกับความรักที่เรามีต่อเพื่อน

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึงคนนั้น ครั้นเห็นแล้วก็มีใจเมตตา – ลูกา 10:33

อ่าน: ลูกา 10:25-37

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : เยเรมีย์ 27-29; ทิตัส 3

อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งที่ขัดขวางการสำแดงความเมตตาคือ การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าใครบ้างที่สมควรได้รับความเมตตาจากเรา พระเยซูทรงเล่าอุปมาเรื่องหนึ่งเพื่อตอบคำถามที่ว่า “ใครเป็นเพื่อนบ้านของข้าพเจ้า“ (ลก.10:29) หรือใครที่มีคุณสมบัติคู่ควรเพื่อนบ้าน

พระเยซูทรงเล่าว่าชายคนหนึ่งเดินทางไปบนทางเปลี่ยวจากเยรูซาเล็มไปเยรีโค ระหว่างทางเขาถูกโจรปล้นและทำร้ายเกือบจะตาย ชาวยิวที่เคร่งศาสนา (ปุโรหิตและเลวี) เดินผ่านมา แต่เดินเลี่ยงไปอีกฟากหนึ่ง อาจเพราะกลัวว่าจะทำให้ตนเองเป็นมลทิน แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง ซึ่งเดินผ่านมากลับมีใจเมตตาต่อชายแปลกหน้าที่ถูกทำร้ายผู้นั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข

ผู้ที่ได้ฟังเรื่องนี้คงจะเข้าใจว่าพระเยซูต้องการบอกอะไรกับพวกเขาเพราะชาวยิวมักดูถูกชาวสะมาเรีย ชาวสะมาเรียผู้นี้อาจยับยั้งความเมตตาหรือจำกัดความเป็นเพื่อนบ้าน เพราะชายที่บาดเจ็บเป็นคนยิว แต่เขากลับเห็นคุณค่าของคน จึงไม่ได้ยับยั้งความเมตตาไว้ เขาเห็นคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือและเลือกที่จะเข้าไปช่วยเขา

คุณกำลังเลือกที่จะเมตตาเฉพาะคนที่คุณคิดว่าควรจะได้รับความเมตตาจากคุณหรือไม่ ในฐานะสาวกของพระคริสต์ ให้เราหาโอกาสที่จะสำแดงความเมตตาอย่างเพื่อนบ้านต่อคนทั้งปวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่เราคิดว่าไม่สมควร – MW

ความรักที่เรามีต่อพระคริสต์เป็นความรักที่แท้จริง เช่นเดียวกับความรักที่เรามีต่อเพื่อนบ้าน

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง