พูดแทนพระเจ้า

วันที่ 16-10-2010 • มานาประจำวัน • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ที่น่าอับอายไปหมดสิ้นแล้วเราไม่ทำกลอุบายและไม่ไดพลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า – 2 โครินธ์ 4:2

อ่าน: เยเรมีย์ 23:16, เยเรมีย์ 23:30-40

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อิสยาห์ 47-49, 1 เธสะโลนิกา 4

บางครั้งผู้คนก็เข้าใจสิ่งที่ฉันเขียนผิดไป แม้ฉันจะพยายามเขียนให้ชัดเจนที่สุดแล้วก็ตาม ฉันจะรู้สึกแย่เมื่อฉันทำผิดพลาด และ ฉันเองก็พยายามปรับปรุงทักษะของตนให้ดีขึ้น ถึงกระนั้น บางคราวผู้อ่านก็ตีความออกนอกบริบท หรือไม่ก็ตีความไปคนละเรื่อง ซึ่งถ้างานถูกตีพิมพ์ออกไปแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะควบคุมการตีความของแต่ละคนได้

สิ่งนี้เตือนให้เรานึกถึงความผิดพลาดที่ร้ายแรงยิ่งกว่า นั่นคือการใช้พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าในทางที่ผิด ดังเช่นผู้เผยพระวจนะหลายคนในสมัยของเยเรมีย์ พวกเขาพูดสิ่งที่ตนต้องการให้เกิดขึ้น แล้วอ้างว่าเป็นถ้อยคำ จากพระโอษฐ์ของพระเจ้า ทั้งที่พระองค์ไม่เคยตรัสอย่างนั้น ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสกับประชากรของพระองค์ว่า “อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะ ผู้เผยให้ท่านฟัง เขากล่าวถึงนิมิตแห่งใจของเขาเอง มิใช่จากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (ยรม.23:16) และทรงเตือนพวกเขาว่า พระองค์จะทรงทอดทิ้งผู้ ที่ผันแปรถ้อยคำของพระองค์ และโยนเขาไปเสียจากพระพักตร์ของพระองค์ (เยเรมีย์ 23:36, เยเรมีย์ 23:39)

ตรงกันข้าม อัครทูตเปาโลกลับพูดว่า ท่านไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า (2 คร.4:2) ท่านทราบถึงอันตรายของการเทศนาความคิดของตนแทนที่จะเป็นความคิดของพระเจ้า เราทุกคนจะต้องระวังการใช้พระวจนะของพระเจ้า ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ แทนที่จะตอบสนองความต้องการของเราเอง – JAL

ขอพระเจ้าสอนข้าให้ซื่อตรง ยึดมั่นคงตามพระคำทรงสอนไว้ ไม่ตีความบิดเบือนตามแต่ใจ เพียงเพื่อให้ตนพ้นจากมลทิน – Sper

เราต้องปรับตัวเราให้เข้ากับพระคัมภีร์ และอย่าพยายามปรับพระคัมภีร์ให้เข้ากับเรา

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ที่น่าอับอายไปหมดสิ้นแล้วเราไม่ทำกลอุบายและไม่ไดพลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า – 2 โครินธ์ 4:2

อ่าน: เยเรมีย์ 23:16,30-40

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : อิสยาห์ 47-49; 1 เธสะโลนิกา 4

บางครั้งผู้คนก็เข้าใจสิ่งที่ฉันเขียนผิดไป แม้ฉันจะพยายามเขียนให้ชัดเจนที่สุดแล้วก็ตาม ฉันจะรู้สึกแย่เมื่อฉันทำผิดพลาด และ ฉันเองก็พยายามปรับปรุงทักษะของตนให้ดีขึ้น ถึงกระนั้น บางคราวผู้อ่านก็ตีความออกนอกบริบท หรือไม่ก็ตีความไปคนละเรื่อง ซึ่งถ้างานถูกตีพิมพ์ออกไปแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะควบคุมการตีความของแต่ละคนได้

สิ่งนี้เตือนให้เรานึกถึงความผิดพลาดที่ร้ายแรงยิ่งกว่า นั่นคือการใช้พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าในทางที่ผิด ดังเช่นผู้เผยพระวจนะหลายคนในสมัยของเยเรมีย์ พวกเขาพูดสิ่งที่ตนต้องการให้เกิดขึ้น แล้วอ้างว่าเป็นถ้อยคำ จากพระโอษฐ์ของพระเจ้า ทั้งที่พระองค์ไม่เคยตรัสอย่างนั้น ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสกับประชากรของพระองค์ว่า “อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะ ผู้เผยให้ท่านฟัง เขากล่าวถึงนิมิตแห่งใจของเขาเอง มิใช่จากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (ยรม.23:16) และทรงเตือนพวกเขาว่า พระองค์จะทรงทอดทิ้งผู้ ที่ผันแปรถ้อยคำของพระองค์ และโยนเขาไปเสียจากพระพักตร์ของพระองค์ (ข้อ 36, 39)

ตรงกันข้าม อัครทูตเปาโลกลับพูดว่า ท่านไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า (2 คร.4:2) ท่านทราบถึงอันตรายของการเทศนาความคิดของตนแทนที่จะเป็นความคิดของพระเจ้า เราทุกคนจะต้องระวังการใช้พระวจนะของพระเจ้า ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ แทนที่จะตอบสนองความต้องการของเราเอง – JAL

เราต้องปรับตัวเราให้เข้ากับพระคัมภีร์ และอย่าพยายามปรับพระคัมภีร์ให้เข้ากับเรา

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง