จะหยุดร้องเพลงได้อย่างไร

วันที่ 29-8-2010 • มานาประจำวัน • admin • ไม่มีความคิดเห็น »

ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่ – สดุดี 146:2

อ่าน: สดุดี 146

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : สดุดี 126-128, 1 โครินธ์ 10:19-33

โรเบิร์ต โลว์รีย์ รู้สึกว่าการเทศนาเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่าน แต่ศิษยาภิบาลแห่งศตวรรษที่ 19 ผู้นี้ กลับเป็นที่จดจำเพราะท่านประพันธ์บทเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนองของพระกิตติคุณและบทเพลงนมัสการ รวมกว่า 500 เพลง เช่นเพลง “พระคริสต์ฟื้นขึ้น” “ข้าขอพึ่งพระองค์เจ้า” และ “ที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งชีวี”

ในปี 1860 ขณะที่สหรัฐกำลังจะเข้าสู่สงครามกลางเมือง โลว์รีย์ไม่ได้จดจ่อกับสถานการณ์ที่กำลังคุกคามประเทศ แต่กลับจดจ่ออยู่ที่พระคริสต์ ผู้ไม่เปลี่ยนแปลง ท่านได้เขียนบทเพลงอมตะต่อไปนี้

แม้ว่าความยินดีความสบาย
จะจางหายไปจากใจของฉัน
แต่พระเจ้ายังดำรงทรงชีวัน
ความหวังพลันเปล่งประกายในฤทัย
แม้เวลาชีวิตฉันมืดมน
มีบทเพลงเต็มล้นพระประทานให้
ฉันพึ่งพาพระองค์ไม่หวั่นไหว
ทรงยิ่งใหญ่เหนือสวรรค์และแผ่นดิน

ความมั่นใจในพระเจ้าของโลว์รีย์ในยามทุกข์ลำบากนี้สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้เขียนสดุดีว่า “อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดินในวันเดียว กันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขาคือพระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข คือผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระเจ้าของเขา”(สดด.146:3-5)

ไม่ว่าคุณจะตอบสนองต่อชีวิตด้วยการจดจ่อที่ความเชื่อหรือความกลัว แต่เรารู้ว่า “พระเจ้าทรงครอบครองเป็นนิตย์” (สดด.146:10) เราจึงไม่อาจหยุดร้องเพลงสรรเสริญได้ – DCM

หากคุณยังคงปรับคลื่นตรงกับพระเจ้า คุณก็สามารถร้องเพลงได้แม้กระทั่งในความมืด

ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่ – สดุดี 146:2

อ่าน: สดุดี 146

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี : สดุดี 126-128; 1 โครินธ์ 10:19-33

โรเบิร์ต โลว์รีย์ รู้สึกว่าการเทศนาเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่าน แต่ศิษยาภิบาลแห่งศตวรรษที่ 19 ผู้นี้ กลับเป็นที่จดจำเพราะท่านประพันธ์บทเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนองของพระกิตติคุณและบทเพลงนมัสการ รวมกว่า 500 เพลง เช่นเพลง “พระคริสต์ฟื้นขึ้น” “ข้าขอพึ่งพระองค์เจ้า” และ “ที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งชีวี”

ในปี 1860 ขณะที่สหรัฐกำลังจะเข้าสู่สงครามกลางเมือง โลว์รีย์ไม่ได้จดจ่อกับสถานการณ์ที่กำลังคุกคามประเทศ แต่กลับจดจ่ออยู่ที่พระคริสต์ ผู้ไม่เปลี่ยนแปลง ท่านได้เขียนบทเพลงอมตะต่อไปนี้

แม้ว่าความยินดีความสบาย

จะจางหายไปจากใจของฉัน

แต่พระเจ้ายังดำรงทรงชีวัน

ความหวังพลันเปล่งประกายในฤทัย

แม้เวลาชีวิตฉันมืดมน

มีบทเพลงเต็มล้นพระประทานให้

ฉันพึ่งพาพระองค์ไม่หวั่นไหว

ทรงยิ่งใหญ่เหนือสวรรค์และแผ่นดิน

ความมั่นใจในพระเจ้าของโลว์รีย์ในยามทุกข์ลำบากนี้สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้เขียนสดุดีว่า “อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดินในวันเดียว กันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขาคือพระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข คือผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระเจ้าของเขา”(สดด.146:3-5)

ไม่ว่าคุณจะตอบสนองต่อชีวิตด้วยการจดจ่อที่ความเชื่อหรือความกลัว แต่เรารู้ว่า “พระเจ้าทรงครอบครองเป็นนิตย์” (ข้อ 10) เราจึงไม่อาจหยุดร้องเพลงสรรเสริญได้ – DCM

หากคุณยังคงปรับคลื่นตรงกับพระเจ้า คุณก็สามารถร้องเพลงได้แม้กระทั่งในความมืด

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความที่เกี่ยวข้อง