อัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

วันที่ 16-9-2010 • มานาประจำวัน • admin • 1 ความคิดเห็น »

ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์ – โยบ 42:5

อ่าน: โยบ 36:26-33

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : สุภาษิต 25-26, 2 โครินธ์ 9

การได้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางป่าเขาในตอนกลางของประเทศอเมริกาฝั่งตะวันตก ทำให้ผมรู้สึกทึ่งกับชีวิตสัตว์ป่าท้องถิ่นที่มีอยู่ตามธรรมชาติในแถบนี้ แต่ในการเดินทางไปยังชายฝั่งแคลิฟอร์เนียเมื่อไม่นานมานี้ ผมตื่นตะลึงยิ่งกว่า เมื่อได้เห็นแมวน้ำช้างที่ส่งเสียงครืดคราด สิงโตทะเลที่ทำเสียงคล้ายสุนัขเห่า และป่าสนยักษ์ที่เงียบสงัด ผมได้เห็นนกกระทุงบินเป็นแนว ปลาวาฬอพยพพ่นน้ำอยู่ลิบๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตนับล้านชนิดที่เป็นแหล่งกำเนิดความสมดุลทางธรรมชาติอันสลับซับซ้อนและเปราะบาง

ผมตื่นตะลึงยิ่งกว่า เมื่อได้เห็นแมวน้ำช้างที่ส่งเสียงครืดคราด สิงโตทะเลที่ทำเสียงคล้ายสุนัขเห่า และป่าสนยักษ์ที่เงียบสงัด

พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าความหลากหลายแห่งโลกธรรมชาตินั้นถูกออกแบบมา ไม่เพียงเพื่อให้เรารู้สึกอัศจรรย์ใจเท่านั้น แต่ความมหัศจรรย์ในธรรมชาติยังช่วยให้เรายอมรับและดำเนินไปกับพระเจ้า ผู้ทรงยอมให้เกิดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานอันสุดจะพรรณาได้

เราเห็นได้จากการทนทุกข์ของโยบ ในขณะที่เขาทนทุกข์ โยบหารู้ไม่ว่า พระเจ้าทรงชื่นชมเขาอย่างมาก จนยอมให้ซาตานทดสอบความเชื่อของเขาด้วยการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า

บทสรุปที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ องค์พระผู้สร้างผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญาและฤทธิ์อำนาจในการออกแบบสิ่งมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ทรงยิ่งใหญ่พอที่เราจะไว้วางใจในพระองค์ เมื่อเกิดความเจ็บปวดและการทนทุกข์ที่เราไม่อาจเข้าใจ โยบประกาศด้วยความยำเกรงพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์ทราบแล้วว่าพระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” (42:2) เราไว้วางใจในพระเจ้าองค์นี้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น – MRD II

การนมัสการพระเจ้าในธรรมชาติเป็นเรื่องดี
หากนั่นทำให้เรานมัสการพระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือธรรมชาติ

ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์ – โยบ 42:5

อ่าน: โยบ 36:26-33

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : สุภาษิต 25-26; 2 โครินธ์ 9

การได้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางป่าเขาในตอนกลางของประเทศอเมริกาฝั่งตะวันตก ทำให้ผมรู้สึกทึ่งกับชีวิตสัตว์ป่าท้องถิ่นที่มีอยู่ตามธรรมชาติในแถบนี้ แต่ในการเดินทางไปยังชายฝั่งแคลิฟอร์เนียเมื่อไม่นานมานี้ ผมตื่นตะลึงยิ่งกว่า เมื่อได้เห็นแมวน้ำช้างที่ส่งเสียงครืดคราด สิงโตทะเลที่ทำเสียงคล้ายสุนัขเห่า และป่าสนยักษ์ที่เงียบสงัด ผมได้เห็นนกกระทุงบินเป็นแนว ปลาวาฬอพยพพ่นน้ำอยู่ลิบๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตนับล้านชนิดที่เป็นแหล่งกำเนิดความสมดุลทางธรรมชาติอันสลับซับซ้อนและเปราะบาง

พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าความหลากหลายแห่งโลกธรรมชาตินั้นถูกออกแบบมา ไม่เพียงเพื่อให้เรารู้สึกอัศจรรย์ใจเท่านั้น แต่ความมหัศจรรย์ในธรรมชาติยังช่วยให้เรายอมรับและดำเนินไปกับพระเจ้า ผู้ทรงยอมให้เกิดความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานอันสุดจะพรรณาได้

เราเห็นได้จากการทนทุกข์ของโยบ ในขณะที่เขาทนทุกข์ โยบหารู้ไม่ว่า พระเจ้าทรงชื่นชมเขาอย่างมาก จนยอมให้ซาตานทดสอบความเชื่อของเขาด้วยการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า

บทสรุปที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือ องค์พระผู้สร้างผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญาและฤทธิ์อำนาจในการออกแบบสิ่งมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ทรงยิ่งใหญ่พอที่เราจะไว้วางใจในพระองค์ เมื่อเกิดความเจ็บปวดและการทนทุกข์ที่เราไม่อาจเข้าใจ โยบประกาศด้วยความยำเกรงพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์ทราบแล้วว่าพระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” (42:2) เราไว้วางใจในพระเจ้าองค์นี้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น – MRD II

การนมัสการพระเจ้าในธรรมชาติเป็นเรื่องดี หากนั่นทำให้เรานมัสการพระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือธรรมชาติ

Tags: ,

One Response

  1. ตื่นขึ้นมายามเช้าเมื่อแสงแดดส่อง.มาถึงที่นอน…พระเจ้ามาปลุกฉันให้ลุกจากที่นอน เสียงนกร้องขับขานประสานบทเพลง แห่งการสรรเสริญพระเจ้า ..ม้นเป็นเช้าวันใหม่ ที่สดใสอยู่ในความมหัศจรรย์ของพระองค์…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง